แกะรอยร้อยล้าน (Young Self Made Millionaire presented by SCB) ตอน “The Next Fourward on Tour” จังหวัดพิษณุโลก

27.01.2018





ใช้ Big DATA ให้เป็น ก็เติบโตเหนือคู่แข่งได้
 
ไม่น่าเชื่อว่าวัสดุก่อสร้างจะขายดีบนโลกออนไลน์ จนพายอดขายแตะหลักร้อยล้าน จากหน้าร้านออฟไลน์ร้านเดียวแต่ “คุณเคี้ยว - อนวัช คิมหสวัสดิ์" หนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ OneStockHome กลับพาธุรกิจครอบครัวขยายไปในออนไลน์ แทนที่จะขยายสาขาอย่างที่เจ้าอื่นๆ ทำกัน แต่สิ่งที่ได้มาคือ Big DATA อันมีมูลค่ามหาศาลและต่อยอดไปได้ไกลกว่านั้น ซึ่งเรื่องน่ารู้นี้มีหลายแง่มุม SCB SME จึงเชิญคุณเคี้ยวมาเล่าให้ฟังในงาน แกะรอยร้อยล้าน (Young Self Made Millionaire presented by SCB) ตอน “The Next Fourward on Tour” “ก้าวสู่ผู้นําเทรนด์ธุรกิจ หลากมุมคิด พิชิตร้อยล้าน” จังหวัดพิษณุโลก

 
Highlight :
  • ใช้ข้อมูลในมือ สร้างความได้เปรียบ ตอนคุณเคี้ยวเปิดขายวัสดุก่อสร้างบนออนไลน์ ลูกค้าให้ความสนใจข้อมูลในมือ เพราะ DATA เหล่านี้ช่วยให้ทราบและเข้าใจถึงกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ถึงแม้ยอดขายจะไม่สูง กำลังต่อรองน้อยกว่า แต่ถ้ามีข้อมูลที่อีกฝ่ายไม่มี ก็เป็นข้อได้เปรียบ
  • เก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อทำนายอนาคต พวกตัวเลขของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เราสามารถนำข้อมูลพวกนี้กลับไปคุยกับกลุ่มซัพพลายเออร์ หรือกลุ่มผู้ใช้งานโดยตรง (End Consumer) ว่าเราช่วยเขาได้อย่างไร หรือเมื่อเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ จึงรู้ว่าลูกค้าต้องการซื้อเหล็ก แทนที่จะขายแต่โครงหลังคา ก็นำเหล็กเข้ามาขายด้วย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
  • ขายของในช่องทางที่คนอื่นยังไม่คิดทำ ไม่ค่อยมีใครคิดว่าวัสดุก่อสร้าง เหล็ก หิน ปูน จะถูกนำขึ้นขายบนออนไลน์ตลาดการก่อสร้างนั้นใหญ่โตมาก แต่การสั่งซื้อของต่างๆ ยังโลว์เทค ไม่สะดวกลูกค้า เมื่อเริ่มทำก่อน คนจึงรู้จักก่อน ต่อให้ยอดขายยังไม่มาก แต่ DATA ที่ได้มาก็ถือว่าได้เปรียบคู่แข่ง
  • เก็บข้อมูลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ คุณเคี้ยวเก็บข้อมูลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อจะจัดการได้ว่าจะเทกำลังคนไปส่วนไหนมากกว่ากัน เช่น ถ้าผู้รับเหมาต้องการคำตอบภายใน 1 ชั่วโมง เราก็สามารถจัดคนไปช่วยเหลือได้ทันที ซึ่งข้อมูลพวกนี้มีผลต่อการจัดการธุรกิจภายใน
 
 
ใช้ข้อมูลในมือ สร้างความได้เปรียบ
 
                จากร้านค้าวัสดุก่อสร้างธรรมดา ที่มีหน้าร้านออฟไลน์ร้านเดียว เมื่อคุณเคี้ยวหันมาเปิดขายบนออนไลน์ ถึงแม้ตอนนั้นยอดขายอาจไม่ได้สูงมาก หากเทียบกับร้านเจ้าใหญ่ๆ แต่ลูกค้ากลับให้ความสนใจข้อมูลในมือของคุณเคี้ยว ที่มีเก็บไว้เวลามีคนเข้ามาดูหน้าร้านออนไลน์ เพราะ DATA เหล่านี้ช่วยให้ทราบและเข้าใจถึงกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ว่ากลุ่มลูกค้าต้องการอะไรจริงๆ และยังไม่เคยมีใครเก็บข้อมูลแบบนี้มาก่อน ถึงแม้ยอดขายเราจะไม่สูง กำลังต่อรองน้อยกว่า แต่ถ้ามีข้อมูลที่อีกฝ่ายไม่มี ก็เป็นข้อได้เปรียบของเราอีกทางหนึ่งในการต่อรองทางธุรกิจ
 
เก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อทำนายอนาคต
 
                DATA คือข้อมูลหรือตัวเลขต่างๆ เช่น ตัวเลขของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ในแต่ละจังหวัด เราจะรู้ว่าจังหวัดนี้มีคนมาดูกี่คน เขาสนใจสินค้าชนิดไหนอยู่ อะไรขายดี ซึ่งเรานำข้อมูลพวกนี้กลับไปคุยกับกลุ่มซัพพลายเออร์ หรือกลุ่มผู้ใช้งานโดยตรง (End Consumer) ว่าเราช่วยเขาได้อย่างไร ช่วงนี้ลูกค้าต้องการสินค้าชนิดไหนเป็นพิเศษ การสั่งของเข้ามาของเขาจะมาจากความต้องการจริงของลูกค้า แต่จริงๆ แล้ว DATA พวกนี้ไปไกลได้มากกว่านั้น เช่น คุณเคี้ยวเห็นว่าลูกค้าชอบมาซื้อโครงสร้างหลังคา เมื่อเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ จึงรู้ว่าลูกค้าต้องการซื้อเหล็ก จึงนำเหล็กเข้ามาขาย กลายเป็นว่ายอดขายเหล็กดีกว่ายอดขายโครงหลังคา นั่นเพราะใช้ DATA ในมือมาทำนายอนาคต และตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงความต้องการอย่างแท้จริง 
 
ขายของในช่องทางที่คนอื่นยังไม่คิดทำ
 
                ไม่มีใครคิดว่าวัสดุก่อสร้าง เหล็ก หิน ปูน จะถูกนำขึ้นขายบนออนไลน์ คนมักจะนึกถึงขายเสื้อผ้า ของใช้ แต่คุณเคี้ยวมองว่าตลาดนี้ยังไม่มีใครทำ และถ้าเริ่มทำก่อนก็น่าจะได้เปรียบ เพราะตลาดการก่อสร้างนั้นใหญ่โตมาก แต่การสั่งซื้อของต่างๆ ยังโลว์เทค ไม่สะดวกลูกค้า เมื่อเริ่มทำก่อน คนจึงรู้จักก่อน คุณเคี้ยวและพี่สาวเริ่มจากเปิดเว็บไซต์ที่จ่ายเพียงปีละ 3,000 บาท เมื่อเป็นเจ้าแรกๆ ที่เปิดตลาดนี้ ขายสินค้าที่ไม่มีใครคิดจะขายบนออนไลน์ ลูกค้าจึงรู้จักและจดจำได้ ส่วนตัวคุณเคี้ยวก็ได้สะสม DATA ไปก่อนเจ้าอื่นๆ ต่อให้ยอดขายยังไม่มาก แต่ DATA ที่ได้มาก็ถือว่าได้เปรียบคู่แข่ง
 
เก็บข้อมูลทั้งออนไลน์และออฟไลน์
                 คุณเคี้ยวเก็บข้อมูลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อย่างข้อมูลออนไลน์ที่เก็บได้ คุณเคี้ยวพบว่าคนเข้ามาดูส่วนมากเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องการคือข้อมูลต่างๆ ดังนั้นในเว็บไซต์จึงมีข้อมูลน่าสนใจมาลง เพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้าน ส่วนออฟไลน์หน้าร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมา ซึ่งเขาต้องการความรวดเร็วในการตอบคำถาม ในการขอข้อมูลต่างๆ ดังนั้นเราจะจัดการได้ว่า จะเทกำลังคนไปส่วนไหนมากกว่ากัน เช่น ถ้าผู้รับเหมาต้องการคำตอบภายใน 1 ชั่วโมง เราก็สามารถจัดคนไปช่วยเหลือได้ทันที ข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราเปลี่ยนให้เป็นมูลค่าและพัฒนาธุรกิจให้ไปต่อได้เรื่อยๆ