ธุรกิจดังติดตลาด กับเครื่องมือดิจิตอล




             การที่จะให้ธุรกิจของเรามีความน่าสนใจ ติดตลาดได้นั้น จะต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ หรือแม้กระทั่ง การใช้สื่อดิจิตอลเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น  “ธุรกิจเอสเอ็มอี” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ที่ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเข้าใจการตั้งเป้าหมายและทำความรู้จักลูกค้ามากขึ้น รวมถึงเห็นความสำคัญของการสร้างเนื้อหา เพื่อนำเสนอแคมเปญทางการตลาดได้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด
            ซึ่งการที่จะให้ลูกค้ามาสนใจในสินค้านั้น สิ่งที่จะต้องเรียนรู้ให้ทันโลกในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นในเรื่องของการทำตลาดออนไลน์ โดยทาง SCB SME เห็นความสำคัญในส่วนนี้ จึงได้เชิญ ดร.วิลาส ฉ่ำเลิศวัตน์ (ดร.ดิ้ง) Chairman of the Board and Co-founder บจก. บัดนาว / General Manager บจก. ชาร์เพนเนอร์ อีคาเดมี่ มาให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างคุณค่าทางธุรกิจด้วย Customer Insight ผ่านเครื่องมือดิจิตอล เพื่อให้แบรนด์ติดตลาดและเรียกความสนใจให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
Hi-light
  • ปัจจุบันในการทำสื่อดิจิตอลเลยเป็นทางเลือกหนึ่งในการของการตลาด ซึ่งถูกเรียกว่า ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง หรือ การทำตลาดออนไลน์
  • ประโยชน์ของการทำการตลาดออนไลน์ นอกจากจะสามารถทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวมเร็วแล้ว การตลาดออนไลน์ยังเป็นตลาดประเภท Niche Market ซึ่งผู้บริโภคสามารถเจาะจงได้ว่าจะค้นหาสินค้าอะไร แบบไหน
  • การทำให้เราติดอันดับในการค้นหาใน Google ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
การเรียนรู้ลูกค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายโดยสื่อดิจิตอลนั้น คนทั่วไปจะชอบสื่อที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งในปัจจุบัน ในการทำสื่อดิจิตอลเลยเป็นทางเลือกหนึ่งในการของการตลาด ซึ่งถูกเรียกว่า ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง หรือ การทำตลาดออนไลน์ โดยการทำตลาดออนไลน์นั้น มีเครื่องมือหลักๆ ที่นิยมกันคือ
  1. เวิลด์ ไวด์ เว็บ (www) คือ การสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อเข้าถึงลูกค้าผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง
  2. อีเมล์ (E-mail) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับลูกค้า
  3. เมล์ลิ่งลิสต์ (Mailing list) คือ คนที่สนใจในเรื่องๆเดียวกัน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  4. เว็บบอร์ด (Web board) หรือ กระดานข่าวซึ่งใช้เป็นที่ถาม-ตอบกันระหว่างผู้ที่สนใจในเรื่องๆเดียวกัน โดยเราสามารถทราบความต้องการของลูกค้าได้ ผ่านกระดานอิเล็กทรอนิกส์นี้
ประโยชน์ของการทำการตลาดออนไลน์ นอกจากจะสามารถทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวมเร็วแล้ว การตลาดออนไลน์ยังเป็นตลาดประเภท Niche Market ซึ่งผู้บริโภคสามารถเจาะจงได้ว่าจะค้นหาสินค้าอะไร แบบไหน ทั้งยังเป็นการแบ่งส่วนตลาดเชิงพฤติกรรม ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการกับใคร แบบไหนก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ ซึ่งหากลูกค้าทราบว่าการใช้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นง่ายกว่าการที่ต้องออกเดินออกจากบ้านไปหาสินค้า แน่นอนว่าพวกเขาก็จะเลือกวิธีที่สะดวกสบายที่สุด นอกจากนี้เรายังมีกลุ่มลูกค้าอยู่ทุกมุมโลก การตลาดออนไลน์ ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม การตลาดออนไลน์ ทำให้เราเหมือนมีพนักงานที่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด ซึ่งเมื่อเทียบกับการจ้างคนมาทำงานให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว จะต้องใช้คนมากกว่าสองคนขึ้นไป สามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้มากเท่าที่เราต้องการ การการตลาดออนไลน์ทำให้สามารถให้ข้อมูลสินค้าหรือธุรกิจของเราได้เท่าที่เราต้องการ ยิ่งเราลงรายละเอียดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญใช้ต้นทุนต่ำ แต่ยังไงก็ต้องมีการลงทุนบ้างเพื่อเป็นการเรียกความสนใจจากลูกค้า
สำหรับในยุคการตลาดออนไลน์นั้น คนส่วนหนึ่งจะรู้จักกันดีในชื่อของ Marketing 4.0 นั่นคือ การตลาดที่เอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคหรือลูกค้ามากยิ่งขึ้น อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น เราสามารถมีทั้งหน้าร้านออฟไลน์ และหน้าร้านออนไลน์ควบคู่กันไป โดยสร้างกิจกรรมที่ทำให้สองโลกนี้เชื่อมต่อกันได้ เรื่องของเวลาในการทำการตลาดออนไลน์ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่ไม่ควรปล่อยไป เราจะต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายและคำนวณเวลาที่จะทำการตลาด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ช่วงเวลาของคุณเป็นช่วงที่พิเศษที่ทำให้คนติดตาม
การทำให้เราติดอันดับในการค้นหาใน Google ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
  1.  วิจัยคีย์เวิร์ด (Keywords Research) คีย์เวิร์ดเรียกได้ว่าแทบจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับใน Google เราสามารถใช้เครื่องมือของ Google ในการวิจัยคีย์เวิร์ดได้ว่าคำไหนเป็นคำที่คนนิยม Search ก่อนที่จะเข้ามาดูในเว็บไซต์ของเรา เราควรพยายามหาคีย์เวิร์ดที่มีจำนวนการค้นหาสูงๆและในขณะเดียวกันมีคู่แข่งที่ทำ adwords ในคำนั้นน้อย เพื่อเอามาทำ SEM ต่อไป และในขณะเดียวกันก็อย่าละทิ้งคีย์เวิร์ดประเภท long tail ด้วย(คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาไม่เยอะมากแต่ก็ยังพอมี traffic) เพราะคีย์เวิร์ดประเภทนี้ถ้าเอามาใช้หลายๆคำก็ค่อนข้างมีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน
  2. หลีกเลี่ยงการทำคอนเทนต์ในเว็บที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเกินไปเพราะอาจจะสร้างความสับสนให้กับบอทของ Google สร้างคอนเทนต์ที่ดี พร้อมกับมีการใช้คีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกันทั้งบทความ จะช่วยดึงความสนใจของผู้ที่เข้ามาชมได้ดีขึ้น สร้างลิงค์ใหม่ๆที่เข้ามาอ้างอิงถึงเว็บไซต์เรา คอนเทนต์ที่นำเสนอด้วยรูปแบบ info-graphic จะช่วยดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาในเว็บได้ง่ายยิ่งขึ้น
  3. ใช้ Social Media การมีแผนกลยุทธ์ที่ดีและมีคอนเทนต์จากเว็บที่นำมาฟีดบน Social Media สม่ำเสมอจะช่วยทำให้อันดับเว็บเราดีขึ้น สิ่งสำคัญก็คือ เราต้องเข้าใจด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของเราที่ต้องการให้เข้ามาดูคือใคร และจึงค่อยเลือกชาแนลที่เหมาะสมในการสื่อสารไปยังลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา
  4. สร้างการเชื่อมโยงของลิงค์ (Link Building Exercise)การมีเครือข่ายลิงค์ที่อ้างอิงมายังเว็บไซต์เราจะช่วยเพิ่มเครดิตและอันดับของเว็บเราบน Google ให้ดีขึ้น เทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยได้มากคือการใช้บล็อกของ Influencer
สุดท้ายนี้ ดร.วิลาส ทิ้งท้ายว่า “นอกจากนี้ การทำการตลาดออนไลน์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอีก ช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมายก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าเราระบุช่วงอายุของคนที่มาซื้อไม่ตรงกลุ่ม ก็อาจจะทำให้การตลาดของเราไม่ประสบความสำเร็จ ทุกอย่างจะต้องมีความเหมาะสม พยายามเจาะการตลาดให้ตรงกลุ่ม สร้างตัวตนให้ชัดเจน ต้องให้ลูกค้าได้เห็นตัวตนของเรา เพียงเท่านี้ คุณก็จะเป็นนักการตลาดออนไลน์ที่น่าจดจำและมียอดไลค์ คนติดเป็นหลักล้านก็เป็นได้”
ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมดี ๆจาก  SCB SME  ที่มีให้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ทาง https://scbsme.scb.co.th/ หรือดูรายละเอียดกิจกรรมสัมมนาที่น่าสนใจได้ที่ https://businesscenter.scb.co.th/th/