งาน แกะรอยร้อยล้าน (Young Self Made Millionaire presented by SCB) ตอน “The Next Fourward on Tour” จังหวัดภูเก็ต

24.02.2018





อย่าหยุดหาโอกาสใหม่ เติบโตไปพร้อมพาร์ทเนอร์
 
“ท่องเที่ยว” กิจกรรมที่ใครๆ ก็ชอบทำ บางคนมีฝันว่าอยากเที่ยวเป็นอาชีพ แค่ความชอบและความฝันอาจยังไม่พอ ต้องมีแพสชั่นอันแข็งแกร่งเพื่อสร้างธุรกิจขึ้นมาแบบ “คุณสตางค์ - ต่อพงษ์ วงศ์เสถียรชัย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลิฟ ไอแลนด์ จำกัด ผู้หลงใหลการเที่ยวทะเลและถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ จนอยากนำพาประสบการณ์นี้ไปให้คนอื่นได้ชื่นชม เขาจึงทำทัวร์พาเที่ยวเกาะที่เข้าถึงยากและทำการตลาดอย่างมีชั้นเชิงจนพาธุรกิจสู่ร้อยล้าน SCB SME จึงชวนเขามาแบ่งปันเรื่องราวในงาน แกะรอยร้อยล้าน (Young Self Made Millionaire presented by SCB) ตอน “The Next Fourward on Tour” “ก้าวสู่ผู้นําเทรนด์ธุรกิจ หลากมุมคิด พิชิตร้อยล้าน” จังหวัดภูเก็ต

Highlight :
  • เสาะหาสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้าเสมอ พัฒนา ปรับปรุง เอาใจใส่ให้ลูกค้าสบายขึ้น หาโปรโมชั่นและเส้นทางใหม่มาตอบโจทย์ สิ่งเหล่านี้ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำของผู้มาใช้บริการ เพราะเขาเห็นถึงความแตกต่างกับเจ้าอื่นอย่างชัดเจน
  • หาวิธีทำการตลาดโดยใช้ต้นทุนไม่สูง คุณสตางค์เริ่มด้วยสิ่งคาดไม่ถึงอย่างการถ่ายรูป ฝึกให้ลูกน้องถ่ายรูปสวยๆ ให้ลูกค้า เพียงเข้าใจ insight ของลูกค้าอย่างแท้จริง ก็อาจจะไม่ต้องใช้เงินกับการตลาดมากมายอะไรเลย
  • สร้างคอนเทนต์ให้แบรนด์มีจุดขาย จุดขายของแบรนด์นี้คือการเที่ยวทะเลแบบรักษาสภาพแวดล้อม ต้องพยายามให้ความรู้ด้วยความจริงใจ สร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แล้วลูกค้าจะเข้าใจสิ่งที่เรานำเสนอออกมา เมื่อนั้นลูกค้าจะเกิดการเชื่อมั่นและจดจำแบรนด์เราได้
  • ไปด้วยกันไปได้ไกล การบริหารความเป็นเพื่อนนั้นสำคัญ คุณสตางค์ใช้วิธีหาพาร์ทเนอร์มาช่วยทำการตลาด โดยที่วินวินกันทุกฝ่าย แต่ต้องทำให้เขาเชื่อมั่นว่าเราทำจริง เมื่อพอเขาเติบโตไปพร้อมกับเรา ก็เกิดเป็นความผูกพันแนบแน่น มีความเป็นเพื่อนอยู่สูง ไม่ใช่แค่คนทำธุรกิจด้วยกัน
  • อย่าขายของฮาร์ดเซลล์เกินไป การกระหน่ำขายของจนมากไป ลูกค้าจะรู้สึกได้ว่าเราขายแต่ของ ไม่ได้ทำเพราะมีแพสชั่นกับสิ่งนี้จริงๆ ให้เล่าออกมาด้วยความรู้สึกแท้จริงอย่างต่อเนื่อง ให้คนเห็นสิ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วลูกค้าจะรับรู้ สัมผัสได้ แบรนด์ของเราเข้าไปในใจเขาอย่างมีชั้นเชิง ไม่ใช่ด้วยการยัดเยียด

 
   
เสาะหาสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้าเสมอ
 
                ครั้งแรกที่คุณสตางค์ทำทัวร์ไปเกาะตาชัย ตอนนั้นใช้แค่เรือธรรมดาทั่วไป แต่พอทำไปสักพัก คุณสตางค์คิดว่าอยากให้ลูกค้าได้กินดีอยู่ดี ก็เลยทำอาหารซีฟู้ดไปให้ลูกค้ากินบนเกาะ เปลี่ยนเรือให้ลำใหญ่ขึ้น นั่งสบายขึ้น ปรับปรุงคุณภาพจนลูกค้ารู้สึกพรีเมี่ยม ทางคุณสตางค์เองก็เก็บราคาพรีเมี่ยมได้ จากนั้นก็คิดโปรดักส์และเส้นทางใหม่ๆ ไม่หยุดแค่เกาะตาชัย แต่ไปเปิดถึงเกาะทะเลพม่า ความเอาใจใส่ลูกค้า การพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง และไปเสริมช่องว่างว่านักท่องเที่ยวอยากได้ความสะดวกสบาย จึงทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำของผู้มาใช้บริการ เพราะเขาเห็นถึงความแตกต่างกับเจ้าอื่นอย่างชัดเจน
 
 
หาวิธีทำการตลาดโดยใช้ต้นทุนไม่สูง
 
                การตลาดต้นทุนไม่สูงของคุณสตางค์ เริ่มด้วยสิ่งคาดไม่ถึงอย่างการถ่ายรูป การฝึกให้ลูกน้องถ่ายรูปสวยๆ ให้ลูกค้า พอเขาได้รูปไปก็เอาลงโซเชี่ยล เกิดเป็นการตลาดปากต่อปากโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เมื่อคนที่ไม่เคยมาได้เห็นความสวยงามของเกาะ ได้เห็นรูปสวยๆ ที่เพื่อนได้กลับบ้าน จึงเกิดเป็นกระแสรวดเร็ว ช่วงนั้นเป็นยุคที่คนเริ่มใช้โซเชี่ยลพอดี ยิ่งทำให้คนรู้จักแบรนด์ได้ง่ายกว่าตอนนี้ เพราะการแข่งขันไม่สูงมาก การตลาดอาจเกิดจากสิ่งง่ายๆ เพียงเข้าใจ insight ของลูกค้าอย่างแท้จริง ก็อาจจะไม่ต้องใช้เงินกับการตลาดมากมายอะไรเลย
 
 
สร้างคอนเทนต์ให้แบรนด์มีจุดขาย
 
                จุดขายของแบรนด์คุณสตางค์ คือการเที่ยวทะเลแบบรักษาสภาพแวดล้อม การไม่ทำลายธรรมชาติ ซึ่งในตอนต้นอาจโดนคนไม่เข้าใจโจมตี แต่ต้องพยายามให้ความรู้ด้วยความจริงใจ ยืนหยัดทำในสิ่งที่ทำว่าดีต่อสิ่งแวดล้อม สร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แล้วลูกค้าจะเข้าใจสิ่งที่เรานำเสนอออกมา จากนั้นเขาจะเปรียบเทียบ เห็นความแตกต่างของแบรนด์เรากับแบรนด์คู่แข่ง เพราะความที่เราไม่เหมือนใคร มั่นใจในสิ่งที่ทำ เมื่อนั้นลูกค้าจะเกิดการเชื่อมั่นและจดจำแบรนด์เราได้
 

ไปด้วยกันไปได้ไกล
 
                การบริหารความเป็นเพื่อน เป็นเรื่องที่คุณสตางค์ให้ความสำคัญ ตอนแรกที่เริ่มโปรโมทเกาะ คุณสตางค์ใช้วิธีหาพาร์ทเนอร์มาช่วยทำการตลาด โดยที่วินวินกันทุกฝ่าย เช่น อยากพาสื่อมวลชนมาโปรโมทเกาะ ก็เข้าไปคุยกับสายการบินเพื่อขอตั๋ว ไปคุยกับโรงแรมเจ้าดังเพื่อขอที่พัก ไปคุยกับร้านอาหารเพื่อเลี้ยงต้อนรับ ทั้งหมดคือสิ่งที่ทุกคนมีในมืออยู่แล้ว แต่ด้วยวิธีการนำทุกอย่างมารวมกัน แล้วทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์เท่าๆ กัน แต่หลังจากนี้คือการบริหารความสัมพันธ์ให้แนบแน่น เพราะพาร์ทเนอร์ที่ร่วมมือกับเรา เขารู้ว่าเราทำได้ เขาก็อยากร่วมงานต่อ เราก็ต้องทำให้เขาเชื่อมั่นว่าเราทำจริง เมื่อพอเขาเติบโตไปพร้อมกับเรา ก็เกิดเป็นความผูกพันแนบแน่น มีความเป็นเพื่อนอยู่สูง ไม่ใช่แค่คนทำธุรกิจด้วยกัน ตรงนี้คือข้อได้เปรียบที่เราจะได้รับ
 
 
อย่าขายของฮาร์ดเซลล์เกินไป
 
                การกระหน่ำขายของจนมากไป ลูกค้าจะรู้สึกได้ว่าเราขายแต่ของ ไม่ได้ทำเพราะมีแพสชั่นกับสิ่งนี้จริงๆ แต่คุณสตางค์ใช้วิธีเล่าเรื่องให้ถี่ ต่อเนื่อง และเล่าออกมาจากจิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้ลูกค้าจะสัมผัสได้ เพราะทุกครั้งที่คุณสตางค์ได้ไปทะเลใหม่ๆ ได้เห็นธรรมชาติสวยงาม เขารู้สึกหลงใหลกับสิ่งนี้ แล้วก็เล่าออกมาด้วยความรู้สึกแท้จริงอย่างต่อเนื่อง ให้คนเห็นสิ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ต้องมีวิธีเล่าอย่าเอาแต่ขายอย่างเดียว แล้วลูกค้าจะรับรู้ สัมผัสได้ ยิ่งพอได้เห็นบ่อยๆ ก็จะกระตุ้นความอยากมา รวมถึงดันแบรนด์ของเราเข้าไปในใจเขาอย่างมีชั้นเชิง ไม่ใช่ด้วยการยัดเยียด