กลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องทางธุรกิจ SME






Highlight:

- ปัญหาสำคัญของธุรกิจ SME ที่ทำให้ประสบปัญหาเรื่องการบริหารการเงินจนธุรกิจขาดสภาพคล่อง มีอยู่ 4 จมคือ จมอยู่กับลูกหนี้คงเหลือของกิจการ จมอยู่กับสินค้าคงเหลือ (Stock) ของกิจการ จมอยู่กับทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และจมไปกับการนำเงินของกิจการไปใช้ส่วนตัว
- เป้าหมายของการบริหารเงินทุนหมุนเวียน มีอยู่ 2 ประการคือเพื่อมีเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- สิ่งสำคัญที่สุดในการประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้คือ กิจการต้องมีเงินสดเพียงพอที่จะใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ถึงแม้ปัจจุบันอาจจะขาดทุน แต่หากยังมีสภาพคล่อง กิจการก็มีโอกาสที่จะฟื้นตัวและสร้างกำไรได้อีกในอนาคต
 
ความฝันของคนทำธุรกิจหลายคนคือค้าขายดีมีกำไรมีลูกค้าหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เจ้าของกิจการหลายคนมีรายได้มากมาย แต่กลับไม่รู้ว่าเงินของตัวเองหล่นหายไปตรงไหนบ้าง นำไปสู่การขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ถ้าหากธุรกิจของคุณไม่อยากเข้าข่ายขายดีจนเจ๊งคงต้องรีบวางแผนเรื่องการจัดการเงินทุนหมุนเวียนกันตั้งแต่ตอนนี้
 
ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องมีอยู่ 4 จม คือ

1. จมอยู่กับลูกหนี้คงเหลือของกิจการ เนื่องจากเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกหนี้ไม่ได้
2. จมอยู่กับสินค้าคงเหลือ (Stock) ของกิจการมากเกินไป เพราะคิดว่าสินค้าต้องขายออกแน่ๆ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
3. จมอยู่กับทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การตกแต่งร้านใหม่ เสียค่าเช่าที่แพงๆ แต่ไม่ตรงกับกลุ่มลูกค้าหลักของร้าน
4. จมไปกับการนำเงินของกิจการไปใช้ส่วนตัว อย่างหนี้บัตรเครดิต ข้อนี้ควรทำบัญชีแยกระหว่างบัญชีร้านค้าและบัญชีส่วนตัวของเจ้าของธุรกิจ
 
เจ้าของกิจการบางคนอาจเกิดอาการดีใจที่สินค้าของตัวเองขายดิบขายดี แต่พอมาสำรวจในลิ้นชักเงินแล้วกลับพบว่าแทบจะว่างเปล่า สัญญาณแบบนี้กำลังบ่งชี้ว่าว่าธุรกิจของคุณกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องได้
               
เมื่อเริ่มไม่รู้ว่าเอาเงินที่มีอยู่ไปใช้กับเรื่องอะไรบ้าง ก็คงถึงเวลาที่ต้องบริหารความเสี่ยงสภาพคล่องกันแล้ว โดยหลักที่ใช้ในการบริหารจัดการมีอยู่ 3 ข้อ คือ
1. บริหารเงินทุนหมุนเวียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น กำหนดนโยบายเงินทุนหมุนเวียนให้เหมาะสมกับธุรกิจ หรือการขอให้ลูกหนี้การค้าจ่ายเงินสดอย่างเดียว
2. จัดวงเงินสำหรับเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอ เมื่อยอดขายเติบโตขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
3. จัดทำประมาณการกระแสเงินสด วิเคราะห์แหล่งที่มาและใช้ไปของเงินสด บันทึกเป็นรายการว่ามีเงินเข้าและจ่ายออกเมื่อไหร่บ้าง
สิ่งสำคัญที่สุดในการประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้คือ กิจการต้องมีเงินสดเพียงพอที่จะใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ถึงแม้ปัจจุบันอาจจะขาดทุน แต่หากยังมีสภาพคล่อง กิจการก็มีโอกาสที่จะฟื้นตัวและสร้างกำไรได้อีกในอนาคต
 
สำหรับเทคนิคในการจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ มี 4 ข้อ ดังนี้

1. เรียกเก็บเงินทันทีหรือมีการเจรจาข้อตกลงกันล่วงหน้าในการกำหนดชำระเงินอย่างสม่ำเสมอ แทนที่จะปล่อยให้มียอดหนี้สะสมจนสิ้นสุดโครงการ
2. สร้างแรงจูงใจในการชำระเงินของลูกหนี้ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เช่น เสนอลดให้ 1 – 2 % หากชำระภายใน 10 วัน
3. พยายามเลือกลูกค้า หลีกเลี่ยงลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้าหรือไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้น
4. ลดปริมาณสินค้าคงคลัง พยายามไม่สต๊อกสินค้าเอาไว้มากเกินความจำเป็นหรือหาวิธีบริหารจัดการสต๊อกที่ดี ที่สามารถหมุนเวียนสินค้าออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว
               
ในเรื่องการจัดการสภาพคล่อง สิ่งที่เริ่มได้ในทันทีคือการจัดการสต๊อก โดยไม่ควรเก็บสต๊อกให้มากจนเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้สูญเสียโอกาสในการนำเงินสดไปบริหารจัดการในด้านอื่น ในหลายธุรกิจมักมีการบันทึกข้อมูลลูกค้าเอาไว้อยู่แล้วว่าพฤติกรรมของลูกค้าเป็นอย่างไร มียอดใช้จ่ายต่อคนเท่าไหร่ ลูกค้าเข้าร้านมากในช่วงวันและเวลาไหนก็สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในสินทรัพย์หมุนเวียนให้มากขึ้น
อีกตัวช่วยหนึ่งในการทำให้ SME มีสภาพคล่องมากขึ้นคือการจัดทำงบการเงิน ซึ่งเปรียบเสมือนการมีกระจกส่องสะท้อนสถานะทางการเงินของตัวคุณเองอย่ามัวสนใจแต่กำไร โดยลืมดูเรื่องการหมุนเวียนสภาพคล่องทางธุรกิจกันด้วย

ติดตามกิจกรรมสัมมนา ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจของคุณได้ที่  SCB Business Center ศูนย์ธุรกิจ SME รูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการทางธุรกิจ https://businesscenter.scb.co.th/th/