“เทคนิคถ่ายภาพสินค้า (ด้วยมือถือ) ยอดขายพุ่ง กำไรเพียบ”






 
Highlight :
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพสำหรับมือถือที่ควรมี ได้แก่ ขาตั้งมือถือ, ไฟสำหรับจัดแสง, แผ่นพลาสติกหรือวัตถุที่มีลักษณะทึบแสง, กระดาษ PVC และกระดาษไข
  • ลักษณะของแสงที่ใช้ในการถ่ายภาพสินค้ามี 2 แบบ ซึ่งจะทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาให้ความรู้สึกแตกต่างกัน ได้แก่ แสงแข็ง สำหรับถ่ายภาพที่ต้องการให้เห็นสีสันชัดเจน เน้นความคมชัด และ แสงนุ่ม ที่จะทำให้สีของภาพออกมาดูนุ่มนวล มีความละมุน
  • ค่าอุณหภูมิสี หรือ Color Temperature ที่เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพสินค้าที่สุดคือ แสงเดย์ไลท์ (Daylight) มีค่า K ระหว่าง 5,500K ถึง 6,500K เพราะจะทำให้สีของสินค้าในภาพตรงกับสีจริงของของสินค้ามากที่สุด
  • การถ่ายภาพด้วยกล้องบนโทรศัพท์มือถือมีเทคนิคบางอย่างที่แตกต่างจากการถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล เช่น หากต้องการถ่ายขนาดของสินค้า ตำแหน่งการวางกล้องบนโทรศัพท์มือถือจะต้องจัดตำแหน่งของเลนส์กล้องให้อยู่ในระนาบเดียวกับสินค้า  และจะต้องซูมกล้องเข้าไปอีกนิดหน่อยปรับขนาดของสินค้าในภาพให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง
 
ในการสร้างคอนเทนท์สำหรับใช้ขายสินค้าบนโลกออนไลน์ นอกจากผู้ประกอบการจะต้องใส่ข้อมูลสินค้า และช่องทางติดต่อไว้ในคอนเทนท์ให้ครบถ้วนแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือ ภาพถ่ายสินค้า ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
 
อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ

ก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายภาพสินค้าได้ เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพให้พร้อมเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น
  1. ขาตั้งมือถือ ใช้สำหรับถ่ายมุมกล้องที่เราไม่สามารถตั้งถ่ายเองได้ หรือหากเราต้องการจัดองค์ประกอบของภาพสินค้าใหม่ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องตั้งมุมกล้องใหม่ นอกจากนี้ภาพที่ถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งมือถืออาจจะออกมาไม่คมชัดเพราะมือไม่นิ่งได้
  2. ไฟสำหรับจัดแสง ตามปกติแล้วการถ่ายภาพสินค้าสามารถใช้แสงจากพระอาทิตย์ได้ แต่หากมีไฟสำหรับจัดแสงเอาไว้ด้วย ก็จะทำให้สะดวกมากขึ้น เพราะสามารถใช้ถ่ายภาพได้ทุกที่ทุกโอกาส แม้ในตอนกลางคืน และภาพสินค้าที่ได้จะออกมาในโทนสีเดียวกันทุกภาพ ส่งผลให้ร้านค้าของเราดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือมากขึ้น
ในการเลือกใช้ไฟสำหรับจัดแสงนั้น ก่อนอื่นเราจะต้องรู้จัก อุณหภูมิสี หรือ Color Temperature เสียก่อน อุณหภูมิสี คือ สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น โดยมีหน่วยวัดเป็นองศาเคลวิน หรือ เรียกย่อๆ ว่า ค่า K จะมีระดับตั้งแต่ 1,000 ถึง 10,000 องศาเคลวิน
สำหรับการเลือกว่าจะใช้หลอดไฟที่มีค่าองศาเคลวินเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นสำคัญ เนื่องจากอุณหภูมิสีในแต่ละแบบจะให้อารมณ์ และความรู้สึกที่แตกต่างกัน ประเภทของแสงหลอดไฟ โดยหลักๆ จะมีอยู่ 3 สี ดังนี้
  • แสงวอร์มไวท์ (Warmwhite) มีค่า K ระหว่าง 2,700K ถึง 3,000K จะให้ได้แสงในโทนส้มดูอบอุ่น รู้สึกผ่อนคลาย แต่แสงแบบนี้อาจจะกลบสีของวัตถุจนทำให้สีที่สะท้อนกลับมาไม่ตรงตามสีจริงของวัตถุ
  • แสงคูลไวท์ (Coolwhite) มีค่า K ระหว่าง 4,000K ถึง 4,200K นิยมนำไปใช้กับงาน Display ต่างๆ เช่น งานส่องป้ายโฆษณา งานไฟเวที เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นช่วยให้สีที่สะท้อนกลับมาจากวัตถุดูเข้มขึ้นกว่าปกติ
  • แสงเดย์ไลท์ (Daylight) มีค่า K ระหว่าง 5,500K ถึง 6,500K เป็นอุณหภูมิสีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ (แสงขาว) ทำให้สีของวัตถุที่สะท้อนกลับมาตรงกับสีจริงของวัตถุ
ดังนั้น แสงเดย์ไลท์ (Daylight) เป็นแสงที่เราควรเลือกใช้ในการใช้ถ่ายภาพ เพราะจะทำให้สีของสินค้าในภาพตรงกับความจริงมากที่สุด ซึ่งสำคัญอย่างมากในการขายสินค้า เพราะหากสีของสินค้าไม่ตรงกับความจริง เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้วอาจเกิดความไม่พอใจ ขอคืนสินค้าหรือเขียนรีวิวถึงร้านเราในทางไม่ดี ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของร้านในระยะยาวได้
สำหรับการถ่าพภาพสินค้าที่ต้องการให้ดูเงางามอย่างเช่น เครื่องประดับ เราสามารถเลือกใช้หลอดไฟ LED ซึ่งจะให้แสงเดย์ไลท์ไปสะท้อนที่ผิวสินค้าช่วยเพิ่มความเงางามได้ โดยไม่ทำให้สีของสินค้าเปลี่ยนไปด้วย
  1. แผ่นพลาสติกหรือวัตถุที่มีลักษณะทึบแสง ใช้ในการคัดแสงที่ไม่ต้องการออกไป และคัดเฉพาะแสงที่ต้องการใช้ถ่ายเก็บไว้ เช่น หากมีแสงตกกระทบที่ด้านข้างกล่องสินค้ามากเกินไปทำให้ไม่เห็นรายละเอียดฉลากบนกล่องสินค้า เราสามารถใช้วัตถุที่มีลักษณะทึบแสงมาช่วยลดปริมาณแสงที่ตกกระทบเกินไปออกได้
  2. กระดาษ PVC และกระดาษไข สำหรับการถ่ายภาพสินค้าบนพื้นขาว ควรใช้กระดาษ PVC เป็นพื้นหลังเพราะมีพื้นผิวเรียบ ไม่ยับง่าย และกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง เพราะภาพที่ได้จะเน้นให้ตัวสินค้าความคมชัดมากขึ้น ส่วนกระดาษไขจะใช้ในการกรองแสงเพื่อให้ได้แสงนุ่ม
 
ลักษณะของแสงที่ใช้ในการถ่ายถาพสินค้า

            การถ่ายภาพสินค้าไม่ว่าจะถ่ายด้วยกล้องบนโทรศัพท์มือถือหรือกล้องดิจิตอล เราจะต้องรู้เทคนิคพื้นฐานของลักษณะแสงที่จะใช้เสียก่อน
                ลักษณะของแสงที่ใช้ในการถ่ายภาพสินค้ามี 2 แบบ คือ
  1. แสงแข็ง คือ แสงที่ออกจากแหล่งกำเนิดแสง เช่น พระอาทิตย์หรือหลอดไฟ มากระทบวัตถุโดยตรง จะใช้เมื่อเราต้องการให้ภาพสินค้ามีสีสดชัดเจน หรือเมื่อต้องการให้เห็นพื้นผิวของสินค้า เช่น หากเราต้องการถ่ายภาพคุ้กกี้ เราจะใช้แสงแข็งเพื่อให้เห็นลักษณะเนื้อของคุ้กกี้
  2. แสงนุ่ม คือ การให้แสงที่ออกจากแหล่งกำเนิดแสงผ่านวัตถุกรองแสงก่อนมาตกกระทบที่วัตถุที่เราต้องการถ่าย เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูนุ่มนวล พื้นผิวดูเรียบเนียน ซึ่งวัตถุกรองแสงที่นิยมใช้คือ กระดาษไข ที่มีผิวเรียบ ไม่มีรอยยับ ไม่อย่างนั้นแสงที่ผ่านออกมาจะมีรอยเงาของการยับ


เทคนิคในการถ่ายภาพสินค้าด้วยกล้องบนโทรศัพท์มือถือ

การถ่ายภาพด้วยกล้องบนโทรศัพท์มือถือมีเทคนิคบางอย่างที่แตกต่างจากการถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล ดังนี้
1.ตำแหน่งการวางกล้องบนโทรศัพท์มือถือ ภาพของสินค้าแต่ละประเภทที่ถ่ายออกมาจะใช้มุมกล้องที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นลักษณะของสินค้าได้ชัดเจน เช่น หากเราขายแว่นตา มุมภาพที่ควรมีคือ ภาพหน้าตรงเพื่อให้เห็นสัดส่วนของทรงกรอบแว่น และภาพด้านข้างเพื่อให้เห็นลวดลายบนขาแว่น
 สำหรับการถ่ายภาพให้เห็นสัดส่วนของสินค้าที่ถูกต้องด้วยกล้องบนโทรศัพท์มือถือเราจะต้องคำนึงไว้เสมอว่าตำแหน่งของเลนส์กล้องจะต้องอยู่ในระนาบเดียวกันกับสินค้า เพราะหากวางตำแหน่งเลนส์กล้องสูงหรือต่ำเกินไปจะทำให้ภาพสินค้าผิดสัดส่วนได้
2.ลักษณะของเลนส์กล้องบนโทรศัพท์มือถือ เป็นเลนส์มุมกว้าง ทำให้สามารถถ่ายภาพต่างๆ ได้ง่าย แต่เลนส์แบบนี้มีข้อเสียตรงที่สัดส่วนของวัตถุในภาพถ่ายที่ออกมาจะไม่ตรงกับความจริง ดังนั้นเวลาเราถ่ายด้วยกล้องบนโทรศัพท์มือถือ ก่อนกดชัตเตอร์จะต้องซูมกล้องเข้าไปอีกนิดหน่อยเพื่อให้ได้สัดส่วนของสินค้าที่ถูกต้อง
               
จากเทคนิคทั้งหมดที่คุณธนาวุธ ลิ้มพานิชย์ นำมาแนะนำและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ลงมือ Workshop ถ่ายรูปสินค้าของตนเองภายในงานสัมมนา ทำให้ผู้ประกอบการสามารถถ่ายรูปสินค้าโดยใช้เพียงกล้องบนโทรศัพท์มือถือให้รูปออกมาสวยเหมือนถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดอีกทางหนึ่งด้วย
 
ติดตามกิจกรรมสัมมนา ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจของคุณได้ที่  SCB Business Center ศูนย์ธุรกิจ SME รูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการทางธุรกิจ https://businesscenter.scb.co.th/th/