จับตลาด E-Commerce สร้างยอดขายยุค 4.0




ในปัจจุบันกระแสการซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะประหยัดเวลา สะดวก และรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อพูดถึงการซื้อขายออนไลน์ ทุกคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่ถ้าพูดถึง                E-Commerce ขึ้นมาหลายคนอาจจะงงและสงสัยกันว่า E-Commerce คืออะไร เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

SCB SME  มาไขข้อสงสัยเหล่านี้ ด้วยหลักสูตร “E-Commerce  รวยง่ายๆแค่คลิก” โดย           คุณเมธปริยา  คำนวณวุฒิ หรือ คุณว่าน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยูช็อป จำกัด และกรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce ที่อยู่ในวงการค้าขายออนไลน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งให้คำจำกัดความของ         E-Commerce ไว้ว่าเป็นการซื้อขายอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือ บริการ ผ่านระบบออนไลน์ แต่ E-Commerce ที่สมบูรณ์ผู้ประกอบการจะต้องสามารถเข้าไปดูระบบรายการสั่งซื้อสินค้า  ระบบการจ่ายเงินออนไลน์ และจัดส่งของให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

Hi-Light :
  • “E-Commerce นั้นไม่ต่างกับ Commerce หรือการซื้อขายทั่วไปเลย” หากเพียงแต่ย้ายจากระบบออฟไลน์หรือการมีหน้าร้านเข้าสู่ระบบออนไลน์ และซื้อขายกันผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเอง
  • “ขายของบนระบบ E-Commerce ไม่อยากเจ๊งต้องสร้างการรับรู้ไปยังลูกค้า” เพื่อทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์และสินค้า ด้วยการโฆษณาผ่านทาง Facebook , Google , banner หรือ การทำให้สินค้าขึ้นเป็นอันดับแรกของการค้นหาบนระบบอินเทอร์เน็ต 
  • “เริ่มค้าขายด้วยระบบ E-Commerce ง่ายๆ ” เพียงเลือกช่องทางการค้าบนระบบอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดีย สำหรับการขายผ่านระบบ E-Commerce ในช่วงแรกๆนั้นผู้ประกอบการอาจต้องขายในทุกช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ พยายามให้มีช่องทางการติดต่อเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาทำการซื้อขายยังเว็บไซต์ของแบรนด์
  • “สิ่งสำคัญในการขายของผ่านระบบ E-Commerce” ที่ผู้ประกอบการมองข้ามไม่ได้ คือ ผลิตภัณฑ์ และบริการ เพราะการค้าขายออนไลน์ไม่มีสินค้าให้จับต้อง ดังนั้น รูปภาพสินค้า รายละเอียดสินค้า รีวิวผลิตภัณฑ์จากผู้ใช้จริง และการบริการที่รวดเร็วฉับไวจะทำให้คุณได้ใจลูกค้า
E-Commerce ต่างกับ Commerce หรือการซื้อขายทั่วไปอย่างไร?
E-Commerce นั้นไม่ได้แตกต่างกับการค้าขายแบบมีหน้าร้านทั่วไปที่เรารู้จัก แต่เป็นเรื่องเก่าที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี หากเทียบกันชัดๆแล้วจะพบว่า ทั้ง E-Commerce และ Commerce มีขั้นตอนคล้ายๆกัน โดยเริ่มตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เลือกซื้อสินค้า พนักงานรับรายการสั่งซื้อจากลูกค้า ลูกค้าจ่ายเงิน และรับของกลับบ้าน ผู้ประกอบการทุกคนคุ้นเคยกับระบบนี้เป็นอย่างดี เพียงแค่ E-Commerce ย้ายระบบดังกล่าวจากโลกออฟไลน์ขึ้นมาอยู่บนโลกออนไลน์เท่านั้นเอง
เพราะฉะนั้น E-Commerce เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการขายสินค้า หรือ บริการเท่านั้น และก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ระบบ E-Commerce ผู้ประกอบการเองต้องรู้เป้าหมายทางการตลาด มีแผนทางการตลาดที่ชัดเจน ต้องทราบว่าสินค้าคืออะไร ใครคือลูกค้า และเป้าหมายในการทำ E-Commerce คืออะไร หลังจากนั้นต้องเริ่มสร้างการรับรู้ ทำให้ลูกค้ารู้จัก     แบรนด์และสินค้า จึงเกิดการสั่งซื้อสินค้า

การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ไปยังลูกค้าทางออนไลน์ ทำได้อย่างไร
  1. ผู้ประกอบการสามารถโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ คุ้นเคย และจดจำแบรนด์ได้หลายช่องทาง เช่น โฆษณาผ่านทาง Facebook ลงโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google หรือที่เรียกว่า GDN (Google display network) หรือ  ลงโฆษณาผ่านเว็บไซต์โดยการติดต่อเจ้าของเว็บไซต์โดยตรงในรูปแบบของ Banner Advertising
  2. ผู้ประกอบการต้องทำให้สินค้าของตัวเองขึ้นเป็นอันดับแรกหรืออยู่หน้าแรกของการค้นหาในทุกช่องทาง เช่น       ซื้อโฆษณาผ่านทาง Google adwords เพื่อให้ข้อมูลสินค้าขึ้นเป็นอันดับแรกของการค้นหา หรือ ทำข้อมูลให้น่าสนใจ จนเกิดการแชร์ต่อๆกัน มีคนพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย จนทำให้สินค้าขึ้นไปอยู่อันดับแรกๆของการค้นหา
ช่องทางในการขายสินค้าบนระบบ E-Commerce
  1. ขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งประกอบไปด้วยเว็บไซต์ ถึง 3 รูปแบบ
  • รูปแบบที่ 1 เว็บไซต์ที่ประกาศซื้อขายสินค้า เช่น เว็บไซต์ Kaidee.com  ที่เปรียบเสมือนตลาดนัดออนไลน์ ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปขาย และจ่ายเงินค่าเช่าพื้นที่ในการขาย หรือโดยส่วนใหญ่มักจะฟรี การขายลักษณะนี้จะนำมาซึ่งยอดขาย และยอดคนเห็นผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาผลิตภัณฑ์
  • รูปแบบที่ 2 เว็บไซต์ที่เป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ (market place) เช่น Lazada , LnwShop        โดยผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปขายบนเว็บไซต์ และเว็บไซต์จะคิดเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งการขาย ข้อดีคือสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างการรับรู้ได้ ไม่ต้องเสียเงินค่าประชาสัมพันธ์ แต่สร้าง Branding ไม่ค่อยได้
  • รูปแบบที่ 3 เว็บไซต์ที่เป็น Stand Alone Shop หรือเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการทำขึ้น ขายผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง  ลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์นี้ต้องรู้จักสินค้ามาก่อน ต้องทำการตลาดเอง หาลูกค้าเข้ามาในเว็บเองแต่จะสร้าง Branding และการจดจำสินค้าได้มากกว่า
    1. ขายสินค้าบนโซเชียลมีเดีย ที่มีคนใช้งานเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Instagram , Twitter , Pinterest , Youtube และไลน์ โดยผู้ประกอบการต้องเลือกช่องทางการขายให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าและผลิตภัณฑ์ เช่น หากจะขายสินค้าวัยรุ่น ต้องขายบน Facebook และ Twitter  สินค้าหมวดหมู่สวยงามเหมาะกับการขายบน Instagram และ Pinterest และถ้าเน้นขายสินค้าในกลุ่มผู้ใหญ่ ควรขายผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์
สำหรับการขายผ่านระบบ E-Commerce ในช่วงแรกๆนั้นผู้ประกอบการอาจต้องขายในทุกช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ พยายามให้มีช่องทางการติดต่อเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาทำการซื้อขายยังเว็บไซต์ของแบรนด์  และอย่าลืมช่องทางในการรีวิวสินค้า และบริการหลังการขาย เนื่องจากเป็นการขายออนไลน์ ของบางชนิดต้องอาศัยการรีวิว เพราะคนที่สั่งซื้อออนไลน์ไม่สามารถทดลองใช้สินค้าเองได้ จึงต้องพึ่งรีวิวในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า ผู้ประกอบการต้องหมั่นหารีวิวดีๆมาแชร์ต่อหรือเขียนเป็นบทความ  เพื่อให้ลูกค้าค้นเจอข้อมูลรีวิวของผลิตภัณฑ์ด้วย

E-Commerce Inside
พื้นฐานของการขายของออนไลน์ ที่ผู้ประกอบการต้องรู้
  1. ผลิตภัณฑ์
  • รูปถ่ายผลิตภัณฑ์ต้องสวยและดึงดูดความสนใจ เนื่องจากเป็นการขายออนไลน์ ลูกค้าไม่สามารถจับต้องสินค้าได้ การถ่ายภาพสินค้าที่สวยน่าซื้อ จะช่วยทำให้ลูกค้าสนใจสินค้ามากขึ้น
  • รายละเอียดต้องครบ จะเป็นรูปภาพ ข้อความ หรือวีดีโอก็ได้ แต่ต้องใส่ให้ครบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์
  • ต้องโชว์ฟังก์ชั่นของสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ทำให้ลูกค้าอยากได้มากขึ้น มีข้ออ้างในการซื้อมากขึ้น
  • สร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ ความแตกต่างที่แบรนด์อื่นไม่มี เช่น ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สินค้าทำมือทุกชิ้น หรือสินค้ามีชิ้นเดียวในโลก
  1. การบริการ
  • ช่องทางการติดต่อ ยิ่งมีเยอะยิ่งขายไว ยิ่งตอบไวยิ่งขายดี แต่หากไม่สะดวกตอบ ต้องระบุวัน เวลาทำการให้ชัดเจน
  • ช่องทางการชำระเงินต้องหลายช่องทางและสะดวก ยิ่งลูกค้าจ่ายได้ไวยิ่งขายดี
  • ต้องมีช่องทางการขนส่งสินค้าที่รวดเร็ว ยิ่งส่งเร็วยิ่งได้ใจ
 
ในปัจจุบันที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์จึงมีโอกาสสร้างรายได้มากมายภายในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น E-Commerce จึงเป็นช่องทางการซื้อขายสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีขั้นตอนพื้นฐานที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัด เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้น หรือ ต่อยอดธุรกิจในยุค Thailand 4.0