ทำคอนเท็นท์บนเฟซบุคให้ดี ดัง และโดน




ผู้ประกอบการหลายคนที่กำลังจะสร้าง Facebook Fanpage ของตนเอง อาจกังวลว่าเมื่อสร้างเพจขึ้นมาแล้วจะโพสต์ จะแชร์อะไรดี จะมีคนมากด Like กด Share และมา Comment หรือไม่ SCB  SME จึงได้เชิญ คุณจินตนา   เพชรทวงศ์ หรือ คุณลูกเกด Content Coach อายุน้อยที่สุด ที่สามารถสร้างเพจให้มีผู้ติดตามกว่า 90,000 คน และสร้างคอนเทนท์ที่มีคนแชร์สูงสุดถึง 100,000 แชร์ มาให้ข้อมูลการปั้นเพจให้โต ดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมกับเพจด้วย “Content” ที่ใช่ และโดนใจผู้ติดตาม

การทำคอนเท็นท์บนเฟสบุ๊คแฟนเพจ เป็นการนำเสนอเนื้อหาแก่ผู้บริโภคหรือผู้ติดตาม โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ติดตามประทับใจและจดจำแบรนด์ได้ และยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เฟสบุ๊คแฟนเพจเติบโตและมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งในปัจจุบันนอกเหนือจากการทำคอนเท็นท์แล้วยังมีการซื้อโฆษณา เพื่อให้คนเข้าถึงทั้งแฟนเพจและสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกไป แต่ข้อเสียคือไม่รู้ว่าจะต้องเสียงบประมาณสุทธิเท่าไหร่ จะต้องโฆษณาไปอีกนานแค่ไหน และหากไม่โฆษณาจะยังมีคนติดตามอยู่หรือไม่ ดังนั้นวิธีการที่ง่ายที่สุด คือการสร้างคอนเท็นท์ให้ดี ให้ดัง และให้โดนใจผู้บริโภค เพื่อสร้างกลุ่มผู้บริโภคหรือผู้ติดตามระยะยาว

Hi-Light:
  • “Content ที่โดนมักจะมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค มากกว่าประโยชน์ของเพจ” โดยธรรมชาติของลูกค้าไม่ชอบให้ขายตลอดเวลา มักจะชอบคอนเท็นท์ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนรู้จัก เมื่อ คอนเท็นท์ถูกใจก็จะเกิดการกดไลค์และแชร์ และส่งผลให้แฟนเพจเติบโตขึ้น สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น
  • “คอนเท็นท์ที่ใช่ สื่อสารได้ตรงใจ โพสต์ตอนไหนก็ดัง” คอนเท็นท์ข้อความ หรือ คำคม ที่ต้องการจะสื่อสารแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกรูปแบบของการสื่อสารคอนเท็นท์ให้เหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มผู้บริโภค 
  • “จะทำแฟนเพจให้เป็นที่รู้จักต้องมีจุดยืน” สิ่งสำคัญที่จะหล่อเลี้ยงแฟนเพจให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างจุดยืน และตัวตนให้กับแฟนเพจอย่างชัดเจน เมื่อมีตัวตนและจุดยืน จะสามารถทำคอนเท็นท์ที่ดี และเข้ากับกลุ่มผู้ติดตามที่อยู่ในแฟนเพจได้มากขึ้น
  • “คอนเท็นท์ที่โดนต้องหยุดนิ้วโป้งของผู้อ่านได้” การหยุดนิ้วโป้งในที่นี้คือการทำให้ผู้ที่พบเห็นคอนเท็นท์     หยุดเลื่อนนิ้วบนโทรศัพท์ และอ่านคอนเท็นท์ที่เราโพสต์ลงไป ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคเจอภาพที่สบายตาและเนื้อหาที่โดนใจ ผ่านเข้ามาบนหน้าเฟสบุ๊คของเขา
  • “คอนเท็นท์ดังแน่แค่พาดหัวให้โดน” ซึ่งพาดหัวหรือห้อข้อที่มักจะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากที่สุดมักจะประกอบไปด้วยคำเหล่านี้ อาทิ เทคนิค, ทำอย่างไร? , …..ดีอย่างไร , ทำไม….? , อันตรายจาก… และ รวบรวม
 “Content ที่โดนมักจะมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค มากกว่าประโยชน์ของเพจ”
โดยธรรมชาติของลูกค้าไม่ชอบให้ขายตลอดเวลา มักจะชอบคอนเท็นท์ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนรู้จัก  เมื่อคอนเท็นท์ถูกใจก็จะเกิดการกดไลค์และแชร์ และส่งผลให้แฟนเพจเติบโตขึ้น สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น โดยเราสามารถแบ่งคอนเท็นท์ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆได้ ดังนี้
  1. คอนเท็นท์ที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของกลุ่มลูกค้า จะเป็นคอนเท็นท์ทั่วไปที่ลงเพื่อดึงความสนใจของคนที่ผ่านมาเห็นคอนเท็นท์นั้น เพื่อให้เกิดการ กดไลค์ กดแชร์ และมีปฏิสัมพันธ์กับเพจ
  2. คอนเท็นท์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือเพจโดยตรง มักจะเป็นการโชว์ความเชี่ยวชาญของแบรนด์ โชว์ผลิตภัณฑ์ โชว์เจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเข้าถึงคนอ่านและมีคนแชร์น้อยกว่าคอนเท็นท์ทั่วไป เนื่องจากคอนเท็นท์เหล่านี้มักจะเจาะไปยังความสนใจของคนเฉพาะกลุ่ม
“คอนเท็นท์ที่ใช่ สื่อสารได้ตรงใจ โพสต์ตอนไหนก็ดัง”
               เมื่อมีคอนเท็นท์ ข้อความ หรือ คำคม ที่ต้องการจะสื่อสารแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเลือกรูปแบบของการสื่อสารคอนเท็นท์ให้เหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งมีด้วยกันหลายรูปแบบ อาทิ
  1. คอนเท็นท์ประเภทบทความ หัวใจสำคัญคือการเขียนให้น่าสนใจและอ่านง่าย ใช้ภาษาที่คนธรรมดาก็เข้าถึง         ใส่ลูกเล่นลงไปในบทความเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจอ่านต่อ เนื่องจากส่วนใหญ่คอนเท็นท์ประเภทนี้มักจะมีเนื้อหาที่เยอะ มีข้อมูลที่แน่น หากไม่เขียนให้ดึงดูดจริงๆจะไม่สามารถดึงความสนใจของผู้อ่านไว้ได้
  2. คอนเท็นท์ประเภทรูปภาพเดี่ยวๆ เนื่องจากบางครั้งการโพสต์บทความยาวๆ มีเนื้อหาเยอะ อาจจะทำให้ผู้บริโภคเบื่อและไม่อ่านต่อ บางทีการใช้รูปภาพที่สามารถสื่อความหมายได้ดีพร้อมข้อความสั้นๆ กลับสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีและรวดเร็วกว่า อีกทั้งวิธีนี้ยังสามารถใช้สีสันที่สดใสเข้ามาช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้อีกด้วย
  3. คอนเท็นท์รูปภาพอัลบั้ม เป็นการเล่าเรื่องราวออกมาในรูปแบบภาพหลายๆภาพ นำมาต่อๆกันแล้วลงเป็นอัลบั้ม ซึ่งจะประกอบไปด้วยรูปภาพหน้าปก หรือรูปภาพแรกที่จะเป็นหัวข้อของคอนเท็นท์นั้นๆ และตามด้วยรูปภาพที่เป็นเนื้อหา  การทำคอนเท็นท์แล้วลงเป็นอัลบั้ม จะทำให้ผู้บริโภคอ่านง่าย  ผู้ดูแลแฟนเพจเองก็สามารถแก้ไขคอนเท็นท์ได้ง่าย เพราะสามารถหาเจอได้ง่ายกว่าการโพสต์ปกติ เนื่องจากมีการสร้างอัลบั้มในเฟสบุ๊ค แยกหมวดหมู่ของเรื่อง ทำให้ง่ายต่อการนำคอนเท็นท์มาแชร์ หรือแก้ไข
  4. วีดีโอคอนเท็นท์ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอที่ทำขึ้นมา หรือการถ่ายทอดสด ก็ถือว่าเป็น วีดีโอคอนเท็นท์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้  เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคหรือลูกค้าสามารถเข้าใจได้ง่าย และวีดีโอยังสามารถสื่อสารคอนเท็นท์ออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยไม่ทำให้ผู้บริโภคเบื่อหน่าย
 
“ทำแฟนเพจให้เป็นที่รู้จักต้องมีจุดยืน”
สิ่งสำคัญที่จะหล่อเลี้ยงแฟนเพจให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างจุดยืน และตัวตนให้กับแฟนเพจอย่างชัดเจน เมื่อมีตัวตนและจุดยืน จะสามารถทำคอนเท็นท์ที่ดี และเข้ากับกลุ่มผู้ติดตามที่อยู่ในแฟนเพจได้มากขึ้น โดยคอนเท็นท์ที่ดีจะต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน จะต้องให้ความรู้เป็น How to หรือช่วยแก้ปัญหาในหลายๆด้านแก่ผู้ติดตามได้
“คอนเท็นท์ที่โดนต้องหยุดนิ้วโป้งของผู้อ่านได้”
               การหยุดนิ้วโป้งในที่นี้คือการทำให้ผู้ที่พบเห็นคอนเท็นท์ หยุดเลื่อนนิ้วบนโทรศัพท์และอ่านคอนเท็นท์ที่เราโพสต์ลงไปซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคเจอภาพที่สบายตาและเนื้อหาที่โดนใจ ผ่านเข้ามาบนหน้าเฟสบุ๊คของเขา และเมื่อหยุดนิ้วโป้งของผู้บริโภคไว้ได้แล้ว ขั้นต่อไปคือ “ทำอย่างไร?...ให้คนแชร์” หากต้องการให้ผู้อ่านแชร์คอนเท็นท์ จะต้องทำให้ผู้อ่านเห็นด้วยและคล้อยตาม , ข้อมูลต้องไม่มีข้อขัดแย้งต่อกัน เนื้อหาไปทิศทางเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ มีประโยชน์อ่านแล้วบันเทิง และต้องช่วยให้คนที่แชร์ดูดีขึ้น กล่าวโดยรวมคือ  คอนเท็นท์นั้นต้องพูดแทนใจผู้แชร์ได้เป็นอย่างดี ไม่ควรทำ     คอนเท็นท์พื้นๆ ซ้ำ คล้าย ไม่ฉีกแนว หรือลอกเลียนคนอื่นมา เพราะอาจทำให้ผู้บริโภคเบื่อ ไม่อยากอ่านต่อ และไม่อยากแชร์
“คอนเท็นท์ดังแน่แค่พาดหัวให้โดน”
พาดหัวเป็นส่วนที่ยากที่สุดส่วนหนึ่งของการเขียนคอนเท็นท์ เพราะตัวอักษรที่จำกัดบนบรรทัดแคบๆ จะเป็นตัวชี้วัดว่าคอนเท็นท์ส่วนที่เหลือของคุณนั้นจะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด โดยพาดหัวหรือห้อข้อที่มักจะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากที่สุด มีดังนี้
  1. ต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า “เทคนิค” เช่น เทคนิคการเลือกรถมือ 2 อย่างไรไม่ให้โดนหลอก
  2. ต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า “ทำอย่างไร?” เช่น ทำอย่างไรไม่ให้ลูกติดเกมส์ , ทำอย่างไรให้ลูกเป็นอัจฉริยะ เพื่อสร้างความอยากรู้และทำให้ผู้อ่านอยากแชร์
  3. ในหัวข้อต้องมีคำว่า “…..ดีอย่างไร” เช่น มีแฟนเด็กดีอย่างไร , ไม่กินดึกดีอย่างไร ซึ่งสามารถสอดแทรกข้อมูลของสินค้าเข้าไปได้ โดยให้มีข้อมูลที่เป็นความรู้ 80% และขายของ 20%
  4. ในหัวข้อต้องมีคำว่า “ทำไม….?” เช่น ทำไมต้องซื้อรถมือหนึ่ง , ทำไมต้องเลือกใช้สินค้าของเรา , ทำไมต้องทำธุรกิจออนไลน์
  5. ในหัวข้อต้องมีคำว่า “อันตรายจาก…..” เช่น อันตรายจากการเสพติดโซเชียล
  6. เป็นการรวบรวม เช่น รวมคำกล่าวเปิดงานที่ควรแชร์เก็บไว้ , รวมอาหารน่ารับประทาน , รวมแบรนด์เครื่องสำอาง 10 อันดับที่คนนิยมใช้กัน
ซึ่งนอกจากคุณลูกเกดจะมาให้ข้อมูลในการทำคอนเท็นท์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการแล้ว ยังมาช่วยสอนวิธีทำ    คอนเท็นท์รูปภาพแบบลงเป็นอัลบั้มด้วยโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นง่ายๆที่ เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
               เริ่มด้วยการทำคอนเท็นท์รูปภาพผ่านคอมพิวเตอร์ ด้วยโปรแกรม PowerPoint โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
  1. เข้าโปรแกรมและตั้งค่าหน้ากระดาษให้มีขนาดความกว้าง 29 ซม. สูง19 ซม. สำหรับข้อความที่เป็นหน้าปก และ    ตั้งค่าหน้ากระดาษให้มีขนาดความกว้าง 23 ซม. ยาว 23 ซม. สำหรับทำภาพที่เป็นเนื้อหา
  2. ใส่ข้อความ โดยใช้ตัวหนังสือที่มีหัวและอ่านง่าย จัดเรียงไม่ให้ข้อความชิดขอบมากจนเกินไป โดยข้อความจะต้อง   ไม่ทำลายความสวยงามของภาพ
  3. ใส่ภาพพื้นหลัง โดยเลือกภาพพื้นหลังที่มีที่ว่างพอสำหรับใส่ข้อความ ภาพต้องมีความละเอียดสูง และควรเป็นรูปที่ถ่ายเอง หรือซื้อมาเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์
  4. อย่าลืมใส่ชื่อแบรนด์หรือชื่อเพจ โดยไม่ควรใส่โลโก้ชื่อแบรนด์หรือเพจให้เด่นกว่าข้อความ
  5. โพสภาพลงบนแฟนเพจ โดยสร้างเป็นอัลบั้มรูปภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา หากมีภาพเยอะกว่า 3 ภาพ          ควรคัดเลือก 3 คอนเท็นท์ที่แทนเนื้อหาทั้งหมด และชวนให้คนอ่านต่อขึ้นมาก่อน
การทำคอนเท็นท์ง่ายๆด้วยมือถือ ผ่านแอพพลิเคชั่น Line Camera มีขั้นตอนดังนี้
  1. เปิดแอพพลิเคชั่น เลือกอัลบั้ม และเลือกรูปภาพพื้นหลัง โดยเลือกภาพที่มีความละเอียดสูง 1080 พิกเซลขึ้นไป
  2. เลือกขนาดรูปภาพ สำหรับภาพหน้าปกให้เลือกเป็น 4:3 ส่วนรูปภาพเนื้อหาให้เลือกขนาดภาพเป็น 1:1           เสร็จเรียบร้อยแล้วตกแต่งรูปตามใจชอบ
  3. วิธีเพิ่มข้อความในรูปภาพ กดไอคอน T และพิมพ์ข้อความ หากข้อความยาวมาก สามารถแบ่งออกเป็น 2 กล่องข้อความได้
  4. เพิ่มโลโก้หรือชื่อเพจ ด้วยการเลือกไอคอนรูปหัวใจ  ต่อด้วยการเลือกไอคอนรูปกรรไกร แล้วกดเลือกเครื่องหมายบวก เพื่อเพิ่มรูป
  5. ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยกดบันทึกภาพบริเวณไอคอนลูกศรชี้ลง อย่าลืมว่าภาพที่บันทึกไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีก จะต้องทำใหม่เท่านั้น
คุณลูกเกดยังฝากทิ้งท้ายไว้ว่า สำหรับการทำคอนเท็นท์ต้องคอยสังเกตสิ่งที่โพสต์อยู่บ่อยๆ หากคอนเท็นท์ที่โพสต์ไปมีกลุ่มคนเดิมๆมากดไลค์กดแชร์ นั่นหมายความว่า คอนเท็นท์ยังโดนใจและยังเป็นตัวตนของเพจอยู่  หากวันใดคอนเท็นท์ ที่โพสต์เริ่มมีคนกดไลค์น้อยลง คนเก่าที่เคยแชร์เริ่มหายไป นั่นอาจแสดงให้เห็นว่าแนวทางและจุดยืนเดิมของคอนเท็นท์เริ่มเปลี่ยนไป และอย่าลืมอัพเดทข้อมูลใหม่ๆที่ตรงกับเพจ และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาเขียนเป็นคอนเท็นท์ให้โดนใจผู้ติดตามมากขึ้น