แกะรอยร้อยล้าน (Young Self Made Millionaire presented by SCB) ตอน “The Next Fourward on Tour” จังหวัดพิษณุโลก

27.01.2018





ซื่อสัตย์ มีสัจจะกับลูกค้า พัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน
ความจนเป็นเหมือนกรรมพันธุ์ คำๆ นี้อาจทำให้หลายคนมีฝันอยากรวย แต่หลายคนก็คิดว่าเป็นคำสาปที่ถอนไม่ได้ สำหรับ “เฮียนพ-ชวพจน์ ชูหิรัญ” เจ้าของแบรนด์ “เฮียนพหมูนุ่ม” ผู้ล้มลุกคลุกคลานมาบนหยาดเหงื่อแรงกาย จากวินมอร์เตอร์ไซค์กลายมาเป็นเถ้าแก่ร้อยล้าน ฝันที่เขาไม่เคยฝัน แต่เขาลงมือทำด้วยแรงทั้งหมดที่มี ความสำเร็จนี้เฮียนพบอกว่าใครๆ ก็ไปถึงได้ คำพูดและแรงใจดีๆ เหล่านี้เฮียนพมาแบ่งปันในงาน แกะรอยร้อยล้าน (Young Self Made Millionaire presented by SCB) ตอน “The Next Fourward on Tour” “ก้าวสู่ผู้นําเทรนด์ธุรกิจ หลากมุมคิด พิชิตร้อยล้าน” จังหวัดพิษณุโลก
 
Highlight :
  • มองหาโอกาสระหว่างทาง จากเสียบหมูวันละร้อยไม้ เริ่มเป็นหลักพัน แต่เฮียนพก็มองหาลูกค้าเพิ่มในระหว่างที่ออกไปส่งหมู เพื่อให้ได้ยอดหมูปิ้งเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ ค่อยๆ หาลูกค้าและต่อยอดไปเรื่อยๆ
  • อย่าปฏิเสธงานใหญ่ เมื่อมีคนมาสั่งหมูปิ้งวันละ 20,000 ไม้ เฮียนพคิดว่ากำลังการผลิตอาจไม่พอ เงินหมุนก็เช่นกัน แต่ไม่อยากปฏิเสธงานใหญ่ จึงพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อทำให้ได้ตามออเดอร์ รวมถึงต่อรองเรื่องขอเงินสดมาหมุนเวียนก่อน ต้องลองพยายามก่อนจะปฏิเสธ
  • ซื่อสัตย์ มีสัจจะในการทำธุรกิจ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือการรับปากลูกค้าแล้วทำได้อย่างที่พูดไว้ มีความซื่อสัตย์ในเรื่องเงินทอง ในการทำธุรกิจ แล้วคนจะเชื่อถือในตัวเรา ทำให้ธุรกิจอยู่ได้นาน
  • ทำให้ถูกกฎหมาย SME ไทยชอบกลัวการทำให้ถูกกฎหมาย กลัวเสียภาษีนั่นนี่ แต่ถ้าทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย เราจะรับงานได้หลากหลายระดับมากขึ้น และจะเติบโตไปบนความเชื่อใจ ไว้ใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์เรา
  • กระจายความเสี่ยง อย่าเอาแบรนด์หรือสินค้าของเราไปผูกติดกับลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะถ้าเขาเลิกทำ เราเองจะแย่ เฮียนพแบ่งลูกค้าเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป 2.ตัวแทนจำหน่ายแต่ละจังหวัด 3.รับจ้างผลิต 4.โมเดิร์นเทรด ทำส่งตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
 
มองหาโอกาสระหว่างทาง
                เฮียนพเริ่มจากเสียบหมูปิ้งวันละไม่กี่ร้อยไม้ พอมีคนมาสั่ง 1,000 ไม้ครั้งแรก เฮียนพเริ่มคิดว่าถ้าใน 1 วัน มีคนสั่งแบบนี้ 10 ราย ก็คงสร้างรายได้ดีแน่ๆ เวลาไปส่งของเฮียนพจึงมองหาลูกค้าระหว่างทาง นั่นคือแม่ค้าไส้กรอกย่าง ลูกชิ้นย่าง เฮียนพจึงเข้าไปนำเสนอหมูปิ้ง พูดถึงราคา กำไร และข้อดีของการขายหมูปิ้ง กระจายสินค้าหมูปิ้งให้กลุ่มคนเล็กๆ จากนั้นก็เริ่มมีคนสนใจและติดต่อเข้ามาเอง ยอดเสียบหมูจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการบอกปากต่อปาก และการมองเห็นโอกาสของตัวเฮียนพเอง
 
อย่าปฏิเสธงานใหญ่
                เมื่อรู้จักคนมากขึ้น มีลูกค้าเพิ่มจากเดิม โอกาสใหม่ๆ จึงเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย จากเสียบหมูส่งหลักพันไม้ จู่ๆ มีเจ้าของปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ อยากนำหมูปิ้งเฮียนพไปขายในปั๊มทุกวัน สั่งวันละ 20,000 ไม้ แต่ปัญหาหลักคือเฮียนพไม่มีเงินทุนหมุนเวียน เพราะเครดิตเจ้านี้รอ 45 วัน เฮียนพไม่อยากปฏิเสธโอกาส จึงรับข้อเสนอไว้ แต่ต่อรองว่าขอเงินสดมาเป็นทุนก่อน และจะทำให้เต็มความสามารถ โดยทำได้วันละ 10,000 ไม้ แต่เมื่อสเกลใหญ่ขึ้น สถานที่ทำงานก็ต้องขยับขยาย นี่จึงเป็นก้าวสำคัญที่เฮียนพปรับปรุงธุรกิจจากทำภายในครัวเรือน กลายมาเป็นระบบโรงงาน
 
ซื่อสัตย์ มีสัจจะในการทำธุรกิจ
                เฮียนพย้ำเสมอว่าการทำธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือสัจจะและความซื่อสัตย์ รับปากลูกค้าแล้วต้องทำให้ได้ตามที่พูด ไม่ผิดนัด ไม่ผิดเวลา ส่งของให้ถูกต้องตามที่สั่ง แม้เฮียนพจะติดเครดิตบุโร ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารมาทำธุรกิจธุรกรรมใดๆ ได้ แต่เฮียนพใช้ความซื่อสัตย์ ขอติดเงินจากคู่ค้า เพื่อเอาเงินมาหมุนซื้อที่ เปิดโรงงาน แต่เงินทุกบาททุกสตางค์เฮียนพมีแล้วก็ใช้คืน ไม่เคยติดค้างใคร ใช้ชีวิตประหยัดมัธยัสถ์ จนสร้างโรงงานได้สำเร็จ และขยายแบรนด์เฮียนพหมูนุ่ม จนธุรกิจพุ่งสู่ร้อยล้าน
           
ทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย
                SME ของไทยจะได้เงินอยู่ประมาณ 2 ปีแรก ใครทำอะไรออกมาจะร่ำรวยอยู่ประมาณ 2 ปีพอปีที่ 3 หรือ 4 จะถูก Copy หมดเลย สังเกตดูทุกวันนี้มีธุรกิจอะไรบ้างที่ไม่มีใครเหมือนเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะหนีขึ้นไปได้อย่างเดียวคือต้องทำให้ถูกกฎหมาย ทำให้ถูกต้องตามกระบวนการ เพราะคนไทยชอบคิดเล็กคิดน้อย กลัวเสียภาษี กลัวอะไรต่างๆ เพราะไม่อย่างนั้นรับลูกค้าหลายระดับไม่ได้ อีกทั้งช่วยสร้างเครดิตให้แบรนด์ ยกตัวอย่างมีคนถามว่าหมูปิ้งนี้อร่อยตรงไหน ทำไมขายราคานี้ เราก็อธิบายได้ว่าเรามีโรงงานที่มีมาตรฐาน เนื้อหมูสามารถตรวจสอบได้ เราก็สามารถอธิบายได้ว่าสินค้าเราแพงเพราะอะไร แล้วทำไมต้องกินของเรา นี่เรียกว่าความแตกต่าง สรุปง่ายๆ คือต้องเดินเข้าหากฎหมายแล้วทำให้มันถูกต้อง ทำแบรนด์ให้ติดตลาด ทำให้น่าเชื่อถือ
 
กระจายความเสี่ยง
อย่าเอาแบรนด์หรือสินค้าของเราไปผูกติดกับลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือผูกติดกับสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เพราะถ้าเขาเลิกทำ เราเองจะแย่ ควรกระจายไปหาลูกค้าหลายๆ กลุ่ม เฮียนพแบ่งลูกค้าเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป เรียกว่าค้าขาย 2.ตัวแทนจำหน่ายแต่ละจังหวัด ให้เขาไปบริหารกันเอง 3.รับจ้างผลิต คุณแค่สั่งว่าต้องการอะไรและติดแบรนด์เองได้ เฮียนพเป็นเจ้าเดียวที่ไม่ขายแฟรนไชส์ 4.โมเดิร์นเทรด ทำส่งตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ บางที่ก็ทำแบรนด์ชื่อตัวเอง บางที่ก็ขายในชื่อเฮียนพ การที่แบ่งเป็น 4 กลุ่มจะทำให้เราสามารถแบ่งลูกค้าได้ และยังสามารถกระจายลูกค้าได้ กระจายความเสี่ยงได้ ไม่ไปกระจุกอยู่แค่บางกลุ่มหรือบางเจ้า