6 แผน เขียน Business Plan กู้ได้ไม่อายใคร

18 กรกฎาคม 2559

“เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” คำๆ นี้นับเป็นคำที่มีความหมายอย่างยิ่งไม่เว้นแม้แต่การทำธุรกิจ เพราะถ้าหากคุณสามารถเริ่มต้นได้ดีและมีแผนการที่เด่นชัด มันก็จะยิ่งทำให้คุณไปสู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำขึ้น ซึ่งสิ่งนี้อาจมาในรูปแบบที่เรียกว่า แผนการทางธุรกิจ (Business Plan) แต่ปัญหาที่ค้นพบคือผู้ประกอบการส่วนใหญ่อาจจะติดปัญหาในช่วงเริ่มต้นว่าควรจะเริ่มอย่างไรดี

SCB SME จึงอาสานำเทคนิคที่จะช่วยให้การเริ่มต้นวิธีการทำแผนธุรกิจของคุณให้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางด้านธุรกิจของคุณ

1. ศึกษาลักษณะธุรกิจ
เริ่มจากการศึกษาลักษณะธุรกิจของคุณ เพราะสิ่งแรกที่จะสามารถกำหนดแผนธุรกิจได้นั้นจะต้องเป็นการผลักออกมาจากตัวคุณเองก่อนว่าจะทำธุรกิจในประเภทใด โดยถ้าแบ่งประเภทเป็นลักษณะธุรกิจ SME ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 จะประกอบด้วย 4 ลักษณะคือ กิจการผลิตสินค้า กิจการค้าส่ง กิจการค้าปลีก กิจการให้บริการ
 BusinessPlan

2. รวมรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์

จากนั้นจึงเข้าสู่การรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์ เนื่องจากการทำความเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมของการดำเนินธุรกิจปัจจุบันและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การแข่งขัน ภาพรวมของอุตสาหกรรม รวมถึงความสามารถในการทำกำไรและความพร้อมด้านต่าง ๆ ทำให้การวิเคราะห์สถานการณ์จึงเป็นงานลำดับแรก ๆ ที่ผู้ประกอบการควรทำเพื่อใช้เป็นข้อมูลกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และการวางแผนการดำเนินงานของกิจการ เครื่องมือของการวิเคราะห์ที่ดีที่สุดก็คือ การทำ SWOT Analysis โดยเราต้องมองหาจุดแข็ง (Strength) ในการทำธุรกิจของเรา จุดอ่อน (Weaknesses) โอกาสของผลิตภัณฑ์หรือการทำธุรกิจประเภทนั้นๆ ไม่เพียงการวิเคราะห์ภายใน แต่เราต้องวิเคราะห์การทำธุรกิจจากปัจจัยภายนอกเพื่อมองหาโอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threats) ของกิจการ ซึ่งจะแสดงผลลัพธ์การวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ของกิจการต่อไป

3. กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจ

เป้าหมายทางธุรกิจดังกล่าวหมายถึง ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่กิจการต้องได้รับในช่วงระยะเวลาของแผนการธุรกิจ ซึ่งอาจจะถูกแบ่งเป็นเป้าหมายโดยรวมของกิจการและเป้าหมายเฉพาะด้านในแต่ละแผนกหรือลักษณะงาน เช่น เป้าหมายทางการตลาด เป้าหมายทางการเงิน เป้าหมายทางการผลิต เป็นต้น โดยจะแบ่งเป้าหมายทางธุรกิจเป็นเป้าหมาย 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การกำหนดเป้าหมายไม่ได้หมายถึงแค่การมุ่งหวังผลกำไรหรือผลลัพธ์ในระยะสั้นมากเกินไป เนื่องจากอาจจะเกิดปัญหากระทบในระยะกลางและระยะยาวจึงทำให้ลักษณะของเป้าหมายธุรกิจจำเป็นต้องมองถึงเงื่อนไขอีก 3 ประการ ประกอบด้วย (1.) มีความเป็นไปได้ (2.) วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม (3.) เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 
เริ่มต้นเขียนแผน

แผนการธุรกิจจะเริ่มต้นมาจากขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์ รวมถึงขั้นตอนการกำหนดเป้าหมายธุรกิจ โดยมีแผนอื่น ๆ  ในรายละเอียดปลีกย่อย ประกอบด้วย แผนการตลาด แผนการผลิต แผนการจัดการ แผนการเงิน แผนการดำเนินงาน แผนฉุกเฉิน โดยแบ่งเป็นรายละเอียดดังนี้

- แผนการตลาด (แผนนำ) โดยทั่วไปแผนการตลาดจะต้องตอบคำถามเป้าหมายการตลาดอื่น ๆ โดยมีส่วนสำคัญ ประกอบด้วย เป้าหมายทางการตลาด การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบและความเติบโตในการแข่งขัน รวมถึงการควบคุมและประเมินผลทางการตลาด

แผนการผลิต (แผนเชื่อม) แผนการผลิตที่ดีจะต้องสะท้อนความสามารถของกิจการในการจัดการกระบวนการให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแสดงความสัมพันธ์ได้เป็นระบบตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าวัตถุดิบ (input) กระบวนการเปลี่ยนแปลงสภาพวัตถุดิบ (process) การนำออกของผลผลิต (output) และข้อมูลย้อนกลับ (feedback) โดยวัตถุดิบและทรัพยากรอาจหมายรวมถึงปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ ชั่วโมงแรงงานในการผลิตหรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายรวมของทรัพยากรทุกอย่างที่ใช้

- แผนการจัดการ (แผนคน) หมายถึงการจัดทำแผนจะต้องระบุโครงสร้างขององค์กรให้ชัดเจน โดยแสดงแผนผังโครงสร้างให้เห็นว่าประกอบด้วยหน่วยงานใดและรับผิดชอบอะไรบ้าง รวมถึงตำแหน่งบริหารหลักขององค์กร โครงสร้างของคณะกรรมการและการถือหุ้น  เพื่อให้เกิดความสมดุลที่ดีในแง่การบริหาร รวมถึงความสามารถด้านเทคนิค ความชำนาญและประสบการณ์ในกิจการที่ทำ

- แผนการเงิน (แผนควบคุม) การจัดทำแผนธุรกิจนั้นกิจการต้องทราบให้ได้ว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเท่าใด หามาได้จากแหล่งใดภายในหรือภายนอก (Financial Activities) การตัดสินใจนำเงินไปลงทุน (Investing Activities) กิจกรรมการดำเนินงาน (Operating Activities) ประกอบด้วย การผลิต การซื้อ การขาย และการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ และสรุปออกมาเป็นงบการเงิน (Financial Statements) ซึ่งเป็นรายงานขั้นสุดท้ายที่แสดงให้เห็นข้อมูลทางการเงินของธุรกิจครอบคลุมการดำเนินงานในรอบระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อให้ทราบว่ารอบระยะเวลาที่ผ่านมาธุรกิจมีฐานะการเงินกำไรหรือขาดทุน และสาเหตุเกิดจากอะไร

- แผนการดำเนินงาน คือการจัดทำรายละเอียดของกลยุทธ์ โดยการกำหนดกลยุทธ์แต่ละด้านให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะทำแผนการดำเนินงานในลักษณะของตารางที่มีรายละเอียดของเป้าหมาย กลยุทธ์ วิธีการ งบประมาณ และระยะเวลาดำเนินการ โดยจัดทำรายละเอียดเป็นรายเดือนหรือรายสัปดาห์ตามแต่ความเหมาะสมของกิจการ

- แผนฉุกเฉิน นี่คือองค์ประกอบสุดท้ายที่ต้องมีการขบคิดล่วงหน้าเพื่อเตรียมเป็นแนวทางการดำเนินงานในกรณีที่สถานการณ์หรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามแผน โดยทั่วไปผู้ประกอบการควรจะอธิบายลักษณะความเสี่ยงทางธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
 
BusinessPlan
 
และนี่ก็คือแผนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะมือใหม่อย่าง SMEs ที่ธุรกิจแต่ละประเภทอาจจะมีจุดเน้นแตกต่างกันตามแต่ลักษณะเฉพาะ ซึ่งผู้ทำธุรกิจต้องพิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจตนเองต่อไปเพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี