Logistic เรื่อง ส่งๆ ที่ห้ามทำแบบ “ส่งๆ”

22 พฤษภาคม 2561

รู้หรือไม่? การซื้อสินค้าออนไลน์คือ 1 ใน 5 กิจกรรมยอดฮิตที่คนไทยนิยมทำบนโลกออนไลน์ และคาดว่าในปี 2018 นี้ มูลค่าตลาด E-commerce จะแตะที่ 2.8 ล้านล้านบาทแน่นอน! (ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์)

เมื่อเป็นที่นิยมขนาดนี้ SME หลายรายจึงเร่งเครื่องเปิดหน้าร้านออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม เพื่อขยายช่องทางการขายให้กว้างขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าแล้ว จะจัดส่งสินค้าอย่างไร ให้ “ถึงมือและถึงใจ” ลูกค้าล่ะ? แม้การขนส่งจะเป็นเพียงขั้นตอนสั้นๆ แต่จะทำแบบ “ส่งๆ” ไม่ได้เด็ดขาด! เราจึงขอแนะนำ 4 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าที่จะช่วยมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด

1.ส่งเร็ว: สั่งของปุ๊บ ได้ของปั๊บ!
จุดอ่อนของการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์คือ ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าทันที (ต่างจากการซื้อหน้าร้านที่ซื้อปุ๊บก็ได้ของปั๊บ) ฉะนั้นถ้าอยากกำจัดจุดอ่อนในข้อนี้ SME ต้องจัดส่งสินค้าให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้ามียอดการสั่งซื้อมาก อาจจะต้องจัดส่งสินค้าทุกวัน แต่หากยอดสั่งซื้อยังไม่สูงนัก ควรจัดส่งอย่างน้อย 3 วัน/ครั้ง เพื่อให้สินค้าส่งถึงมือลูกค้าเร็วที่สุด
ทั้งนี้ SME อาจเพิ่มตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการสินค้าเร่งด่วนภายใน 1 วัน (โดยชำระเงินเพิ่ม) ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว 

2.ส่งเป๊ะ: แกะกล่องมา คุณภาพปัง

“สินค้าเสียหาย ส่งของผิด ส่งไม่ครบตามจำนวน สินค้าจริงไม่เหมือนบนหน้าเว็บไซต์”
กรณีเหล่านี้ถือว่าเกิดขึ้นบ่อยมากๆ และเป็นเรื่องที่ทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจมากที่สุด ฉะนั้นถ้าอยากเอาชนะใจลูกค้า ต้องใส่ใจเรื่องนี้ให้มาก โดยสิ่งหลักๆ ที่ควรตรวจสอบมีดังนี้
  • บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ต้องมั่นใจว่าแข็งแรง ทนทานต่อการเคลื่อนย้าย
  • ตรวจสอบรายการสั่งซื้อให้ละเอียด อย่าให้ตกหล่นหรือผิดพลาด
  • ก่อนนำสินค้าลงกล่อง ต้องตรวจเช็คคุณภาพและจำนวนให้ถูกต้อง
3.ส่งถูก: ค่าส่ง อย่าแพงกว่าค่าสินค้า
เมื่อมีบริการจัดส่งสินค้า SME บางรายอาจเลือกดึงดูดใจลูกค้าด้วยการประกาศว่า “จัดส่งฟรี” แต่ปัญหาที่ตามมาคือ คุณจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นแน่นอน ฉะนั้นถ้าจะเลือกทางนี้คุณต้องมั่นใจว่ายังมีกำไรเหลืออยู่

ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมทำกันมากคือ คิดค่าจัดส่งกับลูกค้า ซึ่งแบ่งได้ 2 กรณีคือ เป็นอัตราคงที่ หมายถึงไม่ว่าจะส่งที่ใด ก็จ่ายราคาเท่าเดิม ข้อดีของทางเลือกนี้คือ ลูกค้าจะรู้ทันทีว่าต้องเสียค่าจัดส่งเท่าไร ซึ่งจะทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า แต่ข้อเสียคือ ถ้าต้องจัดส่งในระยะทางไกลๆ เราจะต้องแบกรับต้นทุนส่วนต่าง ส่วนอีกกรณีคือ คิดค่าส่งตามระยะทาง ข้อดีคือ SME ไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าจัดส่งส่วนต่าง แต่ก็อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อยากขึ้น เพราะไม่รู้อัตราค่าส่งที่แน่ชัด

4.ส่งแม่นยำ: ส่ง “ถูกที่” และส่ง “ทุกที่”
ความแม่นยำเรื่องเส้นทางในการจัดส่ง เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าส่งสินค้าทีไรก็ไปผิดที่ นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการบริหารจัดการของเราไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย

นอกจากนี้ธุรกิจควรมีบริการจัดส่งสินค้าทุกที่ ทั่วประเทศ เพราะลูกค้าที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ อาจอยากซื้อสินค้าของเรา หากไม่มีบริการจัดส่งไปยังพื้นที่เหล่านั้น ก็ทำให้สูญเสียโอกาสในการขายไป โดยทุกวันนี้มีบริษัทที่ให้บริการจัดส่งสินค้าให้เลือกมากมาย ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีจุดเด่นและค่าบริการที่แตกต่างกัน บางบริษัทอาจมีบริการพิเศษ เช่น รับวางแผนและจัดการเรื่องการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร ช่วยให้ SME ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องการจัดส่งสินค้า และมีเวลาวางแผนการเติบโตด้านอื่นๆ ต่อไป
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น แต่ที่ SCB Business Center ยังมีเคล็ดลับเรื่องการจัดส่งสินค้าอีกเพียบ ที่พร้อมเผยให้คุณทราบแบบหมดเปลือก แถมยังมีดีลสุดพิเศษจากบริษัทรับจัดส่งสินค้าชั้นนำมากมาย อาทิ SCG Express บริการส่งพัสดุขนาดย่อยแบบเร่งด่วน Lalamove บริการส่งสินค้า อาหาร และวางบิลเร่งด่วน My Cloud Fulfillment บริการจัดเก็บสินค้า จัดการสินค้าก่อนส่งและจัดส่งสินค้า Eagles Air & Sea บริการขนส่งครบวงจร ทั้งทางบก น้ำ อากาศ ฯลฯ ทุกดีลสุดพิเศษนี้มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับบริการที่ยอดเยี่ยม ในราคาย่อมเยาแน่นอน ใครสนใจดีลดีๆ เหล่านี้ มาที่ SCB Business Center ศูนย์ธุรกิจ SME รูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการทางธุรกิจได้เลย!

สนใจรายละเอียด deals พิเศษ ที่จะช่วยลดต้นทุนการส่งสินค้าให้กับธุรกิจ คลิกเข้าไปดูได้ที่ https://businesscenter.scb.co.th/th/