ITAP ทางลัดสู่การสร้างนวัตกรรมของธุรกิจ SME

3 เมษายน 2561

HIGHLIGHT

            - องค์ความรู้คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอด และเติบโตอย่างยั่งยืน หากแต่การเข้าถึงเทคโนโลยีถูกจำกัดเพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ปัจจุบันภาครัฐ   เข้ามาสนับสนุนผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั้งในเรื่องของเงินทุน และองค์ความรู้

            - 90% ของธุรกิจเอสเอ็มอีเริ่มมองเห็นถึงความสำคัญของการนำเอาเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขัน แต่ยังคงติดกับดักทั้งใน   เรื่องของเวลา และข้อแนะนำที่ดีจากผู้ที่ไว้ใจได้ เพื่อการเลือกสรรเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ปัญหาธุรกิจได้ดีที่สุด

            - กลไกการทำงานของ ITAP ที่ช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ดีที่สุดคือ

              1มีผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพในการทำงานร่วมกับเอกชนที่ต้องแข่งขันในเรื่องของเวลา
              2. ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้เชี่ยวชาญ กับผู้ประกอบการธุรกิจ โดยได้รับการฝึกฝนให้มีองค์ความรู้ทั้งในด้านเทคโนโลยี และความรู้ทางธุรกิจ ทำให้สามารถทำหน้าที่ประสานงานได้เป็นอย่างดี
              3งบประมาณสนับสนุน 50% สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาทต่อโครงการ ใช้ได้ทุกอย่างที่เป็นปัญหาของธุรกิจ ยกเว้นด้านมาร์เก็ตติ้ง และการซื้ออุปกรณ์ที่มีมูลค่าสามารถขายต่อได้ 

              การทำธุรกิจในยุคนี้ หลายคนรู้ดีว่านวัตกรรมคือทางออกในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ และเป็นหนทางในการต่อยอดสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เสียแต่ว่ามีผู้ประกอบการน้อยรายนักที่จะรู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะเดินหน้าต่อ สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้กับธุรกิจของตน ด้วยหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรค์สำคัญ ทั้งในเรื่องเงินทุน แหล่งองค์ความรู้ และผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ ทั้งหมดนี้คือปัญหาหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตขององค์กรธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี

              ดนุชา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม แห่ง Innovation and Technology Assistance Program หรือ ITAP หน่วยงานภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือสวทช. กล่าวว่าองค์ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดความมั่นคง จนนำไปสู่ความมั่งคั่ง และยั่งยืนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ทางรัฐบาลพยายามผลักดันอยู่ในตอนนี้ แต่ส่วนหนึ่งที่ธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ค่อยมีนวัตกรรมเพราะขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี มีความเข้าใจว่าการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีต้องใช้เงินทุนสูง และไม่กล้าที่จะเสี่ยง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานเข้ามาให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องของเงินทุน และองค์ความรู้ ดังเช่น ITAP หน่วยงานที่ให้การดูแลในเรื่องของนวัตกรรมโดยเฉพาะ

              “ผู้ประกอบการหลายรายรู้ว่านวัตกรรมเป็นโจทย์สำคัญในตอนนี้ เพราะ S-curve เก่ากำลังนิ่ง แต่สิ่งที่ไม่หยุดคือ ต้นทุนคงที่ ซึ่งทำให้มาร์จิ้นต่ำลง ผู้ประกอบการหลายรายหาทางรอดด้วยการปรับตัวมีการทำ R&D มากขึ้น แต่กว่า 90% ของเอสเอ็มอีไม่รู้ว่าจะทำตัวเองให้ไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างไร นั่นเพราะขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ส่วนใหญ่เลือกไม่ถูกว่าเทคโนโลยีไหนจึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง ใครคือผู้รู้ที่แท้จริง และจะเข้าถึงได้ยังไง และถ้าต้องลงทุนจะคุ้มค่าหรือไม่ เหล่านี้คือปัญหาหลัก ยิ่งแต่ละวันทุกคนต้องยุ่งอยู่กับงานด้านธุรกิจ สุดท้ายก็เลยเหมือนตกอยู่ในวังวนที่หาทางออกไม่ได้

              “ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เช่น ช่วยเรื่องทุนสนับสนุนให้กับสตาร์ทอัพ หรือเอสเอ็มอี อย่าง ITAP เราเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพสูงมากของภาครัฐ มีหน้าที่โดยตรงในการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งที่ผ่านมาเราให้การสนับสนุนไปแล้วร่วม 10,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจอาหารประมาณ 50%  ทั้งนี้เพราะเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย ซึ่งบ้านเรามีพื้นที่เกษตรกรรมเยอะ”

               ทั้งนี้ กลไกของ ITAP มี 3 ส่วนที่สำคัญ คือ 1. ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้เชี่ยวชาญ กับผู้ประกอบการธุรกิจ โดยได้รับการฝึกฝนให้มีองค์ความรู้ทั้งในด้านเทคโนโลยี และความรู้ทางธุรกิจ ทำให้สามารถทำหน้าที่ประสานงานได้เป็นอย่างดี 2. ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัย ซึ่งปัจจุบันมี 1,300 คน ที่กรองแล้วว่าพร้อมทำงานกับภาคเอกชน โดยนักวิจัยเหล่านี้มีความคล่องตัวในการทำงานที่สามารถร่วมงานกับเอกชนได้ดี และ 3.งบประมาณสนับสนุน 50% สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาทต่อโครงการ ซึ่งใช้ได้ทุกอย่างที่เป็นปัญหาของธุรกิจ ยกเว้นด้านมาร์เก็ตติ้ง และการซื้ออุปกรณ์ที่มีมูลค่าสามารถขายต่อได้ 

               “เราใช้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน บางรายก็เป็นเอกชนเองจึงมีความเข้าใจในธรรมชาติของเอกชนด้วยกัน ซึ่งในจำนวน 1,300 คน ก็จะมีทีมสนับสนุนของตัวเองด้วย หรือถ้าผู้ประกอบการสามารถหาผู้เชี่ยวชาญมาเองได้ เราก็ยินดีให้การสนับสนุน เพราะเรารู้ตัวว่าไม่ได้เก่งทุกเรื่อง และไม่ได้รู้จักทุกคน ที่สำคัญระหว่างทาง หากผู้ประกอบการรู้สึกว่าผู้เชี่ยวชาญที่เราหามาให้ เคมีไม่ตรงกันก็สามารถเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งบางโครงการที่เราทำมาก็มีการเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญร่วม 3-4 คนกว่าโครงการจะสำเร็จลุล่วง”

               ดนุชาเล่าว่ากระบวนการทำงานของ ITAP จะเริ่มต้นตั้งแต่ให้คำปรึกษาฟรีแก่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีปัญหา หรือต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับสินค้าและบริการของตน หลังรับปัญหาเสร็จ เจ้าหน้าที่จะหาผู้เชี่ยวชาญเข้าไปพูดคุยโดยตรงกับผู้ประกอบการ และจัดทำ Proposal เพื่ออนุมัติโครงการ ซึ่งทั้งหมดจะยังไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าโครงการจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งหลัง Proposal ออกมาแล้ว ตัวผู้ประกอบการเองยังสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่

               “ในการจัดทำ proposal ผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการให้ทั้งหมด เพราะเขาจะทำหน้าที่เป็นเหมือนกับโปรเจ็คเมเนเจอร์ให้กับบริษัทของผู้ประกอบการ ซึ่งในการทำงานจะมีสัญญาที่ทางผู้เชี่ยวชาญจะต้องลงนามในการรักษาความลับของโครงการด้วย ผู้ประกอบการจึงสบายใจได้ในเรื่องนี้  ซึ่งหลังจากที่ proposal ออกมาแล้ว หากตัวผู้ประกอบการไม่มั่นใจ และไม่ต้องการเดินหน้าต่อ ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แต่โดยหลักแล้วหลังจัดตั้งเป็นโครงการขึ้นมาแล้ว ITAP ยังจะช่วยดูข้อเสนอโครงการ และค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยตรวจสอบกับผู้ประกอบการอีกครั้ง พอขึ้นเป็นโครงการแล้ว ITAP ก็จะสนับสนุน 50% แต่จะเป็นแบบผู้ประกอบการต้องจ่ายไปก่อนแล้วค่อยมาทำเรื่องเบิกคืนภายหลัง”

                ในส่วนของเวลาการทำงานนั้น ดนุชาบอกว่าขึ้นกับโจทย์ที่ได้รับ บางเรื่องอาจใช้เวลาเพียงแค่ 3-5 เดือนก็ได้ผลงานออกมาแล้ว แต่บางเรื่องใช้เวลาเป็นปี ซึ่งหากเจอโจทย์ที่ยากมาก ๆ บางครั้งก็อาจต้องแยกส่วนงานทำให้จบเป็นก้อนๆ ไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

                “ที่ผ่านมาก็มีหลายงานที่ล้มเหลว เช่น บางคนกำลังทำๆ อยู่ ปรากฏว่าจีนเอาสินค้ามาวางขายตัดหน้า ซึ่งถ้าทำต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร กรณีอย่างนี้เราจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อถือเป็นการร่วมทุนกันก็ต้องแบกรับความเสี่ยงร่วมกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องหมายถึงว่าตัวผู้ประกอบการเองแสดงให้เราเห็นว่าได้ตั้งใจอย่างเต็มที่แล้วนะ ถ้าเป็นความล้มเหลวที่มาจากตัวผู้ประกอบการเองไม่มีความตั้งใจพอ เราอาจพิจารณาไม่ช่วยก็ได้ ซึ่งกรณีที่เป็นโครงการใหญ่ ๆ บางครั้งก่อนอนุมัติโครงการ อาจต้องมีการตรวจสอบคอนเซ็ปต์ไอเดียก่อน ซึ่งบางเรื่องอาจต้องทำ prototype ขึ้นมาก่อนเพื่อดูว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นได้บ้าง แล้วค่อยเริ่มเป็นโปรเจ็กจริง ซึ่งก็จะทำให้โอกาสแห่งความสำเร็จมีมากกว่า”

                ทั้งนี้จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ดนุชาบอกว่าเอสเอ็มอีที่มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีร่วมกับ ITAP มีผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7.5 เท่า โดยบางอุตสาหกรรมเช่น อุตสาหกรรมอาหารมีผลตอบแทนมากถึง 20% นี่จึงเป็นหลักฐานชี้ชัดถึงโอกาสที่มีมากกว่าของการลงทุนด้านนวัตกรรม ที่ทาง ITAP ต้องการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นเหมือนเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ