5 สิ่งผลักดันให้คนไทยซื้อของออนไลน์มากขึ้น

21 มิถุนายน 2559

การแข่งขันทางการตลาดออนไลน์ของไทยมีความดุเดือดขึ้นมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้บริโภคจากความสามารถในการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าอยู่ไม่น้อย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) (สพธอ. หรือ ETDA) เปิดเผยผลการสำรวจ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนในยุคนี้ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกันมากที่สุด สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยกิจกรรมยอดนิยมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้แก่
 
อันดับ 1 การใช้บริการโซเชียลมีเดีย(Social Media) 82.7% เช่น เฟซบุ๊กอินสตาแกรมและไลน์ เป็นต้น
อันดับ 2 การสืบค้นข้อมูล 56.6%
อันดับ 3 การใช้ติดตามข่าวสาร หนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ 52.2%

เมื่อดูจากกลุ่ม SCB SME ก็ขอแบ่งช่วงเจนเนอเรชั่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พบว่า Gen X, Gen Y และ Gen Z คือกลุ่มที่ใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็น อันดับ 1  ในขณะที่กลุ่ม Baby Boomer เลือกใช้โน้ตบุ๊กและพีซีเป็นหลัก โดยเน้นหนักไปที่ค้นหาข้อมูลมากถึง 62.2% ใช้อีเมล53.7% และเพื่อการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ 45.3%
ด้านผลข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคในการซื้อ – ขายของออนไลน์ของคนไทย พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการผ่านช่องทางออนไลน์ 5 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1  วิธีการนำเสนอข้อมูลของสินค้าบนเว็บไซต์ 51.2 % 
อันดับ 2  ความชัดเจน และความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ 50.5 % 
อันดับ 3  สินค้าหรือบริการเปรียบเทียบแล้วถูกกว่าร้านค้าปกติ 46.4 % 
อันดับ 4  การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงความสามารถในการสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง 46.1 %
อันดับ 5  โปรโมชั่น 41.6 %
 
จากผลการวิจัยเชิงลึกดังกล่าวจะเห็นได้ว่า 5 สิ่งผลักดันให้คนไทยซื้อของออนไลน์มากขึ้น ประกอบไปด้วย

1. การนำเสนอข้อมูลของสินค้า

เป็นที่แน่นอนว่าการนำเสนอข้อมูลของสินค้าในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ทำการตลาดแบบเดิมไม่ได้ผลอีกแล้ว   โดยกลุ่มตัวอย่างแบบสำรวจกว่า 60%  ยอมรับว่า จะเข้าชมสินค้าจากการทำการตลาดแบบปากต่อปาก (Words of Mouth) ที่มีผู้คนเคยทำรีวิวสินค้าไว้แล้วบนอินเทอร์เน็ต และการอ่านความเห็นของผู้เคยใช้สินค้า หรือแม้กระทั่งในกลุ่มสินค้าไอที เครื่องสำอาง รองเท้ากีฬา ที่นิยมนำเสนอผ่านการแกะกล่องรีวิวผ่านวิดีโอในยูทูปและเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีพฤติกรรมการเปรียบเทียบราคาสินค้าในแต่ละร้านค้าที่ขายบนออนไลน์อีกด้วย
 
2. ความชัดเจนน่าเชื่อถือ

มีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 10,000 คนหรือคิดเป็น 64.9% ของคนไทยที่ซื้อของออนไลน์ มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการช้อปปิ้ง และแน่นอนถ้าอยากให้การตลาดได้ผล การสร้างความน่าเชื่อถือในร้านค้าออนไลน์ที่ปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องสร้างความไว้วางใจให้ลูกค้าว่า ร้านค้าออนไลน์หรือบริษัทขายของออนไลน์นั้นมีตัวตนจริงๆ ซึ่งในบางเว็บไซต์จะมีโปรแกรมป้องกันไวรัส เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค
 
3. ต้องมีการบริการที่ดี

จากผลสำรวจพบว่า ปัญหาหลัก ของการซื้อสินค้า และบริการออนไลน์  ได้แก่ รับสินค้าช้ากว่ากำหนด สินค้าไม่ตรงตามที่แสดงในเว็บไซต์ และสินค้าชำรุดเสียหาย โดยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน การทำการตลาดมุ่งเน้นไปที่บริการเสริมมากขึ้น เมื่อมีการซื้อสินค้า จำเป็นต้องมาพร้อมกับการบริการที่ดี ที่พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาในตัวสินค้า เพื่อป้องกันการเกิดปัญหากรณีดังกล่าวขึ้น รวมทั้งบางที่ยังสามารถส่งคืนสินค้าเมื่อเราไม่พอใจสินค้าเหล่านั้นได้อีกด้วย
 
4. ราคาถูก
จากผลสำรวจยอดขายออนไลน์ในประเทศไทยพบว่า สินค้าที่มีราคาถูกดึงดูดพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคสูงถึง 46.4 % โดยมีกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยม ประกอบด้วย สินค้าแฟชั่นในหมวด กระเป๋า และเสื้อผ้า  42.6 % สินค้าไอที  27.5%  และสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความงาม 24.4% ซึ่งแนวโน้มของสินค้าในกลุ่มสุขภาพ และความงามจะขยายตัวเข้ามาในพื้นที่การตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาต่ำกว่า 2,000 บาท ถือเป็นราคามาตรฐานที่ดึงดูดใจลูกค้ามากที่สุด
 
5. การชำระเงินที่สะดวกผ่านออนไลน์
ตลอดปี 2558 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เข้าสู่ระบบการชำระเงินผ่านออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ หรือ E – Commerce ซึ่งถือว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ในช่วงกำลังโดดเด่นที่สุดในประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย เช่น การชำระเงิน PaysBuy  AIS  mPAYและ123 cash อย่างไรก็ตาม สำหรับการช้อปปิ้งผ่านร้านค้าออนไลน์ มีผู้ตอบแบบสำรวจถึง 65% ที่นิยมการโอนเงินแบบชำระโดยตรงเข้าบัญชีเงินฝาก และอีก 30% นิยมการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต

อนึ่ง ผู้ที่ดำเนินการค้าออนไลน์ ควรจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งสามารถขอรับเครื่องหมาย DBD Registered เพื่อติดตั้งที่ร้านค้าออนไลน์ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และยืนยันการมีตัวตนของผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี