วิเคราะห์ข้อมูลให้เป็น แล้วจะเห็นตลาดก่อนคนอื่น

29 ธันวาคม 2560

เริ่มต้นเร็วกว่าคนอื่น ก็อาจจะเจ็บตัวเร็วกว่าคนอื่น สำคัญคือจะลุกขึ้นมาอย่างไรให้แตกต่าง “คุณโบ๊ท-ไผท ผดุงถิ่น” ผู้ก่อตั้งบริษัท บิลค์ เอเชีย จำกัด สตาร์ตอัพรุ่นบุกเบิกผู้สร้างซอฟต์แวร์ฟรีเพื่อธุรกิจก่อสร้าง builk.com เจ้าของเพจ “เจ๊จู วัสดุก่อสร้าง” ธุรกิจแรกของเขาคือผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งทำให้เขาติดหนี้กว่า 6 ล้านบาท แต่ความสร้างสรรค์และการมองหามุมใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ ทำให้เขาแตกต่างและมีวันนี้ คุณโบ๊ทได้ร่วมแชร์ประสบการณ์น่าสนใจนี้ในงาน “แกะรอยร้อยล้าน ตอน The Next Fourward” ซึ่งจัดขึ้นโดย SCB SME
 
Highlight :
  • ทุกปัญหาคือโอกาสใหม่ๆ เมื่อเจอวิกฤติตอนไปเปิดบริษัทที่เวียดนาม แทนที่จะท้อ คุณโบ๊ทกลับเห็นโอกาสครั้งใหม่ ขายซอฟต์แวร์ไม่จำเป็นต้องเปิดบู๊ทก็ได้ สร้างตัวเองใหม่ภายใต้คำว่า Internet Business แม้ยุคนั้นจะไม่มีคนรู้จัก แต่ก็ต้องลองทำเพื่อสร้างสิ่งแตกต่างในวงการผู้รับเหมาก่อสร้าง
  • ถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล โปรแกรมที่คุณโบ๊ททำกลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี แต่จะขายข้อมูลให้แบรนด์ต่างๆ ก็คงไปได้ไม่ไกล จึงวิเคราะห์หามุมมองใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในการต่อยอดทางธุรกิจ ผันตัวเองมาเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ขึ้น เพื่อให้คนในวงการวัสดุก่อสร้างเข้ามาทำธุรกิจร่วมกัน 
  • ให้คิดสร้างธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม ลองทำตัวเองให้กว้าง แล้วเชิญคนอื่นเข้ามาร่วมในแพลตฟอร์มของเรา เพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจของเราให้สูงขึ้น มองภาพให้กว้างขึ้น วิเคราะห์สิ่งที่เราทำให้ออก และทำอย่างถูกที่ ถูกเวลา ธุรกิจของเราจะเติบโตขึ้นได้ไม่ยาก
  • ทำการตลาดให้เร็วกว่าคนอื่น โลกยุคดิจิตอลทำการตลาดได้เร็วขึ้นและถูกลง เราสามารถทดลองทำได้โดยใช้เงินไม่เยอะ ถ้าทำแล้วพลาดก็ไม่เป็นไร ถ้าทำแล้วเวิร์คก็ให้เก็บ DATA แล้ววัดผลทันที ทำการตลาดก็ต้องเร็วกว่าคนอื่นให้ได้ เพราะคนที่พ่ายแพ้คือคนที่ช้ากว่า 
  • ใช้ข้อมูลดิจิตอลประเมินธุรกิจตัวเอง สิ่งที่มีค่าที่สุดในการทำธุรกิจคือ “เวลา” จงใช้ข้อมูลดิจิตอลที่มีในมือประเมินสถานการณ์ อาจจะรู้ได้ใน 6 เดือนก็ได้ว่าไอเดียนี้ไม่รอด และเอาเวลาไปสร้างธุรกิจอื่นต่อ ยุคนี้การเฟลนั้นไม่แพงและเร็วมากๆ รีบล้มรีบลุกดีที่สุด
ทุกปัญหาคือโอกาสใหม่ๆ
                หลังจากทำธุรกิจซอฟท์แวร์มาได้สักพัก ช่วงนั้นก็เกิดวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ งานก่อสร้างชะลอตัว คุณโบ๊ทเลยไปเปิดตลาดใหม่ที่เวียดนาม เปิดบริษัทอยู่ที่นั่น 1 ปีก็ไม่เวิร์ค แต่ไม่ย่อท้อ สิ่งที่มองเห็นคือโอกาสครั้งใหม่ ทำไมขายซอฟต์แวร์ต้องไปเปิดบู๊ทหาลูกค้า ทั้งๆ ที่ซอฟต์แวร์ดังๆ อย่าง facebook, google ไม่เคยต้องแนะนำตัวให้ใครรู้จัก แถมยังเก็บเงินข้ามโลกได้อีก นี่คือโลกใหม่ของ SME ไทยไม่เคยกล้าคิด คุณโบ๊ทเลยคิดทำ Internet Business ซึ่งยุคนั้นเมืองไทยยังแทบไม่รู้จักคำๆ นี้ แต่คุณโบ๊ทเลือกจะก้าวออกไปทำ เพื่อสร้างสิ่งแตกต่างในวงการผู้รับเหมาก่อสร้าง
 
ถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล
                โปรแกรมที่คุณโบ๊ททำขึ้น กลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี สามารถรู้ได้เรียลไทม์ว่ามีผู้รับเหมาทำอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง พวกเขาต้องการใช้วัสดุตัวไหนในการทำงานวันนี้ เมื่อมีข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่คนอื่นไม่มี แบรนด์วัสดุก่อสร้างต่างๆ จึงต้องมาหาเราเพื่อได้ข้อมูลนี้ สิ่งที่ทำอยู่ก็ประสบความสำเร็จดีแล้ว แต่คุณโบ๊ทลองถอยตัวเองไป 1 ก้าว เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างที่มีว่าประกอบจากอะไรบ้าง มองหามุมใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในการต่อยอดทางธุรกิจ จากขายแค่โปรแกรมและข้อมูล ก็ผันตัวเองมาเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ขึ้น เพื่อให้คนในวงการวัสดุก่อสร้างเข้ามาทำธุรกิจร่วมกัน
 
ให้คิดสร้างธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม
                ลองทำตัวเองให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อให้คนอื่นเหยียบขึ้นไป ธุรกิจแพลตฟอร์มที่ดังๆ ได้แก่ Amazon, Alibaba โดยเราต้องทำตัวเองให้กว้าง แล้วเชิญคนอื่นเข้ามาร่วมในแพลตฟอร์มของเรา ในขณะที่ตัวเราเองก็ต้องทำให้เขาดีขึ้นด้วย เช่น Uber ก็ชวนคนมีรถ มาขับรถกับเขา ถึงแม้ตัวเราจะเป็น pipeline business ของคนอื่น แต่เราก็สามารถทำตัวให้เป็นแพลตฟอร์มได้ เพียงต้องวิเคราะห์สิ่งที่เราทำให้ออก และทำอย่างถูกที่ ถูกเวลา  
 
ทำการตลาดให้เร็วกว่าคนอื่น
                โลกยุคดิจิตอล เราสามารถทำอะไรได้เร็วขึ้นและถูกลง ทุกแคมเปญการตลาดเราสามารถทดลองทำได้ ไม่เหมือนยุคก่อนที่ต้องจ้างสื่อต่างๆ ทำการตลาดให้เสียเงินเป็นแสนๆ ยุคนี้เป็นดิจิตอลซึ่งรวดเร็วมาก เช่น แคมเปญเจ๊จูที่คุณโบ๊ททำ ใช้เงินเพียง 6 หมื่นบาท หากปล่อยออกไปแล้วไม่สำเร็จ ก็แค่ไม่มีคนดูและเสียเงินเพียงหลักหมื่น แต่ถ้าทำแล้วเวิร์ค เราจำเป็นต้องเก็บ DATA และวัดผลที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถรู้ได้ทันทีเป็นนาทีต่อนาที ความเร็วในการทำการตลาดก็ต้องเร็วกว่าคนอื่นให้ได้ เพราะคนที่พ่ายแพ้คือคนที่ช้ากว่า
 
ใช้ข้อมูลดิจิตอลประเมินธุรกิจตัวเอง
                สิ่งที่มีค่าที่สุดในการทำธุรกิจคือ “เวลา” คุณโบ๊ทเสียเวลาทำธุรกิจอยู่ 3 ปี ถึงรู้ว่าไปไม่รอด ถ้าวันนี้ทำธุรกิจแล้วใช้ข้อมูลดิจิตอลที่มีในมือประเมินสถานการณ์ อาจจะรู้ได้ใน 6 เดือนก็ได้ว่าไอเดียนี้ไม่รอด มีเวลาอีก 2 ปีครึ่งให้ไปทำอย่างอื่นต่อ รีบเฟลดีกว่ารอนานจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป สตาร์ตอัพกว่า 90% เฟลในการทำธุรกิจ ซึ่งยุคนี้การเฟลนั้นไม่แพงและเร็วมากๆ ด้วย รีบล้มรีบลุกดีที่สุด