8 Trend ที่ควรรู้สำหรับเอสเอ็มอี

14 ธันวาคม 2559

8 เทรนด์ธุรกิจพลิกโลกที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องรู้ วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไวกว่าที่คิด องค์ความรู้แบบเดิม ๆ เริ่มใช้ไม่ได้ในธุรกิจใหม่ SCB SME จึงประมวลภาพของเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นกับเอสเอ็มอีทุกท่าน เพื่อจะได้เตรียมตัวอย่างรวดเร็ว
 
1. Thailand 4.0
Thailand 4.0 เป็นแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันประเทศออกจากกับดักของประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยการใช้นวัตกรรมมาต่อยอดอุตสาหกรรมดั้งเดิม และพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อเป้าหมายในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ที่เป็นที่ต้องการในระดับโลก
 
ที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านเศรษฐกิจมาแล้วถึง 3 ยุคคือ Thailand 1.0 ที่เป็นสังคมผลิตภาคเกษตร 2.0 สังคมอุตสาหกรรมเบา  และ 3.0 สังคมที่มีการผลิตแบบอุตสาหกรรมหนัก การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมาสู่ยุค 3.0 ได้นั้นเป็นความโดดเด่นของเศรษฐกิจไทย แต่ 3.0 ได้พาประเทศไทยมาสู่ทางตันของการขยายรายได้ของประเทศ เพราะรายได้ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการรับจ้างผลิต และการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อใช้ทรัพยากร และแรงงานราคาถูกภายในประเทศ
 
ก้าวที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ 4.0 ได้นั้น จำเป็นจะต้องก้าวข้ามแนวคิดการรับจ้างผลิต สู่การผลิตสินค้าและบริการด้วยตัวเอง หรือการก้าวข้ามจาก OEM และ ODM เป็น Brand
 
Thailand 4.0 เป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของประเทศ และเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการ เพราะภาครัฐเป็นผู้ผลักดันนโยบายความเปลี่ยนแปลง พร้อมกับแนวนโยบายสนับสนุนที่ออกมามากมาย ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสามารถใช้โอกาสนี้ในการผลักดันธุรกิจไปสู่ New Curve ใหม่ได้
 
2. Digital Disruption
Digital Disruption หรือ ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจสู่ Digital เป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการก้าวเข้ามาของ Digital ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล ได้สร้างผลกระทบต่อหลายธุรกิจ และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่น ๆ ในระยะเวลาอันใกล้นี้
 
ที่ผ่านมามีหลายภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น การเกิดขึ้นของ Online และ Youtube ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจสื่อและธุรกิจโทรทัศน์ หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง ขณะที่อีกหลายธุรกิจต้องขายหุ้นให้กับกลุ่มนายทุนที่มีความพร้อมมากกว่า หรือผู้ประกอบการแท็กซี่และโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจาก Uber และ Airbnb
 
Digital Disruption จะส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องมีการปรับตัวโดยใช้ไอทีมาช่วยในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ เพื่อให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์ของดิจิทัล ซึ่งถ้าธุรกิจใดที่ไม่เปลี่ยนแปลง หรือไม่พร้อมเปลี่ยนแปลงจะโดนผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือ Startup เข้ามาทดแทน
 
3. Internet of Thing (IoT)
เป็นเทคโนโลยีที่มีจะมีบทบาทอย่างมากต่อธุรกิจในปี 2560 จากการเกิดขึ้นของ device ใหม่ ๆ และการขออนุญาตใช้บริการเชื่อว่าปี 2560 ภาคธุรกิจจะเริ่มใช้ IoT เป็นส่วนหนึ่งของบริการ เช่น การใช้ IoT ในกล้อง IP Camera เพื่อตรวจสอบข้อมูลจราจร และดูแลความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ หรือการใช้ IoT ในการวัดและแจ้งเตือนระดับน้ำ อุณหภูมิ ความชื้น และสารอาหารในดิน เพื่อกำหนดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดตามแนวทางของ Smart Farming ได้
 
หรือการใช้ IoT ในอุปกรณ์ประเภทสวมใส่ เพื่อตรวจวัดชีพจร ความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ ฯลฯ เพื่อบ่งบอกสภาพและความพร้อมของผู้ป่วยในแต่ละช่วง เพื่อสร้างกลไกการแจ้งเตือนความผิดปรกติของผู้ป่วยได้
 
IoT จะเป็นโอกาสที่สดใสที่สุดของผู้ประกอบการในปี 2560 ผู้ประกอบการที่มีไอเดีย และความพร้อม สามารถเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ๆ ได้
 
นอกเหนือจากแนวโน้มที่สำคัญในปี 2560 แล้ว รูปแบบการทำธุรกิจในปี 2560 ก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการเองต้องเรียนรู้และดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากดิจิทัลและผลักดันให้ธุรกิจอยู่รอดได้อย่างแท้จริง
 
4. ยุคแห่งการ Partnership
ปี 2560 เป็นยุคแห่งความร่วมมือและการหาพันธมิตร ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีธุรกิจไหนที่ไปรอดเพียงลำพัง แต่กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุคถัดไปแล้วการมีพันธมิตรกลับเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า เพราะผู้ประกอบการกำลังต้องเผชิญกับสภาพธุรกิจที่โหดร้ายที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีความได้เปรียบกว่าธุรกิจขนาดเล็กในแทบทุกด้าน
ทางรอดของธุรกิจที่เล็กกว่า นอกเหนือจากการอาศัยช่องว่างในตลาดแล้วก็คือการรวมกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งหรือ Cluster เพื่อสร้างความได้เปรียบและอำนาจต่อรองที่พอจะคานกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้
 
ฉะนั้นนอกเหนือจากการมุมานะสร้างธุรกิจแล้ว ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องหมั่นเข้าสังคม เข้ากลุ่มธุรกิจ รวมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจอยู่รอดได้
 
5. โลกธุรกิจที่ปราศจากคนกลาง
เป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทย การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีในการสื่อสาร ทำให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตสามารถเชื่อมต่อกัน ติดต่อและซื้อขายกันได้โดยตรง ด้วยความได้เปรียบที่เป็นผู้เสนอราคาที่ต่ำที่สุด ขณะที่ผู้บริโภคก็พึงพอใจที่จะซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิต ภายใต้บริการที่เหนือกว่าเช่น การรับรองคุณภาพ การเปลี่ยนสินค้า รวมถึงบริการหลังการขาย
 
ผู้ประกอบการที่เป็นคนกลางจึงเผชิญกับปัญหามากขึ้นจนหลายรายต้องหายหน้าไปจากตลาด ซึ่งการเชื่อมโยงของผู้บริโภคและผู้ผลิตนั้นเป็นผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นและจะต้องส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการอย่างแน่นอน ผู้ประกอบการจึงต้องมีแผนธุรกิจที่เหมาะสมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
 
6. ปลาเล็กกินปลาใหญ่
เราคงคุ้นเคยกับสำนวนปลาใหญ่กินปลาเล็ก ที่นำมาใช้กับมุมธุรกิจแล้วบ่งบอกถึง ความได้เปรียบของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีต่อธุรกิจขนาดเล็ก ทั้งในด้านต้นทุนและขีดความสามารถเชิงธุรกิจ เช่น การกระจายสินค้า
 
แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังนำเสนอมุมมองที่เปลี่ยนไป Uber ผู้ให้บริการรถแท็กซี่รายใหญ่ของโลก ไม่ได้เป็นเจ้าของรถแท็กซี่สักคัน หรือ Airbnb ที่มีบริการห้องให้เช่าเป็นจำนวนมากก็ไม่ได้เป็นเจ้าของห้องเช่นกัน แต่ปัจจุบันทั้งสองรายที่กล่าวไปมีธุรกิจที่ใหญ่กว่ากลุ่มโรงแรมยักษ์ใหญ่ของโลกเสียอีก
 
ตัวอย่างดังกล่าวบ่งบอกถึงธุรกิจรุ่นใหม่ที่ใช้นวัตกรรมมาทำธุรกิจและก่อให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีผลต่อธุรกิจดั้งเดิม
 
ปัจจุบันธุรกิจยักษ์ใหญ่หลายรายกำลังกังวลถึงความเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความอุ้ยอ้าย มีพนักงานเป็นจำนวนมาก มีต้นทุนธุรกิจสูง แต่สิ่งเหล่าที่เคยสร้างความได้เปรียบภายใต้การแข่งขันแบบ Traditional นั้น กำลังเป็นอุปสรรคขนาดใหญ่ในยุคดิจิทัล เพราะธุรกิจเหล่านั้นมีต้นทุนที่สูงกว่าธุรกิจเกิดใหม่ที่มีพนักงานไม่เกิน 20 คน มีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน และใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือที่สำคัญของธุรกิจ ยุคของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” กำลังเปลี่ยนไป “ปลาเล็กกินปลาใหญ่” กำลังมา
 
7. ธุรกิจที่แข่งขันด้วยความเร็ว
ธุรกิจที่แข่งขันด้วยความเร็ว หรือ Economy of Speed เป็นอีกหนึ่งมุมมองของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เราคงคุ้นเคยกับคำว่า Economy of Scale หรือ ความได้เปรียบจากขนาด ที่บ่งบอกว่าธุรกิจการผลิตที่มีต้นทุนต่ำสุด จะได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งทั้งหมด
 
แต่ปัจจุบันมุมมองนั้นกำลังเปลี่ยนไป ต้นทุนอาจจะเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจอยู่ แต่ปัจจุบันความเร็วหรือ Speed กลับเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของธุรกิจมากกว่า ธุรกิจที่พร้อมกว่า เร็วกว่า จะสำเร็จมากกว่า
 
8. ความรู้สำคัญกว่าเงิน
ในอดีตการสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนมากเพื่อใช้ในการสร้างหน่วยการผลิตขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในชัยชนะของธุรกิจ แต่ปัจจุบันเงินอาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวของความสำเร็จ
 
ปัจจุบันความรู้ดูจะเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับเงินทุน ความรู้และไอเดียในการทำธุรกิจที่ดีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่างและทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ถ้ามีไอเดียธุรกิจที่ดีได้รับการทดสอบแล้วว่าเป็นไปได้ จะพบว่าเงินลงทุนนั้นสามารถมาได้ง่ายจากหลายวิธี ตั้งแต่วิธีพื้นฐานอย่าง Crowd funding หรือการขอสนับสนุนจากนักลงทุน เช่น Venture Capital
 
ณ ปี 2560 โลกของธุรกิจกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้ประกอบการในวันนี้มีเพียงความรู้ธุรกิจคงไม่เพียงพอเสียแล้ว

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME