AEC กับ 5 ธุรกิจดาวรุ่ง 2017

28 มกราคม 2560

อาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่เต็มไปด้วยโอกาส ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจในอัตราที่สูง และเป็นกลุ่มกำลังการบริโภคขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ด้วยขนาดประชากร 600 ล้าน อาเซียนจึงเป็นโอกาสธุรกิจที่น่าสนใจของผู้ประกอบการไทย มาดูธุรกิจดาวรุ่งที่น่าจับตาในปี 2017 นี้
 
2560 เป็นปีแห่งความท้าทายของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจของประเทศในอาเซียน ภายหลังการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมาได้ 1 ปี ภายใต้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นได้ทั้งอุปสรรคและโอกาสสำหรับธุรกิจและผู้ประกอบการของไทย มาดูกันว่าธุรกิจใดบ้างที่เป็นดาวรุ่ง ของอาเซียน
 
ก่อนจะเข้าสู่เรื่องธุรกิจดาวรุ่ง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ หรือ Business Ecosystem ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจทุกธุรกิจ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องกล่าวถึงมีดังนี้
1.การเคลื่อนย้ายสินค้า เมื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีการลดภาษีสินค้าระหว่างกลุ่มประเทศในอาเซียน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้ามากขึ้น ทั้งสินค้าวัตถุดิบ และสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต รวมถึงสินค้าสำเร็จรูป ขณะที่การเชื่อมต่อเส้นทางอาเซียน ยังส่งผลโดยตรงให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าเสรีมากขึ้น ทั้งสินค้าจากจีนที่จะนำเข้ามาที่ไทยผ่านเส้นทางอาเซียน ทั้งวัตถุดิบและสินค้าเกษตร  รวมถึงการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย
2.การเคลื่อนย้ายแรงงาน การเปิดเสรีทำให้เกิดการย้ายทรัพยากรบุคคลในสาขาที่มีความสำคัญ ขณะที่แรงงานทั่วไปก็มีแนวโน้มเคลื่อนย้ายสู่เมืองเศรษฐกิจมากขึ้น การเคลื่อนย้ายแรงงานจะส่งผลโดยตรงกับธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น
3.การเติบโตของที่อสังหาริมทรัพย์ในเมือง การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นโอกาสที่น่าสนใจของนักลงทุนทั่วโลก จึงมีการลงทุนโดยตรงจากธุรกิจต่างประเทศมากขึ้นและมีผลให้เกิดการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาในประเทศ บุคลากรเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ราคาที่ดินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างรวดเร็ว
4.การย้ายฐานของธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น การก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้การเคลื่อนย้ายธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น ไปตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ที่มีแรงงานราคาถูกในอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมามีหลายธุรกิจของไทยที่ใช้ความได้เปรียบจากการย้ายฐานการผลิต และการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี มาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นต้น
5.การปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ บางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และเมียนมา มีการปรับเปลี่ยนนโยบายสู่เศรษฐกิจเสรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินทุนที่ไหลเข้าประเทศ
 
ทั้ง 5 ประการข้างต้น ทำให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไป และมีผลต่อหลายธุรกิจ ก่อให้เกิดธุรกิจดาวรุ่งของอาเซียน ต่อไปนี้เป็น 5 ธุรกิจดาวรุ่งที่โดดเด่นสอดคล้องกับการเติบโตของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
 
ธุรกิจดาวรุ่งรับปี 2560
ความเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบที่สำคัญดังที่กล่าวมาข้างต้น  มีผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงโครงการ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ มีผลให้เกิดโอกาสธุรกิจในหลายธุรกิจ ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้
 
อินโดนีเซียเปิดเสรีลงทุน
รัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5.1% ในปี 2560 ขณะที่ธนาคารโลกคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 5.3% ทิศทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในปี 2560 เป็นผลสืบเนื่องมาจากEconomic Package ที่ได้ประกาศออกอย่างต่อเนื่องแล้วมาแล้ว 14 ฉบับ เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ
 
Darmin Nasution รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจกล่าวว่า การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการผ่อนคลายกฎระเบียบยังคงเป็นสิ่งสำคัญในปีหน้า พร้อมกับการปรับปรุงด้านอื่น ๆ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าของอุตสาหกรรมในประเทศ ขณะที่การลงทุนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ออกมาคาดว่าส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อของภาคเอกชน
 
ทิศทางนโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียยังคงเป็นในลักษณะการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า สินค้าของภาคอุตสาหกรรม ขณะที่อินโดนีเซียยังสนับสนุนการเติบโตของฟินเทคกว่า 120 บริษัท เช่นธุรกิจการให้กู้ยืมแบบ peer-to-peer, e-wallets การระดมทุนจากมวลชน และการบริหารจัดการทางการเงิน
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับอินโดนีเซีย
-ธุรกิจก่อสร้าง
-อสังหาริมทรัพย์
-ฟินเทค สตาร์ทอัพ
-เทคโนโลยีสารสนเทศ
               
ฟิลิปปินส์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ฟิลิปปินส์มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียนด้วยจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน ที่ผ่านมาเศรษฐกิจของฟิลิปินส์เติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 6%  และคาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 6% ในปี 2017
 
ปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์มีดารเลือกตั้ง และได้นาย Rodrigo Duterte เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ และดำเนินนโยบายสนับสนุนการเกษตรและอุตสาหกรรมพื้นฐานเพื่อกระจายรายได้และสร้างงานให้กับประชาชนในชนบท ขณะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องมีผลให้การบริโภคเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ฟิลิปปินส์ได้ปรับปรุงกฎระเบียบด้านการค้าการลงทุนใหม่ และมีแผนจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับฟิลิปปินส์
-ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
-สินค้าอุปโภคบริโภค
-รถยนต์และชิ้นส่วน
-ผลิตภัณฑ์และบริการด้านความงาม
 
เวียดนามเดินหน้าปฏิรูปกฎระเบียบ
ด้วยขนาดประชากรกว่า 90 ล้านคน เวียดนามจึงเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเวียดนามกลับมามีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ฮา กวาง เตี๊ยน อธิบดีกรมบัญชีแห่งชาติ เวียดนาม กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี2559 เพียง 6.2% แต่คาดว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะเติบโต 6.7% ในปี 2560 ขณะที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัว 6.3% ในปี 2560
 
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนามยังอยู่ที่การส่งออกสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตามเวียดนามกำลังดำเนินการปฏิรูปกฎระเบียบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการลงทุน สำหหรับภาคอุตสาหกรรมแปรูป การผลิต การค้า ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับเวียดนาม
-ก่อสร้างและอสังหสริมทรัพย์
-ธุรกิจค้าปลีก
-สินค้าอุปโภคบริโภค
 
โอกาสขุดทองในเมียนมา
2017 จะเป็นปีทองของนักลงทุนต่างประเทศที่คิดหวังจะลงทุนในเมียนมา จากการได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และนโยบายการเปิดประเทศต้อนรับการลงทุน ด้วยอัตราการเติบโตมากกว่า 8% อย่างต่อเนื่องรวมถึงในปี 2017
 
เมื่อสิงหาคม 2016 ที่ผ่านมาเมียนมาได้ผ่อนปรนกฎระเบียบในการนำเข้าสินค้า 267 รายการตามคำแนะนำขององค์กรการค้าโลก ทำให้โอกาสการส่งออกสินค้าไปเมียนมาสดใสมากขึ้น ขณะที่เมียนมาได้อนุญาตให้บริษัทร่วมทุนสามารถทำธุรกิจได้หลากหลายประเภทมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง และค้าปลีก ส่งผลให้แนวโน้มการลงทุนในเมียนมาสดใสมากสำหรับนักลงทุนไทย
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับเมียนมา
-ธุรกิจก่อสร้าง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
-สินค้าอุปโภคบริโภค
-ธุรกิจค้าปลีก
-ธุรกิจสื่อสาร
-การเงินการธนาคาร (ฟินเทค)
 
สปป.ลาว โอกาสจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เศรษฐกิจในปี 2560 ของ สปป.ลาว มีแนวโน้มการเติบโตดีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่นโครงการก่อสร้างรถไฟจีน-ลาว และการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของเขื่อนพลังงานไฟฟ้าและความร้อนหงสา ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจลาวมีแนวโน้มขยายตัวได้ถึง 7% ในปี 2560
 
อย่างไรก็ตามด้วยจำนวนประชากรของประเทศที่ไม่มาก จึงมักถูกมองในเรื่องการลงทุน แต่แท้จริงแล้ว สปป.ลาวยังมีโอกาสการลงทุนอีกมาก โดยเฉพาะการลงทุนโครงการพื้นฐาน และการพัฒนาในด้านต่างๆ ของประเทศ เช่น การท่องเที่ยว การศึกษา อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการเกษตร
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับสปป.ลาว
-ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม
-ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
-สินค้าอุปโภคบริโภค
 
กัมพูชา ขยายตัวไม่ถึง 7%
ความกังวลถึงการเติบโตของเศรษฐกิจอันเป็นผลจากกาชะลอตัวของภาคเกษตร และธุรกิจท่องเที่ยวทำให้กัมพูชา อาจจะสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจได้น้อยกว่า 7% ตามที่รัฐบาลคาดหมาย ซึ่งสอดคล้องกับที่เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจกับพูชาจะเติบโตเพียง 6.8% ในปี 2560
 
แต่การเติบโตในระดับ 7% ก็ยังเป็นระดับที่น่าสนใจและสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจสื่อสาร
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับกัมพูชา
-ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
-ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม
-ธุรกิจสื่อสารและเทคโนโลยี
 
มาเลเซียตลาดส่งออกอันดับ 1 ในอาเซียน
มาเลเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยในอาเซียน ที่ประเทศไทยส่งออกไปมาที่สุดเป้นอันดับหนึ่ง ที่ประมาณ 4.8% ของการส่งออกของไทย ที่ผ่านมาเศรษฐกิจมาเลเซียพึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลักมากกว่า 30% จึงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง แต่นั่นจะเริ่มดีขึ้นในปี 2560 ทำให้เศรษฐกิจมาเลเซียกลับมาขยายตัวอีกครั้งที่ประมาณ 5%
 
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซียฉบับที่ 11 (ปี 2559-2563) เพื่อก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้ว มาเลเซียกำหนดให้ภาคบริการเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง โดยพัฒนา 4 เมืองสำคัญของประเทศ ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ ยะโฮร์บาห์รู กูชิง และโกตากินะบะลู ด้วยการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และระบบขนส่ง เพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึง
 
ธุรกิจดาวรุ่งสำหรับกัมพูชา
-ธุรกิจก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน
-ธุรกิจอาหารฮาราล
-ธนาคารกิสลาม และฟินเทค
 
อาเซียนเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจในปี 2560 โดยแต่ละประเทศมีแนวทางการดำเนินนโยบายที่ผ่อนปรน ทั้งเรื่องกฎระเบียบ การค้า และการลงทุน เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แม้แต่ละประเทศก็มีลักษณะที่แตกต่างกันไป แต่มีหลายธุรกิจที่มีโอกาสคล้ายๆ กัน โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และสินค้าอุปโภคบริโภค จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ในการเลือกขยายการลงทุนในกลุ่มประเทศที่สอดคล้องกับธุรกิจ

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME