กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

9 ตุลาคม 2559

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเครื่องมือในการดูแลบุคลากรภายในองค์กร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงทำให้มีหลายธุรกิจนำมาเป็นสวัสดิการให้กับลูกจ้างมากขึ้น และถ้าเอสเอ็มอีใดยังไม่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ SCB SME มีหลักคิดในการเลือกมาให้อ่านกัน
 
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ผ่านช่วงล้มลุกคลุกคลานของธุรกิจมาแล้ว  สิ่งหนึ่งที่เจ้าของกิจการทุกคนล้วนแสวงหา คือการลงหลักปักฐานสร้างความมั่นคงให้กิจการ แต่การจะได้มาซึ่งความมั่นคงนั้น ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายประการ ทั้งด้านการตลาด การขาย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และการดึงดูดบุคลกรที่มีความรู้ความสามารถให้อยู่กับองค์กรอีกด้วย
 
ในหลายประการที่กล่าวมานั้น การบริหารบุคลากรเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากที่สุดประเด็นหนึ่ง ดังคำโบราณกล่าวไว้ว่า “นกไม่มีคน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้” 
 
การรักษาบุคลากรให้อยู่กับองค์กรนั้น นอกจากที่ผู้บริหารจะต้องแสดงออกถึงการดูแลเอาใจใส่พนักงานแล้ว ในอีกแง่มุมหนึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังต้องมีสวัสดิการที่เหมาะสม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
 
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมไทยพาณิชย์ให้ข้อมูลว่า  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บออมเงินให้ลูกจ้างสามารถใช้จ่ายได้ตอนเกษียณอายุแล้ว และถือว่าเป็นสวัสดิการส่วนหนึ่งที่นายจ้างมีให้แก่ลูกจ้าง โดยเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น มีที่มาจาก 2 ส่วนด้วยกัน คือ
            1. ส่วนเงินสะสมของลูกจ้าง ซึ่งหักเงินส่วนหนึ่งจากค่าจ้างเข้ากองทุนเป็นรายเดือน หรือที่เรียกกันว่า “เงินสะสม”
            2. ส่วนเงินสมทบของนายจ้าง นายจ้างจะจ่ายเงินสมทบจำนวนเท่ากับเงินของลูกค้าเข้ากองทุนเป็นประจำทุกเดือน ส่วนนี้จะเรียกกันว่า “เงินสมทบ”
 
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น เป็นหนึ่งในสวัสดิการที่มีประโยชน์อย่างมากกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นพอจะแยกได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. สร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่บริษัทนายจ้าง ว่าเป็นบริษัทที่มั่นคง และห่วงใยลูกจ้าง
2. ทำให้ลูกจ้างมีความศรัทธาต่อกิจการ ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น
3. ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง และขจัดปัญหาการพิพาทแรงงาน
4. ลดอัตราการลาออกจากงานของลูกจ้าง และสร้างแรงจูงใจให้ลูกจ้างทำงานกับนายจ้างนาน ๆ
Fund
หลักการพิจารณา 4 ประการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเลือก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ 
 
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเลือกบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ที่เหมาะสมได้แล้ว  ยังต้องพิจารณาถึงหลักการ 3 ประการ คือ  เริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เลือกนโยบายที่เสี่ยงต่ำก่อน และดำเนินการภายใต้คำแนะนำของที่ปรึกษากองทุน  ทั้ง 3 ประการนี้จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มต้นได้อย่างมั่นคง และเมื่อมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น อาจจะปรับเปลี่ยนนโยบายของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้ยืดหยุ่นตามความต้องการต่อไป

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME