HORECA จิ๊กซอว์ขับเคลื่อน SME

19 พฤศจิกายน 2559

HORECA ประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม (Hotel) ธุรกิจร้านอาหาร (Restaurant) ธุรกิจกาแฟ และธุรกิจจัดเลี้ยง (Café and Catering) โดยทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ได้รองรับแค่คนไทยเท่านั้น แต่ส่วนหลักจะรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่งผลให้ตลาด HORECA มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งกลายเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยอัตราการเติบโตปีละ 10 - 20% ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้กลุ่ม HORECA  ยังเติบโตต่อเนื่องไปได้อีกหลายปี และนั่นเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความพร้อม
 
ภาคบริการเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ นอกเหนือจากภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ช่วงที่ผ่านมาภาคบริการมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย อาทิ เช่น ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการสุขภาพ และธุรกิจอาหาร
 
ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มธุรกิจในส่วนนี้เป็นภาคธุรกิจ HORECA  เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป เช่น เยอรมนี และ เนเธอแลนด์ เป็นต้น และกำลังกลายเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย SCB SME จึงอยากให้เอสเอ็มอีได้รับรู้โอกาสนี้
 
 
ในส่วนประเทศไทย HORECA  เป็นภาคธุรกิจที่มีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์  ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจกับกลุ่มธุรกิจนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่ม HORECA  เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหาร และร้านกาแฟ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
 
 
ตลาด HORECA  ในเมืองไทย

จากการเติบโตของธุรกิจ HORECA ในเมืองไทย ในช่วงปี 2557 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 10 - 20% โดยปี 2558 มีการประมาณการว่าจะมีมูลค่ามากถึง 974,000 ล้านบาท  โดยกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ได้แก่ กลุ่มโรงแรม มีมูลค่าประมาณ 527,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 54% ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่ารวม 385,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% และธุรกิจกาแฟ เบเกอรี่ และไอศกรีมมีมูลค่ารวม 62,000 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6% โดยแบ่งเป็นรายละเอียดดังนี้
 
กลุ่มธุรกิจโรงแรม ปี พ.ศ. 2559 มีจำนวนที่พัก 14,178 แห่ง และจำนวนห้องพัก 622,123 ห้องพัก เติบโตขึ้นจากปี พ.ศ. 2558 มากถึง 10.02% โดยมีสัดส่วนจำนวนของรีสอร์ทมากที่สุด รองลงมาคือโรงแรม และยังมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างชาติ
 
กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ร้านอาหารที่เป็นแบรนด์ชั้นนำที่มีสาขา และร้านอาหารทั่วไป โดยมีมูลค่าตลาดตามสัดส่วน ร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำที่มีสาขา 110,000 ล้านบาท และร้านอาหารทั่วไป 275,000 ล้านบาท โดยจำนวนร้านอาหารแบรนด์และร้านอาหารทั่วไป มีอัตราเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 4 - 6.8% และยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
 
กลุ่มธุรกิจกาแฟ เบเกอรี่ และไอศกรีม ในตลาดกลุ่มนี้ กาแฟมีสัดส่วนมูลค่ามากที่สุดถึง 30,000 ล้านบาท และส่วนแบ่งตลาดสำหรับกาแฟระดับกลางที่มีมูลค่าต่อแก้ว 50-150 บาทจะมีมูลค่ามากที่สุด เป็นจำนวน 40% ของตลาดกาแฟทั้งหมด ส่วนเบเกอรี่และไอศกรีมมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน 17,000 ล้านบาท และ 15,000 ล้านบาทตามลำดับ
 
ด้วยมูลค่าธุรกิจกว่า 1 ล้านล้านบาท ประกอบกับที่ประเทศไทยเป็นเมืองชั้นนำด้านการท่องเที่ยว กลุ่ม HORECA  จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
 
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการบริโภคของชาวไทยเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากที่ชื่นชอบกับการรับประทานอาหารภายในบ้าน ได้ปรับเปลี่ยนสู่การนิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยผลวิจัยพบว่าปัจจุบันคนไทยกว่า 70% รับประทานอาหารนอกบ้านสัปดาห์ละ 3 - 6 ครั้ง บางรายรับประทานอาหารนอกบ้านทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานร้านอาหาร ร้านฟาสต์ฟู้ด ร้านริมทาง รถเข็น หรือร้านสะดวกซื้อ
 
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้บริษัทหลายแห่ง หันมาตอบรับความต้องการของผู้ประกอบการกลุ่มนี้มากขึ้น หนึ่งในผู้ประกอบการที่เจาะตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้คือ  Makro
 
Makro เป็นศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าโชว์ห่วย แต่ปัจจุบัน Makro ได้มีการปรับโมเดล และแตกย่อยธุรกิจออกเป็นหลายขนาด เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งธุรกิจของ HORECA เช่นเดียวกัน
 
Makro เป็นหนึ่งในโมเดิร์นเทรดที่ประกาศให้ความสำคัญกับกลุ่ม HORECA อย่างชัดเจน ด้วยการเติบโตที่มูลค่าสูงกว่า 15 - 20% ต่อปี ซึ่งสูงกว่ากลุ่มลูกค้าโชว์ห่วยที่มีอัตราเติบโตเพียงปีละ 5 - 7% เท่านั้น ขณะที่กลุ่ม HORECA  เป็นกลุ่มลูกค้าที่มี Brand Loyalty สูงมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า และวัตถุดิบอย่างมาก และเมื่อได้ร้านค้าที่มีคุณภาพวัตถุดิบตามต้องการแล้ว ก็มักจะไม่เปลี่ยนแหล่งซื้อสินค้า
 
แม้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา  HORECA จะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าปีละ 10% แต่เมื่อมองไปข้างหน้าแล้วโอกาสของกลุ่ม HORECA ก็ยังค่อนข้างสดใส โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้ไทยสามารถส่งออกการบริการและการท่องเที่ยวไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ดังนั้น HORECA จึงเป็นโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มองเห็นโอกาส และมีขีดความสามารถในการแข่งขัน

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME