บรูไน SME ไทยน่าติดตาม

23 กรกฎาคม 2560

บรูไนถือเป็นประเทศร่ำรวย ประชากรมีรายได้สูงและมีกำลังซื้อมาก มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และสูงเป็นลำดับที่ 20 ของโลก รายได้ต่อหัวของประชากรมากกว่า 40,000 เหรียญสหรัฐต่อปี เพราะมีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากมายในประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามในภูมิภาคอาเซียนรองจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย และเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG อันดับสี่ของโลก ทำให้รายได้หลักของประเทศ 90% มาจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมน้ำมันแล้ว บรูไนยังมีอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีก เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฮาลาล ที่มีมาตรฐานด้านวัตถุดิบและการปรุงถูกต้องตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม และ SCB SME อยากให้เป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่ SME ไทยต้องติดตาม
 
สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตร และสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ โดยตลาดนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น อาเซียน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ขณะที่ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ อาเซียน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา
 
บรูไนนำเข้าสินค้าอาหารประมาณ 80% ผ่านมาจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งการขนถ่ายสินค้า ซึ่งสินค้าไทยที่ส่งออกไปบรูไนนั้นจะไปขนถ่ายที่สิงคโปร์หรือมาเลเซีย ซึ่งนำเข้าสินค้าไทยเข้ามาขายภายในประเทศ และอีกส่วนหนึ่งส่งต่อไปขายยังบรูไนที่มีเขตแดนติดกัน
 
รูปแบบการลงทุนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จนั้น รัฐบาลบรูไนส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล โดยตั้งเป้าหมายให้บรูไนเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ของโลก ซึ่งปัจจุบันปริมาณผลผลิตอาหารของบรูไนยังไม่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ซึ่งไทยมีความได้เปรียบในด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ที่ได้รับการยอมรับจากชาวบรูไน จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนประกอบธุรกิจด้านสินค้าอาหาร
 
ชาวบรูไน นิยมสินค้าแบรนด์เนม สินค้าหรูหรามูลค่าสูงและสินค้าฟุ่มเฟือย รวมทั้งให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างมาก โดยชาวบรูไนก็มีรสนิยมที่ค่อนข้างทันสมัยและอิงสไตล์ตะวันตก ในขณะที่พฤติกรรมการบริโภคสินค้าอาหารนั้นจะค่อนข้างใกล้เคียงกับมาเลเซีย โดยนิยมอาหารฮาลาลตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งชาวบรูไนค่อนข้างเชื่อถือในคุณภาพสินค้าอาหารจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
 
ส่วนกฎระเบียบการนำเข้าสินค้านั้น บรูไนไม่มีการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วน และไม่มีภาษีส่งออก ภาษีขาย ภาษี เงินเดือน ภาษีการผลิต มีเพียงการเรียกเก็บภาษีนิติบุคคลจากรูปบริษัทเท่านั้น หากมีอัตราการจัดเก็บที่ต่ำมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ  ในภูมิภาค นอกจากนั้น ยังมีการยกเว้นภาษีต่าง ๆ  ให้แก่ผู้เริ่มกิจการและกิจการที่ได้รับการส่งเสริมให้ประกอบในบรูไน พร้อมยังให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้มีการลงทุนและการจ้างงาน ในประเทศจะจัดเก็บภาษีเงินได้เฉพาะผลประโยชน์ที่ได้รับจากการค้าและธุรกิจ เงินปันผลจากบริษัทที่ได้ผ่านการจัดเก็บภาษีของบรูไน ดอกเบี้ยและส่วนลด ค่าเช่า ค่ารอยัลตี้ และผลประโยชน์ที่ได้จากทรัพย์สินต่าง ๆ  ทั้งนี้ การเก็บภาษีเงินได้ของบริษัท ต่างชาติจะคำนวณเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในบรูไนเท่านั้น โดยอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 30 นอกจากนั้น ภาษีที่มีการจัดเก็บ ได้แก่ อากรแสตมป์ ภาษีปิโตรเลียม (เก็บจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับปิโตรเลียม) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เรียกเก็บในอัตราร้อยละ 20 สำหรับดอกเบี้ยรับจากค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยหุ้นกู้ หรือเงินกู้ ที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่มีถิ่นพำนักในบรูไน
 
6 ข้อควรรู้ก่อนลุยบรูไน
1.อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมีโอกาสสูง
2.บรูไนเชื่อถือสินค้าฮาลาลจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
3.ต้องหานักลงทุนชาวบรูไนร่วมลงทุน
4.สินค้าต้องมีคุณภาพ
5.ชาวบรูไนรสนิยมทันสมัย สไตล์ตะวันตก
6.บรูไนมั่นใจสินค้าเกษตรของไทยได้เปรียบด้วยคุณภาพ

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME