e-Market Place แบบไหน เหมาะกับธุรกิจคุณ

27 มิถุนายน 2560

e-Market Place ไทย เริ่มมีมากขึ้น อัพเดตเอสเอ็มอีไทยว่า จะสามารถเลือกซื้อขายที่ไหนได้บ้าง แม้ว่า e-Market Place เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้า เพียงแต่อยู่บนโลกออนไลน์ และ ไม่ต้องมีต้นทุนการเช่าหน้าร้านก็ตาม แต่การเลือก e-Market Place ที่ให้เหมาะสมกับสินค้าของเราก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ทีมงานได้คัดสรร e-Market Place ของไทย ซึ่งแต่ละคนจะมีพาร์ทเนอร์ในการจัดส่งไม่เหมือนกัน อัพเดตกันเพื่อให้เอสเอ็มอีตัดสินใจกันเลยจ้า
 
1.     กระทรวงพาณิชย์ มี e-Market Place ให้เหล่าเอสเอ็มอีได้เลือกใช้บริการ หรือ จะใช้บริการทั้ง 2 เว็บเลยก็ได้ไม่ว่ากัน นั่นคือ www.thaicommercestore.com  ศูนย์กลางเผยแพร่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนทางออนไลน์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดนโยบายในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน โดยได้จัดทำศูนย์กลางเผยแพร่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนทางออนไลน์ (www.thaicommercestore.com) รวมถึงการจัดทำร้านค้าออนไลน์ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP, GI, Organic, Halal และFairtrade) ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมให้ข้อมูล ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนทางออนไลน์ เพื่อส่งเสริมและขยายตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการซื้อของผู้บริโภค และ อีกเว็บคือ www.Thaitrade.com  เน้นการค้าขายแบบองค์กรกับองค์กร ซึ่งเว็บนี้เป็นของกรมส่งเสริมการส่งออก จากกระทรวงพาณิชย์เช่นเดียวกัน
 
2.     อีกเว็บที่เรียกได้ว่าเป็น  e-Market Place รุ่นบุกเบิกเลยก็ว่าได้ คือ พันธวณิช อี-มาร์เก็ตเพลสwww.pantavanij.com เน้นการค้าขายแบบองค์กรกับองค์กร เป็นเว็บที่มีปริมาณการซื้อขายผ่านระบบจัดซื้อร่วม 200,000 ล้านบาทต่อปี ได้รับการไว้วางใจในการจัดประมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงภาคเอกชน เป็นจำนวนเฉลี่ยมากกว่าปีละ 10,000 งาน และมีการจัดการใบสั่งซื้อผ่านระบบ เป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านใบต่อปี มีฐานสมาชิกผู้ขายแบบองค์กรต่อองค์กร มากกว่า 16,000 ราย จึงนับเป็นเว็บที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับเอสเอ็มอีไทยที่ต้องการออเดอร์ใหญ่ๆ
 
3.     แต่หากเอสเอ็มอีต้องการมองหาห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่เข้าถึงผู้ซื้อระดับคอนซูเมอร์แล้วละก็ ขอแนะนำเว็บเก่าแก่ และนายทุนหนา อย่าง www.TARAD.com ช้อปปิ้งมอลล์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจะมีสินค้าเบ็ดเตล็ดแยกออกเป็นหมวดหมู่หลากหลาย ทั้งของตกแต่งบ้าน อาหาร สินค้าแฟชั่น ก็สามารถเข้าไปจับจองพื้นที่ในเว็บนี้ได้
 
4.     Weloveshopping.com ก็เป็นอีกเว็บหนึ่งที่เป็นคู่แข่งสูสีกับ www.TARAD.com แต่ก็เป็นทางเลือกสำหรับเอสเอ็มอีที่จะเปิดตลาดออนไลน์ได้อีกเว็บหนึ่ง เพราะ Weloveshopping.com  เป็นเว็บไซต์ช้อปปิ้งที่ครองใจนักช้อปออนไลน์มานานกว่า 8 ปี ด้วยสินค้าที่มีหลากหลายถึง 32 ประเภท รวมล้านกว่าชิ้น  ดึงดูดขาช้อปวันละกว่า 400,000 คน ให้แวะเวียนเข้ามาเลือกสินค้า และขายได้หลายช่องทาง    เลือกขายได้ทั้งบนเว็บ และแอพพลิเคชั่นมือถือในระบบ iOS และ Android
 
6.เทคนิคเลือก e-Market Place
1.มียอดคนเข้าชมและยอดซื้อ-ขาย จำนวนมาก
2.สินค้าที่ขายเป็นแหล่งค้าขายที่ตรงกับสินค้าของเอสเอ็มอีหรือไม่ เพราะกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาซื้อเขาจะดูว่าเว็บนั้นๆขายอะไร
3.ต้องมีระบบบริหารจัดการสินค้าและแยกหมวดหมู่ที่ชัดเจน เป็นระบบ ค้นหาง่าย
4.ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากในการนำสินค้าขึ้นบนเว็บ และสามารถติดต่อกับผู้ซื้อง่าย
5.มีระบบโปรโมทสินค้าที่ดี เพื่อให้สินค้าของเรามีคนเห็น
6.ควรมีแอปพลิเคชั่นที่สามารถสั่งซื้อและขายบนสมาร์ทโฟนได้ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากขึ้น

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME