เทคนิคเลือกแฟรนไชส์ให้ปัง

25 มิถุนายน 2560

กุญแจไขประตูสู่ความสำเร็จของแฟรนไชส์ สำหรับเอสเอ็มอีที่เพิ่งเริ่มต้นมีหลายรูปแบบ สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการเลือกเส้นทางสำหรับการทำธุรกิจให้รวดเร็วมากก็คือ การเลือกซื้อแฟรนไชส์ เราจะมีวิธีเลือกซื้อแฟรนไชส์อย่างไรบ้าง มาดูกัน
 
ปัญหาหนึ่งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปัจจุบัน คือ การมีความพร้อมด้านเงินทุน แต่ขาดซึ่งไอเดีย จะลงอะไรก็กล้า ๆ กลัว ๆ ไปเสียหมด กลัวจะทำได้ไหม กลัวจะล้มเหลว  กลัวลูกค้าไม่ชอบ แต่อีกใจก็อยากสำเร็จ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการกลุ่มนี้ แนะนำ การลงทุนผ่านแฟรนไชส์ ที่มีทั้งระบบสมบูรณ์ แต่จะเลือกแฟรนไชส์อย่างไรให้ดี ให้ถูกใจนั้น ครั้งนี้ SCB SME มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก กับ 5 วิธีเลือกแฟรนไชส์ให้ปัง ติดตามกันเลย
 
1.เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ บทบาทของเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์มีส่วนสำคัญอย่างมากในการพิจารณาว่าแฟรนไชนส์ที่ซื้อมานั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เจ้าของควรมีบทบาทสำคัญในการเอาใจใส่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และต้องดูด้วยว่ามีประสบการณ์นานพอในการลองผิด ลองถูก ครบถ้วนหรือยัง ไม่ใช่แค่ต้องการขายแฟรนไชส์อย่างเดียว แต่ไม่สนใจว่าผู้ซื้อจะประสบความสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจควรมีบริการหลังการซื้อให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ผู้ซื้อแฟรนไชส์จึงควรศึกษาในเรื่องสัญญาและข้อตกลงอย่างละเอียด บางธุรกิจก็อาจจะช่วยในเรื่องเบื้องต้น การหาพนักงาน การวางระบบ และการบริหารจัดการภายในร้าน แต่หากเกิดปัญหาตามมาภายหลังนั้น ในบางแฟรนไชส์ก็อาจจะไม่ได้สนใจในเรื่องนี้เลยก็เป็นได้ ที่สำคัญผู้ซื้อต้องศึกษารายละเอียดผลคืนทุนให้รอบคอบด้วยว่ามีเงื่อนไขใดซ่อนเร้นหรือไม่
 
2.สินค้า ต้องมีความแตกต่าง และมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับว่าประสบความสำเร็จจริง ไม่ใช่สินค้าตามกระแสที่มาเร็ว ไปเร็ว ใคร ๆก็ก็อปปี้ได้ ถ้าเป็นอาหารก็ต้องมีสูตรเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร และการเลือกทำเลต้องให้เหมาะกับสินค้าที่ขาย เพราะหากอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายแล้วต่อให้สินค้ามีจุดเด่นแค่ไหน การคืนทุนก็คงทำได้ยาก
 
3.มีการบริหารจัดการเป็นระบบ ธุรกิจแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน แต่หลักการที่ยังคงสามารถใช้ได้ก็คือ การพิจารณาดูว่า ความรู้ หรือ Know–How เจ้าของแฟรนไชส์มีนั้น ได้ถูกจัดมาให้เป็นระบบเพื่อการปฏิบัติงานที่ง่ายขึ้น หรือง่ายกว่าแฟรนไชส์ อื่นที่เปรียบเทียบหรือไม่ เพราะการมีระบบที่ดีจะทำให้เราทำงานง่ายขึ้นและมีมาตรฐานสม่ำเสมอ
 
4.มีการพัฒนาและปรับปรุงตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และสภาพตลาดการแข่งขัน เจ้าของแฟรนไชส์ต้องมีการพัฒนาสูตร หรือ ออกสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงอาจจะมีกิจกรรมเพื่อดึงดูดผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มด้วย โดยผู้ซื้อสามารถดูจากประวัติการดำเนินงานที่ผ่านมาของเจ้าของแฟรนไชส์ ได้ ว่ามีการปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นหรือไม่ เช่น มีสินค้าใหม่ออกมาไหม มีการพัฒนาระบบให้ทันสมัยขึ้นหรือไม่ หรือได้แต่อยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนา

5.จำนวนเงินลงทุน หากเป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแส และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคและมีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก จำนวนเงินในการขายแฟรนไชส์ก็อาจมีราคาสูงขึ้น ดังนั้นต้องดูกำลังเงินของผู้ซื้อด้วยว่ามีกำลังซื้อมากน้อยแค่ไหน ประกอบการตัดสินใจในสิ่งที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อข้างต้นได้เป็นอย่างดี
 
สุดท้ายนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่ละรายอาจพิจารณาปัจจัยต่าง ๆข้างต้นไม่เหมือนกัน หรืออาจไม่ได้ทั้งหมดทุกข้อที่กล่าวมา แต่ขอให้เลือกในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดและเหมาะสมกับธุรกิจผู้ประกอการเอสเอ็มอีมากที่สุดก็เพียงพอ เพราะคนทำธุรกิจคือตัวเราเอง

SCB_franchise
#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME