เผยเทคนิคเจาะตลาดอินโดนีเซีย

20 มิถุนายน 2560

อินโดนีเซีย ประเทศที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ธุรกิจการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ เอสเอ็มอี ไทยสามารถส่งสินค้าส่งออกไปยังอินโดนีเซียได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการจะรุกตลาดในอินโดนีเซียจึงจำเป็นต้องรู้ว่าสินค้าอะไรบ้างจะขายดี และกลยุทธ์ที่สำคัญในการเจาะตลาดอย่างชาญฉลาดคืออะไร SCB SME ครั้งนี้จะพาไปรู้จักกัน
 
ชาวชวาบริโภคอะไรกัน
กำลังซื้อของประชาชนชาวอินโดนีเซียยังคงจำกัดอยู่ในเขตเมืองใหญ่ๆที่เติบโตตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี และมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคที่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่บนเกาะชวา หากพิจารณาถึงประเภทสินค้าที่ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียกลุ่มมีแนวโน้มบริโภคมากขึ้นคือผลิตภัณฑ์ทางด้านอาหารและเครื่องดื่มที่คนกลุ่มนี้นิยมบริโภคมีความหลากหลายและตอบโจทย์วิถีชีวิต คนเมืองมากขึ้น อาทิ เครื่องดื่มให้พลังงาน (Energy drink) เครื่องดื่มเกลือแร่ (Isotonic/sport drink) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ต โยเกิร์ต และขนมขบเคี้ยว (Confectionary) โดยเป้าหมายหลักจะเป็นผู้บริโภค
วัยหนุ่มสาวและวัยทำงานที่ใส่ใจสุขภาพ
 
รองลงมาได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เครื่องสำอาง และเครื่องนุ่งห่มและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความสวยความงามและสุขภาพ อาทิ สบู่เหลวอาบน้ำ เจลล้างมือ กระดาษเช็ดหน้า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายและผิวหน้าจากสมุนไพร เสื้อผ้าสำหรับเด็ก น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ (All-purpose cleaners) สเปรย์ปรับอากาศ นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าตกแต่งบ้านยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยได้อานิสงส์จากตลาด ที่อยู่อาศัยที่ยังคงขยายตัว โดยสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวดีได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

5 กลยุทธ์เจาะตลาดค้าปลีกอินโดนีเซีย
            1.เสนอขายผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้บริโภคในกลุ่มนี้เน้นการจับจ่ายใช้สอยในร้านสะดวกซื้อหรือมินิมาร์ทเป็นหลัก และเริ่มจับจ่ายใช้สอยในไฮเปอร์มาร์เก็ตหรือซุเปอร์มาร์เก็ตที่มีมากขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากคำนึงถึงคุณภาพของสินค้า การบริการหลังการขาย นิยมความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยและไม่มีความอ่อนไหวต่อราคาสินค้ามากนัก
            2. ออกงานแสดงสินค้า การเข้าร่วมชมหรือออกงานแสดงสินค้าใน International Trade Fair ที่จัดขึ้นในแต่ละช่วงของปี ซึ่งเน้นประเภทสินค้าที่แตกต่างกันออกไป อาทิ Trade Expo ที่จัดขึ้นช่วงเดือน ต.ค.ของทุกปี หรือ Food and Hospitality Indonesia ที่จัดขึ้นช่วงเดือน พ.ย. ของทุกปี จะช่วยให้เข้าถึงเทรนด์การบริโภคในสินค้าชนิดต่างๆได้ดีขึ้น หรือเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า รวมถึงสำรวจคู่แข่งและคู่ค้าในตลาดอินโดนีเซียไปพร้อมกัน
            3.บรรจุภัณฑ์เน้นเรียบง่ายและมีเอกลักษณ์ ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียเลือกพิจารณารูปแบบและขนาดของบรรจุภัณฑ์มากกว่าราคา ดังนั้น แพกเกจอาหารจากประเทศไทยมักเน้นความเรียบง่ายและมีความเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่คนทำงานยุคใหม่ให้ความสำคัญกับแพกเกจเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (Eco-packaging) ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องให้ความใส่ใจต่อ แพกเกจ ในการนำสินค้าเข้าทำตลาดเพื่อชูจุดขายที่แตกต่างของสินค้า
            4.โปรโมทสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์ ผู้บริโภคชาวอินโดยังคงเน้นเฟ้นหาสินค้าอุปโภค บริโภคตามสื่อโทรทัศน์บวกกับการสื่อสารแบบปากต่อปาก ส่วนการใช้โซเชียล มีเดีย กระแสการโปรโมทเริ่มเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของบลอกเกอร์ หรือ เว็บไซต์ต่างๆจึงเป็นโอกาสของเอสเอ็มอีไทยในการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีต้นทุนถูกกว่าการโปรโมทผ่านโทรทัศน์ ดังนั้นการผสานตลาดแบบออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
            5.เลือกใช้บริการโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมพื้นที่ ภูมิประเทศเป็นเกาะแก่ง นักลงทุนไทยหรือผู้ที่สนใจส่งสินค้าออกไปยังอินโดนีเซียควรคัดเลือกผู้ให้บริการทางโลจิสติกส์ของอินโดนีเซีย (Third Party Logistics) ที่ครอบคลุมเกาะและเมืองที่ต้องการเข้าไปลงทุน เพื่อลดต้นทุนการขนส่งระหว่างเกาะที่สูงและสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม โดยผู้บริโภคในเมืองนั้นๆ สามารถเลือกชมและซื้อสินค้าออนไลน์ และสามารถเลือกรับสินค้าที่ศูนย์กระจายสินค้าที่ตั้งอยู่ในเมืองนั้นๆ หรือตามร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นพันธมิตร
            ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอาจเน้นส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียและเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกอยู่แล้ว โดยอาศัยความได้เปรียบของความตกลงการค้าเสรีภายใต้ AEC ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องดื่ม สิ่งปรุงรสอาหาร ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขนมขบเคี้ยว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผักกระป๋องและแปรรูป รวมถึงอาหารฮาลาล อย่างไรก็ดี การแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกและ E-commerce ในอินโดนีเซียเริ่มดุเดือดขึ้นผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามกฎระเบียบของทางการอินโดนีเซียที่อาจจะปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนในอนาคตอย่างใกล้ชิด

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME