Social Media เรื่องง่าย ๆ SME ต้องมี

31 พฤษภาคม 2560

การตลาดสุดฮิตติดใจกันทุกองค์กรในยุคอดีตก็คือ การใช้ 4P (Product Price Place และ Promotion) แต่ยุคปัจจุบันเมื่ออินเทอร์เน็ตโลกเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป นักการตลาดหัวสมัยใหม่ก็ต้องเปลี่ยนตาม นี่จึงเป็นที่มาของการทำตลาดออนไลน์ผ่าน Social Media ที่นับวันจะยิ่งแข่งขันขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น SCB SME มีเคล็ดลับเล็ก  ๆ น้อย  ๆ ที่จะมานำเสนอให้กับเอสเอ็มอี เพื่อให้ลองทำดู

มีอะไรดี..ใน Social Media
ในจักรวาลของ Social Media นั้นมีอาวุธให้นักการตลาดหยิบมาเล่นได้มากมาย เช่น Fanpage, LINE, Instagram (IG), Twitter, Google+, Blog, Meetup, WhatApp, Disqus, Flickr, Media Sharing, Reddit, YouTube, Snapchat, Linkedln, และ StumbleUpon เป็นต้น เอสเอ็มอี เกือบทั้งหมดจะใช้เครื่องมือ Social Media เหล่านี้ในฐานะเป็น “ผู้ส่งสาร” เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการ ไปยังลูกค้าหรือผู้บริโภคในฐานะที่เป็น “ผู้รับสาร” โดยวิธีบอกเล่า นำเสนอ แชร์หรือแบ่งปัน ได้ทั้งเนื้อหาข้อความ ภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอเคลื่อนไหว
Social Media ยังแบ่งได้เป็นหมวด ๆ เช่น หมวดมัลติมีเดีย (Art Sharing, Photo Sharing) หมวดการสื่อสาร (Social Networking, Blogs) หมวดบันเทิง (Game Sharing, Virtual Worlds) หมวดความคิดเห็น (Q&A, Product Reviews) และหมวดการให้ความร่วมมือ (Social News, Wikis)

ติดอาวุธ..รุกการตลาด
มาดูว่า เราจะหยิบยกอาวุธชนิดไหนใน Social Media มาใช้ ขอยกตัวอย่างง่าย  ๆ ที่เป็นที่นิยมของเอสเอ็มอีในปัจจุบันอยู่ 3 ชนิด มาเจียระไนให้เห็นกันชัด ๆ ว่าแต่ละชนิดนั้นช่วยในด้านไหนได้บ้าง ได้แก่

อันดับที่ 1 Facebook ถือว่าเป็นโซเชี่ยลยอดนิยม แต่ในเมื่อใคร ๆ ก็มีเฟชบุ๊กเป็นของตัวเอง จะทำอย่างไรให้การทำการตลาด สามารถทำให้ผู้ติดตามการกด Like และ Share เป็นจำนวนมาก เพราะการกด Like กับ Share จะช่วยให้เพื่อนของผู้ติดตามมองเห็นโพสต์นั้นไปด้วย ซึ่งจะสร้างสิ่งต่อมาก็คือ คนจะมา Engagement เราตัวสินค้าเราเพิ่มสูงขึ้น ถามยังช่วยให้เกิดการมองเห็นสินค้าของเรา เพิ่มสูงขึ้นด้วย
ส่วนต่อมาก็คือ รูปภาพในเพจของเรา อาจจะต้องจัดเป็นอัลบั้มหรือไม่ เพื่อช่วยในการค้นหามากขึ้น แต่ถ้าเราไม่ได้ทำเป็นอัลบั้มรูป วิธีต่อมา ก็คือ นำรูปสินค้าเดิม แต่เปลี่ยนลักษณะของการถ่ายรูปในมองอื่น ๆ มาโพสต์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ผู้ติดตามทั้งหลาย เห็นมุมมองใหม่ ๆ จะได้เกิดการซื้อขายสินค้านั้น ๆ ไปด้วย
และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การสอบถามผ่าน กล่องข้อความหรือ Inbox หรือโซเชี่ยลมีเดียอื่น ๆ ต้องรวดเร็วพอสมควร เพราะผู้บริโภคปัจจุบัน ใจร้อน ต้องการคำตอบเร็ว ถ้าไม่ได้ตอบในช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะไปสอบถามร้านอื่น ๆ ก็ได้

อันดับที่ 2 Twitter ก่อนอื่นอาจจะต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของคนใช้ทวิตเตอร์ สำหรับทวิตเตอร์จะเป็นกลุ่มคนของวัยรุ่น ที่ต้องการติดตามข่าวสาร และติดตามเซเลป เป็นช่องทางของการสื่อสารด้วยรูปแบบทั้งรูปภาพและข้อความ ถือว่าเป็นช่องทางที่มีความรวดเร็ว สินค้าที่จะใช้โปรโมตผ่านทวิตเตอร์ ก็ต้องเฉพาะกลุ่มที่ใช้จริง ๆ เพราะถือว่าเป็นบริการที่จับกลุ่มวัยรุ่น สำหรับการโปรโมทผลิตภัณฑ์สินค้าหรือการเข้าถึงบริการผ่านเครื่องมือชนิดนี้ การสื่อสารจะเกิดขึ้นจากฝ่ายเดียวก็อาจจะไม่ได้ วิธีหนึ่งที่ได้ผลมากเหมือนกับ Share ในเฟชบุ๊กก็คือ Retweet หากลูกค้ารีทวิตข้อความบ่อย ๆ ก็จะยิ่งส่งผลให้การค้นหากระทำได้ง่ายขึ้น ผู้คนจะรู้จักผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการของคุณได้บ่อยครั้งขึ้น  อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ การตั้ง Hangtags หรือ # เพื่อให้ช่วยในการค้นหาที่ง่ายขึ้น และอีกวิธีหนึ่งก็ควรทำตามกระแสบ้าง ด้วยการใส่ # ที่สำคัญในช่วงเวลานั้น แต่น่าจะเป็น # ที่ดี เพราะไม่งั้นแบรนด์ก็จะเสียตามไปด้วย

อันดับที่ 3 Instagram (IG) เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นักการตลาดนิยมใช้เป็นช่องทางการตลาดช่วยโปรโมทสินค้าหรือบริการ เพราะเมื่อเราโพสต์รูปภาพหรือคลิปวิดีโอลงใน IG แล้วก็สามารถเชื่อมโยงไปยังโซเชี่ยลมีเดียอื่น ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปโพสต์ที่อื่นซ้ำ เช่น Facebook, Twitter ฯลฯ เข้าตำราโบราณที่ว่า “ยิงนัดเดียวได้นกหลายตัว”
นอกจากนี้ ภาพหรือคลิปวิดีโอผลิตภัณฑ์สินค้าหรือกิจกรรมของงานบริการที่โพสต์ลงใน IG นั้น สามารถตกแต่งภาพสวยงามได้หลากหลาย ดูแล้วมีเสน่ห์ แตกต่างจากการตกแต่งภาพในมือถือทั่วไป ซึ่งภาพใน IG ช่วยให้ผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการที่นักการตลาดต้องการนำเสนอต่อลูกค้าหรือผู้บริโภคนั้นจะดูดีมีมูลค่าขึ้นทันที

Social Media ไม่ได้มีดีแค่ขายของ
แม้ว่าจะตีปีกดีใจที่ได้ติดอาวุธ Social Media ไว้ในแผนธุรกิจ แต่ความสามารถของ Social Media ยังมีดีมากกว่าแค่ขายของ มาดูกันว่ามีดีอะไรบ้าง
1. “สร้าง Story ขององค์กร” เพราะการบอกเล่าเรื่องราว ๆ ขององค์กร (แม้ไม่ได้เล่าถึงผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการโดยตรง) จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าเกิดการจดจำที่ดี ส่งผลถึงความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในอนาคต (Brand Loyalty)
2. “สร้าง CSR บอกเล่าถึงนโยบายขององค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยความจริงใจ ในระดับที่พอดี ๆ ไม่โอเวอร์จนเกินงาม ช่วยสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าติดตาไปตราบนานเท่านาน
3. “ย้ำจุดแข็ง” Social Media หลายชนิดสามารถช่วยให้องค์กรนำมาเป็นเครื่องมือในการย้ำถึงจุดแข็งของผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการได้ ซึ่งควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แต่ไม่ใช่ยัดเยียดจนเกินพอดี
4. “กู้วิกฤติ” แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะตั้งใจรังสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการให้ถึงมือผู้บริโภคหรือลูกค้าอย่างจริงใจเพียงใดแล้วก็ตาม ทว่าในบางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาด จนเป็นที่กล่าวขานในเชิงลบจากสังคมออนไลน์ การใช้ Social Media มาเป็นช่องทางที่จะอธิบายข้อเท็จจริง หรือสื่อสารโดยตรงไปยังผู้บริโภคหรือลูกค้า จะช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นคลายข้อสงสัย หรือได้รับความกระจ่างชัดจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงได้เป็นอย่างดี
 
นี่คือความสำคัญและจำเป็นของ Social Media ซึ่งเป็นจักรวาลของนักการตลาดยุคดิจิทัล ที่จะต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการ แล้วความสำเร็จก็จะอยู่แค่เอื้อม

SCB Social Media

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME