10 เคล็ดลับ ถ่ายภาพสินค้าขั้นเทพให้โดนใจ

21 สิงหาคม 2559

การขายสินค้าให้ได้ดีนั้น นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การนำเสนอสินค้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าตัวนั้นน่าสนใจ เพราะคนส่วนใหญ่จะชื่นชอบภาพถ่ายที่น่าสนใจ จึงจำเป็นต้องมีเทคนิคในการนำเสนอภาพให้น่าจดจำ ซึ่งการนำเสนอสินค้าหรือแบรนด์ออกไปผ่านภาพถ่ายนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้
 
"สมาร์ทโฟน" กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการถ่ายภาพ ซึ่งคุณภาพของภาพถ่ายนั้น จะต้องมีความคมชัดไม่แพ้กล้องโปร ผู้ประกอบการส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SME) จึงเลือกใช้วิธีนี้เพื่อลดต้นทุน SCB SME จึงจะมาแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ ในการถ่ายภาพ ที่สามารถใช้ได้กับทั้งกล้องถ่ายภาพ และสมาร์ทโฟน
 
เคล็ดลับสะพายกล้องส่องภาพสินค้า

1. แสงสวยช่วยได้เยอะ : สิ่งเริ่มต้นในการถ่ายภาพสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ให้ออกมาดูดีคือ การจัดแสง การใช้แสงจากธรรมชาติอาจสามารถช่วยให้คุณถ่ายภาพให้สวยงามมากขึ้นได้ แต่การจัดแสงถ่ายสินค้าจะมีความจำเป็นเพื่อขับให้สินค้ามีความโดดเด่น หากอยู่ในอาคารก็ควรเปิดใช้แสงสว่างแบบกระจาย และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช เพราะ อาจจะทำให้เกิดเงา แสงสะท้อน และการกระจายแสงที่ไม่เท่ากัน
 
2. พื้นหลังราบเรียบช่วยทำให้สินค้าเด่นขึ้น : หลังจากจัดแสงแล้ว การจัดพื้นหลังก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สินค้าโดดเด่น เพราะการถ่ายภาพสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ควรมุ่งเน้นจุดเด่นไปที่สินค้า โดยอาจใช้กระดาษแข็งสีขาววางไว้ และอาจจัดกระดาษให้รับกับความโค้งของผนัง เพื่อให้ความสนใจถูกดึงไปที่สินค้าเพียงอย่างเดียว หรือบางคนเลือกอาจซื้อ Lightbox เพื่อวางสินค้าถ่ายรูปกันเลย
 
3. ระยะของสินค้าใกล้ไกล : หลังจากการจัดองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นแสง หรือพื้นหลังเรียบร้อยแล้ว กล้องจะถูกหยิบนำมาใช้ ในการถ่ายภาพที่จำเป็นต้องขยับเข้าสู่สินค้าหรือวัตถุที่ต้องการจะถ่ายให้มากที่สุด เนื่องจากภาพสินค้าที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อใดก็ตามควรโฟกัสเข้าถึงรายละเอียดของสินค้านั้นในมุมต่างๆ เพื่อบอกเล่าถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม เพราะการถ่ายภาพสินค้าหากยืนห่างเกินไป การซูมเข้าถึงรายละเอียดสินค้าจะทำให้ภาพไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่
 
4. ภาพจะสวย มือต้องนิ่ง : มือของผู้ถ่ายภาพต้องนิ่งจึงจะได้ภาพถ่ายที่สวยงาม โดยอาจใช้ขาตั้งกล้องในการแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภาพสั่นไหว แต่ถ้าหากไม่มีขาตั้งกล้อง บางคนอาจใช้เทคนิควางกล้องหรือสมาร์ทโฟนไว้กับพื้นเรียบเพื่อให้กล้องหรือสมาร์ทโฟนมีจุดยึด และลดปัญหาการสั่นไหวได้ แต่ทางที่ดีนั้นแนะนำให้เลือกใช้ขาตั้งกล้อง เพราะจะทำให้การถ่ายภาพง่ายขึ้น
 
5. ทำความสะอาดเลนส์สม่ำเสมอ : รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม คือ เรื่องความสะอาด เนื่องจากเลนส์กล้อง หรือสมาร์ทโฟนอาจจะมีรอยนิ้วมือหรือสิ่งก่อกวนอื่นๆ ทำให้เวลาถ่ายภาพอาจทำให้การมองเห็นดูผิดเพี้ยนไป เปรียบเสมือนคนใส่แว่นที่จำเป็นต้องเช็ดแว่นอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำให้การมองเห็นมีความคมชัดที่สุด
 
6. อย่าด่วนตัดสินภาพ และแก้ไขทีหลัง : การถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพ หรือสมาร์ทโฟน คนถ่ายภาพสามารถเช็กดูภาพบนกล้องได้ ซึ่งบางภาพอาจไม่ถูกใจ แต่สิ่งสำคัญก็คือควรคัดเลือกภาพ และตัดสินใจบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สามารถแสดงผลได้อย่างชัดเจน เพราะในบางครั้งภาพบางภาพที่คุณอาจมองว่าไม่สวยกลับเป็นภาพที่บ่งบอกรายละเอียดสินค้าทั้งหมดได้ในภาพเดียว รวมถึงการแก้ไขหรือตกแต่งภาพก็ทำเช่นเดียวกัน
 
7. การปรับความละเอียดบนสมาร์ทโฟน : การปรับความละเอียดในกรณีการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของสินค้า เนื่องจากหากต้องการส่งไฟล์ภาพให้กับคนอื่นเพื่อนำไปใช้งาน ไฟล์ภาพที่มีความละเอียดสูงอาจมีขนาดใหญ่มากเกินความจำเป็น
 
8. ลองถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือบ่อย ๆ : เรื่องจริงของการทำธุรกิจปัจจุบัน คือ การตอบสนองได้อย่างท่วงที และทันเวลา ทำให้หลายครั้งการถ่ายภาพสินค้าจำเป็นต้องส่งผ่านทางสมาร์ทโฟน เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย ถ้าหากคุณมีสมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายรูปได้แล้วล่ะก็ อย่าลืมนำมาฝึกปรือประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับฝีมือ แถมอาจทำให้คุณได้มุมมองใหม่ๆ ในการถ่ายภาพโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
 
9. ทดลองใช้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน : ไมว่าจะถ่ายภาพด้วยเป็นอุปกรณ์ใด เทคนิคการนำเสนอมักเป็นเรื่องสำคัญในการนำเสนอสินค้า หรือความสวยงาม ซึ่งการถ่ายภาพผ่านกล้องถ่ายภาพอาจจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม แต่ในสมาร์ทโฟนปัจจุบันก็มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่สามารถทำให้ถ่ายภาพของคุณให้ดูดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟิลเตอร์ หรือการเพิ่ม template เพื่อคุมธีม และโทนสีของภาพ เช่น camera 360 หรือ snap seed เป็นต้น แต่ก็มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรปรับสีมากเกินไปจนทำให้สีของภาพถ่ายผิดเพี้ยนไปจากสินค้าจริง
 
10. บ่งบอกขนาดไปสู่ตลาด : นอกเหนือจากการนำเสนอภาพถ่ายที่สวยงามแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยในการขายสินค้าคือ เรื่องขนาด เสมือนเสื้อผ้าไซส์ s กับ xl ภาพถ่ายอาจบอกลวดลายของสินค้าได้ แต่ไม่สามารถบอกขนาดได้ สินค้าที่มีขนาดเล็กก็ควรใช้สิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงขนาดของสิ่งของนั้นได้ด้วยการนำมาถ่ายเปรียบเทียบด้วยกับสิ่งของอื่น เช่น เหรียญบาท หรือกระดาษ A4 เป็นต้น
เมื่อรู้ 10 เคล็ดลับในการถ่ายภาพสินค้าเบื้องต้นกันไปบ้างแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก็มีธุรกิจSME ที่แตกต่างกันออกไป ในช่วงท้าย SCB SME จึงอยากจะมาเพิ่มเติมเฉพาะธุรกิจ 3 ประเภทที่ผู้ประกอบการอาจต้องใช้ภาพถ่ายในการนำเสนอสินค้า
 
 
ทิปเล็กๆ ถ่ายภาพสินค้า 3 ประเภท

ถ่ายภาพสินค้าประเภทเสื้อผ้า
- ควรถ่ายกับหุ่น หรือให้นางแบบสวมใส่จริง
- นางแบบควรเหมาะสมกับชุด ไม่ว่าจะเป็นอายุ ไซส์ หุ่น รวมถึงสีผิว
- ควรถ่ายให้เห็นทั้งด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงลูกเล่นของเสื้อผ้า
- ควรถ่ายให้เห็นทั้งตัวเพื่อบอกถึงรูปทรงของสินค้าชิ้นนั้น
- ต้องบอกสัดส่วนของนางแบบใส่ และบอกถึงขนาดไซส์ของสินค้าที่มีอยู่ ความกว้าง ยาวของเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง
SCB SME Take Picture
 
ถ่ายภาพสินค้าที่เป็นเงา แวววาว

- ควรเลือกพื้นหลังให้เป็นสีดำ หรือสีเข้มเพื่อให้ตัวสินค้าเด่นขึ้นมา
- สามารถใช้กระจกในการเล่นกับความแวววาวของสินค้าได้ เช่น แหวน หรือกำไล เป็นต้น
- ควรจัดแสงโดยไม่ให้เกิดการสะท้อนมากเกินไป
- หากมีตลับหรือวัสดุใส่สินค้า สามารถนำมาถ่ายร่วมกันได้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
- บอกขนาดไซส์ เส้นรอบวง ความยาวของสินค้าที่สามารถวัดได้
SCB SME Take Picture

ถ่ายภาพอาหาร

- ควรเลือกจานเซรามิกสีขาวไม่มีลวดลายเป็นพื้นหลัง เพราะสีสันของภาพจะถูกประดับประดาด้วยสีสันของอาหารแทน
- ขนาดของจานควรเหมาะกับอาหาร เพื่อไม่ให้ดูแน่นหรือโล่งเกินไป
- การถ่ายภาพอาหารควรถ่ายตอนอาหารปรุงเสร็จเสมอ
- การปรุงอาหารควรเน้นใส่สีสันให้สดมากกว่าปกติ โดยอาจเพิ่มวัตถุดิบที่มีสีสันสดใสช่วยประดับอาหารบนจาน บางทีอาจจะเพิ่มผักบางชนิดที่เพิ่มสีสันของภาพ
- อุปกรณ์อื่นๆ บนโต๊ะอาหารสามารถนำมาใช้ประกอบกับการถ่ายรูปอาหารได้ แต่ไม่ควรเด่นกว่าอาหารบนจานที่เราต้องการนำเสนอ
SCB SME Take Picture

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี