เผยเคล็ดลับ SME เสริมศักยภาพ ให้สตรอง กับแนวทางสร้างแบรนด์ให้เติบโต

8 มิถุนายน 2559

ผ่านไปแล้วสำหรับงานสัมมนา “SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง” ณ บีซีซี ฮอล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา โดยเป็นการรวมตัว 3 นักธุรกิจ SME ชื่อดัง ที่สร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมเผยเคล็ดลับวิธีสร้างแบรนด์ ช่องทางการขาย เพิ่มยอดขาย และการทำกำไรให้กับธุรกิจ

งานสัมมนา “SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง” นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมร่วมสานต่อนโยบายประชารัฐ ภายใต้โครงการพี่ช่วยน้อง (Big Brother) ซึ่งมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) จำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา โดยมีคุณวิพล วรเสาหฤท รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กล่าวเปิดงานต้อนรับ 3 นักธุรกิจที่มาแลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจ ประกอบด้วย คุณสราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สเนลไวท์  (Snail White) คุณสุรีรัตน์ ศรีพรหมคำ ผู้ก่อตั้ง และผู้จำหน่าย เจคิว ปูม้านึ่ง เดลิเวอรี่ และคุณนรินทร์เดช ทวีแสงพานิชย์ ผู้ผลิตทีวีไทย altron TV แบรนด์ทีวีไทยเพื่อการส่งออก รวมถึง รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นผู้ดำเนินรายการในครั้งนี้

 SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง

การดำเนินธุรกิจของ SME ในวันนี้จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดประสบการณ์ ดังนั้น SCB จึงได้เรียนเชิญ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ใน 3 สาขา มาแลกเปลี่ยนความรู้โดย คุณวิพล วรเสาหฤท  รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ไว้ว่า “ผมคิดว่าทุกวันนี้ ทุกคนอยู่ในยุคดิจิตอล เทคโนโลยี ทำให้พฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน โมเดลธุรกิจก็เปลี่ยน สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรถามตัวเองคือ เราจะอยู่อย่างไรกับเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต แล้วเราควรปรับตัวอย่างไร”

SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง
สเนลไวท์ กล้าที่จะก้าวจึงเติบโต

คุณสราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว “สเนลไวท์” กล่าวถึงจุดแข็งของการสร้างแบรนด์ สเนลไวท์ ว่า สเนลไวท์ มีจุดแข็งในเรื่องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และติดตลาดอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มต้นสร้างแบรนด์ในชื่อ นามุ ไลฟ์ สเนลไวท์ เมื่อปีพ.ศ. 2557 ในตอนนั้นผมมองเห็นโอกาสของตลาดเครื่องสำอาง เพราะยังไม่มีสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ จนสามารถสร้างยอดขายเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากปีแรกที่มียอดขายอยู่ที่ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 450 ล้านบาทในปีที่ 2 และขยับขึ้นเป็นระดับ 1,000 ล้านบาทในปีที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด

“การสร้างแบรนด์หรือการสร้างธุรกิจต้องมาจากความกล้า และศึกษาข้อมูลให้มาก ต้องศึกษาจนมั่นใจ และมองว่าช่วงเวลาไหนเหมาะกับการเริ่มทำธุรกิจ ซึ่งหลังจากที่สนใจธุรกิจก็ลองเปิดโรงงาน จากนั้นเราก็อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง หลายคนคงรู้ว่า การสร้างแบรนด์ของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย วิธีการของเราก็คือ เริ่มต้นจากการเป็น OEM เพื่อศึกษาว่าลูกค้าที่เราผลิตสินค้าให้ ทำไมถึงประสบความสำเร็จ แล้วบางรายจึงไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงศึกษาการทำตลาดของสินค้าชนิดนี้ โดยใช้เวลา 3 ปี ก่อนจะเป็นผลิตภัณฑ์ สเนลไวท์ ออกจำหน่ายจริง”

คุณสราวุฒิ กล่าวว่า การทำธุรกิจ SME ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใดก็ตาม ต้องหาความแตกต่างของตัวเองให้ได้ และควรรู้ว่าสิ่งไหนที่ตนเองถนัด หรือสิ่งไหนที่ไม่ถนัด หากเราไม่ถนัดด้านการตลาด การขาย ควรหา Partnerในด้านต่างๆ มาช่วยบริหาร และจัดการ รวมถึงการใช้พรีเซ็นเตอร์ท็อปๆของเมืองไทย เพื่อต้องการให้สินค้าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้คุณสราวุฒิ ยังกล่าวเสริมว่า “ด้วยผลิตภัณฑ์ของเราที่มีระดับราคา 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่ค่อนข้างมีราคาสูง จึงได้นำขนาดทดลองในราคา 139 บาท ส่งเข้าร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ผลปรากฏว่า เราสามารถขายหมดสต็อกได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นเคล็ดลับของการสร้างแบรนด์ ควบคู่กับการสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี”  
 
SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง

เจคิว ปูม้านึ่ง ด้วยพลังว้าว จากโซเชียลมีเดีย

ด้านคุณสุรีรัตน์ ศรีพรหมคำ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เจคิว ฟูดส์ จำกัด ผู้จำหน่าย เจคิว ปูม้านึ่ง เดลิเวอรี่  ซึ่งมีจุดแข็งเรื่องความแข็งแกร่งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยได้ใช้ช่องทางการทำตลาดผ่านกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สามารถสร้างรายได้ประมาณ 20 ล้านบาทต่อเดือน กล่าวถึงเคล็ดลับการทำธุรกิจผ่านโซเชียลมีเดียว่า

“จากเดิมที่เราเคยทำธุรกิจส่วนตัวแล้วเจ๊ง จึงพยายามศึกษา และมองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลา มองเห็นคุณแม่ทำแพปูที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เลยเอามาขายส่งถึงร้านอาหาร เพราะคิดว่าเป็นธุรกิจเงินสด แต่กลับกลายเป็นธุรกิจเงินเชื่อ ขายไปขายมา ก็โดนกดราคา โดนยกเลิกการสั่งบ้าง เลยเอาปูที่เหลือ นึ่งแจกคนที่ออฟฟิศ จนคนเริ่มติดใจขอซื้อ จึงเกิดปิ้งไอเดียใหม่ เลยตัดสินใจนำมาขาย โดยขั้นต้นคิดว่าการเปิดร้านอาหารจะมีต้นทุนที่สูงมาก และได้มาศึกษาว่า ช่องทางไหนที่จะสามารถทำธุรกิจต่อได้ โดยเริ่มต้นจากเฟซบุ๊กของตัวเองด้วยการโปรโมตสินค้า หลังจากนั้นก็ได้สร้างเป็นเฟซบุ๊กแฟนเพจขึ้นมา”

เมื่อหาช่องทางได้ จึงเริ่มโพสต์รีวิวอาหารในเพจตัวเอง มีการจัดโปรโมชั่นเอาใจลูกค้า โดยสังเกตจากการกดไลค์ ซึ่งได้ผลตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เรากลับมาคิดว่าจะทำอย่างไร ให้เพจติดตลาดมากขึ้น จึงนำเอาไอเดียเรื่องของการแจกของรางวัลที่เป็นที่นิยมในช่วงนั้นๆ เพื่อกระตุ้นยอดไลค์ เช่น ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ทัวร์เกาหลี ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก ทำให้เจคิว ปูม้านึ่ง กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น”

ปัจจุบันแฟนเพจของเจคิว ปูม้านึ่ง เดลิเวอรี่ ไม่ได้เป็นเพียงแฟนเพจขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีการสอดแทรกข้อมูลดี ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าเกิดการติดตาม สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ และติดตามแบรนด์ของ เจคิว ปูม้านึ่ง อย่างต่อเนื่อง
SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง 
จาก OEM สู่ แบรนด์ altron TV

ส่วนคุณนรินทร์เดช ทวีแสงพานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ฮาเบล อินดัสเตรียล จำกัด ผู้ผลิตทีวีไทย ในชื่อ altron TV ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากโรงงานผู้รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ให้กับ Modern Trade ชั้นนำ ภายใต้ Exclusive Brand สู่แบรนด์ทีวีไทยเพื่อการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในกลุ่มเอเชียกลางและประเทศเพื่อนบ้านแถบอินโดจีน โดยยึดหลัก “Pride of Thailand” การทำการตลาด เน้นความสามารถของคนไทยในการผลิตสินค้า สร้างความเชื่อถือโดยผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เผยเคล็ดลับถึงการปรับตัวด้านการทำธุรกิจในปัจจุบันว่า

“เราต้องมองไปที่การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ของเราก่อน โดยพยายามมองหาช่องทางในการเข้าถึงตลาดคู่แข่ง และมองไกลไปยังตลาดอาเซียน โดยเราใช้วิธีสร้างโจทย์ และในขณะเดียวกันต้องตีโจทย์ให้แตก ซึ่งจะทำให้ค้นพบช่องการทำธุรกิจของเราเอง และหลังจากนั้นจึงค่อยขยายผลต่อไปว่า จะต่อยอดอย่างไร เทคนิคเหล่านี้มาจากการที่เรามองอะไรเป็นความยั่งยืนมากขึ้น จากเดิมที่เคยทำ OEM เราก็มองถึงการสร้างแบรนด์ โดยเริ่มวางแผน วางกลุ่มตลาดให้ถูกต้อง  เริ่มสร้างทีวีแบรนด์ไทยของตัวเอง เปิดตัวว่าเป็นทีวีไทย เพราะส่วนตัวรักและภูมิใจในความเป็นไทย คนอื่นอาจเลือกกลุ่มเป้าหมายจากอายุ เพศ การศึกษา แต่ผมเลือกที่จะโฟกัสไปทางลักษณะจิตวิทยา เน้นคนไทยที่รักและสนับสนุนแบรนด์คนไทยด้วยกัน ถ้าเราพุ่งไปที่กลุ่มไทยนิยมย่อมได้ใจลูกค้าไม่ยาก ที่สำคัญตลาดก็ยังขาดทีวีที่การันตีคุณภาพ ถ้าตบด้วยจุดแข็งนี้เชื่อว่าจะมัดใจคนไทยและพร้อมบุกตลาดโลก”   
 SCB SME SUCCESS ปี 6 #โตอย่างสตรอง

พร้อมกันนี้ รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา ยังสรุปรวม 10 เคล็ดลับ SME #โตอย่างสตรอง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME ทุกประเภท ดังนี้
 
1. ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเพื่อความเป็นผู้นำด้านสินค้าและบริการ
2. ตระหนักรู้พลังของแบรนด์ แล้วดำรงรักษาให้ยั่งยืนและมุ่งมั่นที่จะปรับปรุง
3. ออกแบบสินค้าและบริการให้ว้าว เพื่อให้เหตุผลในการเล่าและแบ่งปันเรื่องราว Brand ของเรา
4. จำไว้เสมอว่าการสร้างแบรนด์ เป็นการเดินทางแบบมาราธอนที่ไม่มีจุดจบ
5. ภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการสร้างแบรนด์ที่ขาดไม่ได้
6. สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นพิเศษนำเสนอในสื่อสังคมเพื่อให้มีแพร่กระจายอย่างรวดเร็วดุจดั่งไวรัส
7. ใช้ประโยชน์จากพลังผู้มีอิทธิพลในโลกดิจิตอลให้มีส่วนในการยืนยันคุณค่าของตราสินค้าบนพื้นที่ดิจิตอล
8. เปลี่ยนองค์กรให้เป็นองค์กรอิเล็กทรอนิกส์ทำธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีการสื่อสารกับลูกค้าด้วยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์
9. การสร้างความไว้วางใจคือหัวใจของการพัฒนาความสัมพันธ์ที่จะดำรงความภักดีของลูกค้า
10. ต้องไม่ลืมหลักการที่ว่า “เราไม่อาจจะมีลูกค้าที่มีความสุขได้ถ้าหากเราไม่มีพนักงานที่มีความสุข”

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี