Facebook เปลี่ยนอัลกอริทึ่มตลอดเวลา SME ไทยจะขายของอย่างไร

24 ตุลาคม 2559

ช่วง 1-2 ปีหลังมานี้ เจ้าของแฟนเพจต่างๆ คงรู้กันดีว่าเฟสบุ๊กมีการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึ่มอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดก็ได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ขึ้นมาอย่าง Facebook  Live อีก ส่งผลให้อัลกอริทึ่มที่นับวันจะยิ่งแสดงผลหน้าเพจน้อยอยู่แล้ว ก็กลับน้อยลงไปอีก แล้วแบบนี้เจ้าของธุรกิจ SME ที่ใช้เฟสบุ๊กเป็นเครื่องมือหลักในการขายของออนไลน์จะอยู่กันอย่างไร

แน่นอนว่าเพจธุรกิจต่าง ๆ ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพราะทุกวันนี้ธุรกิจไหนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ก็อาจจะทำให้ธุรกิจไม่สามารถเดินต่อไปได้ ครั้งนี้ทาง SCB SME จะมาแนะนำว่า อะไรที่เป็นตัวบอกว่า เฟสบุ๊กมีการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่มอะไร ตรงไหนบ้าง เพื่อให้เราสามารถทำงานต่อไปได้

หนึ่งใน Vice President ของเฟสบุ๊ก Adam  Mosseri พูดว่า “เราสร้างเฟสบุ๊กมาเพื่อเชื่อมต่อกับผู้คนบนโลกออนไลน์ เพื่อนและครอบครัว ฟีดข่าวที่เราส่งไปนั้นยังคงใช้หลักการนี้ ลำดับความสำคัญหลักของเราคือเชื่อมต่อกับผู้คน สถานที่ และสิ่งที่ผู้คนต้องการ เริ่มต้นจากเพื่อนในเฟสบุ๊ก”

นั่นทำให้การโพสต์ของเพื่อนในเฟสบุ๊กแสดงผลมีความถี่ในการแสดงผลกว่าเพจขายของทั้งหมดอย่างที่เรารู้ ๆ กัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เหลือการแสดงผลให้กับเพจของ SME มีไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ ซึ่งต่อให้มีคนกดไลก์เพจของเรา ก็แทบจะไม่แสดงโพสต์ประจำวันให้เขาเห็นเลย ถ้าผู้ใช้ไม่กด See First หรือ มีปฏิสัมพันธ์กับเพจของเราบ่อย ๆ อีกทั้งในปัจจุบันการลงเงินโฆษณาเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเท่าแต่ก่อน เพราะการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่มตัวนี้มันจะแสดงผลของโฆษณาแค่ 30-50% เท่านั้นเอง

Frank Speiser ซึ่งเป็น Co-Founder ของ Social Flow วิเคราะห์สถานการณ์ในการปรับอัลกอริทึ่มของเฟสบุ๊กว่า “บางทีนี่อาจจะเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า พับลิชเชอร์ และคนทำคอนเทนต์ต้องค่อยๆ พัฒนาการเข้าถึงโซเชียลให้มากขึ้น และการจ่ายเงินเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาดอยู่แล้ว”

ถึงแม้ว่าเฟสบุ๊กจะมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา SME ทั้งหลายที่ขายของออนไลน์ก็ย่อมต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน แต่เฟสบุ๊กก็ยังยืนยันว่า ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่ง News Feed ได้ ผ่านคำสั่ง Unfollow, Hide หรือ See First ซึ่งจะช่วยให้ได้เนื้อหาที่ตรงความต้องการมากขึ้น ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ SME ควรคว้าเอาไว้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

แล้วจะทำอย่างไรให้อัลกอริทึ่มของเฟสบุ๊กที่ปรับกันค่อนข้างถี่ แต่ยังให้คนยังเห็นเพจเฟกบุ๊กของเราอยู่ในอันดับแรกเลย ก็คือการจ่ายเงินลงโฆษณาเพิ่ม แต่ไม่ควรเน้นวิธีนี้เป็นหลัก เพราะเราเป็นเพียง SME ที่ไม่มีต้นทุนอะไรมาก หากประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนใดได้ก็จะเป็นการดี

ส่วนวิธีต่อมาที่ไม่ต้องเสียเงินจะทำอย่างไรได้บ้าง ลองโพสต์เนื้อหาให้ถี่ขึ้น อาจจะมากกว่าเดิม 2-3 โพสต์ต่อวัน ก็จะช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้นอีก

อีกวิธีหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน ก็คือ เปลี่ยนเวลาโพสต์ หาดูว่ากลุ่มเป้าหมายใช้เฟสบุ๊กมากที่สุดกี่โมง ซึ่งตามปกติหน้าเพจธุรกิจจะสามารถดูรายละเอียดของผู้เข้าชม และสามารถดูเวลาที่คนเข้ามาดูข้อมูลนั้นได้ด้วย เมื่อทราบช่วงเวลาที่มีคนเข้ามาดูเป็นจำนวนมากแล้วก็ให้โพสต์ไปในช่วงเวลานั้นมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ง่าย เพราะช่วงพีคไทม์ที่คนเขาใช้เฟสบุ๊กกัน คนรอบข้าง เพื่อนๆ ในเฟสบุ๊กของกลุ่มลูกค้าเราก็ต้องใช้ด้วย ซึ่งโพสต์ของพวกเขาก็ต้องแสดงก่อนโพสต์ของเพจเราอยู่แล้ว

ซึ่งวิธีข้างต้นนั้นก็เป็นเหมือนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุซะมากกว่า ถ้าเราอยากจะให้ตรงกับความต้องการของเฟสบุ๊ก เราก็ต้องปรับตัวกันเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเรา โดยมีวิธีคือ ทำคอนเทนต์ที่ผู้อ่านสนใจ ซึ่งในแต่ละคนก็มีความสนใจที่ไม่เหมือนกัน หากมีแฟนเพจที่รวบรวมคนที่สนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไว้ด้วยกันแล้วเราก็สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนั้นได้

โดยให้เริ่มจากทำคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่เน้นการขายมากเกินไป แต่ต้องให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วม เพราะถ้าโพสต์ขายอย่างเดียว ก็เหมือนกับการพูดแต่เรื่องของตัวเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่ชอบให้พูดเรื่องของเขา ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยากฟังเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของเขามากกว่า เช่น ถ้าเราขายชุดว่ายน้ำผู้หญิง ก็ให้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องที่ผู้หญิงชอบ และลองเอาคอนเทนต์ที่น่าสนใจไปปรับใช้กับธุรกิจ SME ของเพื่อนๆ ดู รับรองได้ว่ายอดแชร์ ยอดไลค์ จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่แรกว่า การปรับตัวเกิดขึ้นกับทุกอย่างบนโลกนี้ ซึ่งแน่นอนรวมถึงการทำธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็นแค่ SME หรือเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ขนาดไหน ก็หนีไม่พ้นความจริงข้อนี้ไปได้ที่ว่า ใครที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ก็ย่อมได้รับชัยชนะไปนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าหยุดอยู่กับที่ ยิ่งกับสมัยที่เทคโนโลยีมีบทบาทและเติบโตไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ด้วย

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME