ยุทธศาสตร์กัมพูชา กับธุรกิจ SME ไทย น่าลงทุน

31 สิงหาคม 2559

กัมพูชากำลังจะปรับเปลี่ยนตัวเองจากประเทศเกษตรกรรมสู่ประเทศอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานที่ใช้เน้นการใช้แรงงานเป็นหลัก ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นได้ทั้งโอกาสและภัยคุกคามต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย
 
ภายใต้การเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก และการแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ปัจจุบันอาเซียนกำลังเป็นที่จับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก ในฐานะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับสูง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ประเทศกัมพูชา
 
SCB SME จึงต้องการชี้ให้เห็นถึงโอกาสของไทยเองที่จะเข้าไปลงทุน และภัยคุกคามอะไรบ้างที่กัมพูชาจะกลายเป็นคู่แข่งของไทย ซึ่งตอนนี้กัมพูชาเองก็ยังเป็นประเทศอันดับท้ายๆในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตามรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ระบุว่า กัมพูชามีขนาดของ GDP ที่ประมาณ 4,140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประชากรมีรายได้ต่อหัวที่ประมาณ 311.6 ดอลลาร์ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่เล็กมาเมื่อเทียบกับประเทศไทย แต่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 7.2 เปอร์เซ็นต์
 
โครงสร้างเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังอิงอยู่กับภาคเกษตรถึง 45.3% ภาคอุตสหากรรม 24.3% และภาคบริการ 30.4% แต่โครงสร้างเศรษฐกิจดังกล่าวได้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากประเทศเกษตรกรรมสู่ประเทศอุตสาหกรรม
 
ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Cambodia-Japan Association for Business and Investment ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นมากกว่า 262 บริษัทได้เข้าลงทุนในประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นสัดส่วนการเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เริ่มตั้งรกรากอุตสาหกรรมในประเทศกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์
 
การลงทุนดังกล่าวช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าส่งออกกัมพูชา สอดคล้องกับแนวนโยบายของทางการกัมพูชาที่ต้องการจะปรับสัดส่วนโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยลดสัดส่วนการพึ่งพิงอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มลง และหันไปให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอื่นเพิ่มขึ้น
 
ที่ผ่านมาประเทศกัมพูชา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ต่อ GDP ถึง 64% โดยกว่า 78% ของมูลค่าการส่งออกเป็นสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องใช้แรงงานคนในการทำ
 
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกัมพูชาเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จากการส่งออกไปสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจของทั้ง 2 กลุ่มประเทศ ทำให้โอกาสในการส่งออกลดลง ขณะที่สิทธิพิเศษทางภาษีส่งออกไปสหภาพยุโรป กำลังจะถูกปรับลดลง กัมพูชาจึงต้องมีแนวทางออกในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่
 
ทางการกัมพูชาจึงมีนโยบายที่จะลดความเสี่ยงดังกล่าว โดยเพิ่มความหลากหลายและลดการพึ่งพิงสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม  ทำให้สัดส่วนของการล่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ลดลงจาก 81% ในปี 2553 เหลือเพียง 63% ในปี 2558 ขณะที่สัดส่วนสินค้าอุตสากรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนจักรยานยนต์ได้ปรับเพิ่มขึ้น
 
การขยายฐานการลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนรถยนต์  เป็นหนึ่งในแนวทางยุทธศาสตร์ Thailand+1 ของญี่ปุ่น ที่ต้องการขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมไปในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยใช้ข้อได้เปรียบจากภาษีส่งออกที่ลดเหลือ 0% และค่าแรงงานที่ถูกในกัมพูชา แลกกับการส่งออกสินค้า และขนส่งสินค้ามาประกอบที่ไทย
แน่นอนว่าผลของการปรับยุทธศาสตร์การลงทุนดังกล่าว จะกระทบกับผู้ประกอบการของไทยในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไมได้ การหลั่งไหลขอเงินลงทุนจากญี่ปุ่น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เคยกระจุกอยู่แต่ในไทย เริ่มมีการกระจายการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ในอนาคตกัมพูชา จะมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะของฐานการผลิตอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนรถยนต์ คล้ายกับไทยแต่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน ทำให้เกิดการย้ายฐานจากประเทศไทยออกไปเรื่อยๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในอุตสาหกรรมทั้งสอง จึงต้องปรับตัวรับกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งการขยายการลงทุนไปในประเทศกัมพูชา หรือ ปรับโครงการสร้างธุรกิจให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น
 
อย่างไรก็ดี การเข้าไปลงทุนในกัมพูชานั้นจะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เนื่องจากปัจจัยต่างๆที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีความพร้อม ค่าจ้างแรงงานที่ปรับขึ้นบ่อยครั้งและการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะภายในประเทศ อาจส่งผลต่อต้นทุนสำหรับการดำเนินธุรกิจในกัมพูชาอย่างมีนัยสำคัญ
 
ดังนั้น การยกระดับภาคธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาฝีมือแรงงานให้สามารถรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจและภาคการผลิตของไทยในอนาคตต่อไป
Cambodia
#สินเชื่อ #แฟรนไชส์ #สินเชื่อธุรกิจ #เปิดร้าน #กู้เงิน