ทำธุรกิจกับคนจีน WeChat Pay และ Alipay เรื่องนี้ SME ต้องรู้จัก

14 พฤศจิกายน 2559

เป็นที่รู้กันดีว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขวัญใจชาวจีนอย่างมาก ถึงขนาดติด 1 ใน 5 สถานที่ที่ชาวจีนอยากไปในปี 2556-2566 เลย ซึ่งปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยนั้นสูงถึง 8 ล้านคนต่อปี ทำให้มีเงินเข้าประเทศจากการท่องเที่ยวของชาวจีนเหล่านี้ปีละไม่ต่ำกว่า 4.2 แสนล้านบาท ทั้งจากการซื้อสินค้าและบริการ รวมทั้งการชอปปิ้งต่าง ๆ อีกด้วย เพราะเหตุนี้เอง ทำให้ SME ในบ้านเราควรหันมาให้ความสนใจกับช่องทางการซื้อ ขาย และชำระเงินหลัก ๆ ที่คนจีนส่วนมากใช้ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าต่างชาติ และเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของตัวเอง

ตอนนี้ระบบการชำระเงินที่คนจีนแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ นิยมใช้ก็มีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ Alipay และ WeChat Pay ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ก็ทำหน้าที่คล้ายกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นฝาแฝดกันเลยก็ได้ ตัวไหนทำอะไรได้ อีกระบบหนึ่งก็ทำได้เช่นกัน เพราะเกิดจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศจีน ที่มองเห็นความต้องการของตลาดพร้อม ๆ กัน ทำให้ทั้ง 2 ระบบ เป็นแอปพลิเคชันจากประเทศจีนที่กำลังขับเคี้ยวกันเองอย่างชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร
 
คุณสมบัติหลักของทั้ง 2 ระบบ

คุณสมบัติหลัก ๆ ของแอปพลิเคชันทั้ง 2 ที่เป็นที่ถูกใจของชาวจีนทั้งประเทศ ก็คือ การโอนเงินหากันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สามารถใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ซื้อสินค้าออนไลน์ได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว และที่สำคัญคือ ใช้ซื้อสินค้าออฟไลน์หรือหน้าร้านได้ แม้จะไม่ได้พกเงินติดตัวสักบาทเลยก็ตาม จริงๆ แนวความคิดจะใกล้เคียงกับ พร้อมเพย์ ของไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำได้ง่าย แค่เปิดแอป สแกน QR Code ก็จ่ายเงินได้ทันที ทำให้การชำระเงินผ่านช่องทางนี้ กลายเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนจีนทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองไทย
 
ความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 แอปพลิเคชันที่ SME ไทยต้องจับตามอง

Alipay
ก่อตั้งขึ้นโดยบริษัทในเครือของ Alibaba เว็บไซต์ E-Commerce ชื่อดังของนักธุรกิจระดับโลกที่คนไทยรู้จักกันดี Jack Ma อธิบายง่าย ๆ ตัว Alipay นี้ก็เหมือนกับ Paypal หรือว่า PAYSBUY แบบเวอร์ชันจีนนั่นเอง ตัวแอปพลิเคชันสามารถผูกเข้ากับบัตรเครดิตของผู้ใช้งานได้ มีการเติมเงิน ถอนเงิน ใช้ชำระค่าบริการ ค่าสินค้าต่าง ๆ บนเว็บไซต์ที่รองรับได้ทั่วโลก อีกทั้งยังมีบริการชำระเงินค่าสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศจีน อย่างเว็บไซต์ Taobao ที่คนทำ E-Commerce ชาวไทยนิยมแห่ไปสั่งสินค้ามาขายกันอยู่บ่อย ๆ อีกต่างหาก

ข้อดีของ Alipay ที่เห็นเด่นชัดและเป็นมิตรกับ SME ทั่วโลกเลยก็คือ สามารถที่จะซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ประเทศจีนได้เกือบทั้งหมด ทำให้สะดวกสบาย ไม่มีปัญหาเรื่องการชำระเงิน นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าธรรมเนียม ที่จ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว ไม่มีค่าธรรมเนียมในการชำระเงินหรือว่าซื้อสินค้าในเว็บไซต์อีกด้วย

ยิ่งถ้าหากเรานำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาขายอยู่บ่อย ๆ แล้วล่ะก็ การใช้ Alipay นี้ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะว่าการชำระเงินด้วยวิธีอื่น ๆ นั้นจะมีการคิดค่าธรรมเนียมทำให้ราคาสินค้าแพง แต่ Alipay นั้นเสียแค่ค่าเติมเงินเข้าบัญชี และชำระค่าสินค้าอื่น ๆ ได้เลย มีความสะดวกและปลอดภัย ที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าเสียเงินแล้วจะไม่ได้สินค้า เพราะเงินจะยังไม่โอนจนกว่าจะได้รับสินค้านั่นเอง

จุดเด่นที่ทำให้ Alipay น่าสนใจก็คือ การเป็นระบบจ่ายเงินที่ชาวจีนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทำให้มีผู้ใช้งานชาวจีนมากถึง 1 ใน 3 ของ ประเทศ หรือประมาณ 450 ล้านคน ซึ่ง SME ในประเทศไทยก็จะได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมหาศาลที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมแอปพลิเคชันตัวนี้ ด้วยการสร้างรายได้ให้กับตัวเองและเพิ่มฐานลูกค้าจากความสะดวกสบายผ่านการเข้ามาทำตลาดของ Alipay ในปัจจุบันอีกด้วย
 
WeChat Pay
หรือระบบชำระเงินที่เชื่อมต่อกับ WeChat Wallet ภายในแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งผู้ใช้จะต้องเติมเงิน ผูกบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิตเข้ากับ Wallet เพื่อที่จะสามารถชำระสินค้าต่าง ๆ ได้ ทั้งทางบาร์โค้ด QR Code รวมถึงการชำระออนไลน์ เหมือนกับทาง Alipay แทบทั้งหมด

นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการชำระเงิน เนื่องจากคนจีนส่วนใหญ่ใช้ WeChat Pay ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ในจีนอยู่แล้ว ทำให้การเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่าน WeChat Pay เป็นการเพิ่มการสะพัดเงินของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนในเมืองไทย

ซึ่งตอนนี้ WeChat Pay มีผู้ใช้อยู่ที่กว่า 400 ล้านคน อีกทั้งยังได้รับใบอนุญาตการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) จากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเตรียมเจรจาให้ร้านค้าที่สนใจในกรุงเทพ เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต ติดตั้งระบบรับชำระเงิน WeChat Pay โดยตั้งเป้าร้านค้าที่เข้าร่วมไว้ที่ 3,000 – 5,000 ราย เนื่องจากระบบติดตั้งง่าย เพียงมีสมาร์ทโฟนก็สามารถรับชำระเงินได้ทันที ทำให้การขยายตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว
 
ความแตกต่างกันและจุดเด่นที่กินกันไม่ลง

เนื่องจาก Alipay อยู่ภายใต้บริษัทที่เชี่ยวชาญในธุรกิจ E-Commerce กิจกรรมในการใช้งานเลยเป็นการซื้อขายสินค้า การชำระเงิน และต่อยอดบริการในการจ่ายเงิน Online to Offline ทำให้เป็นที่นิยมอย่างสูงกับผู้ใช้จำนวนมาก

แต่สำหรับ WeChat Pay ซึ่งทำได้เหมือนกันนั้น จุดแข็งกลับเป็นเรื่องของการบริการโอนเงินหากันในกลุ่มผู้ใช้งาน แน่นอนว่า WeChat เป็นส่วนสำคัญให้คนจีนสามารถส่งเงินระหว่างเพื่อน ๆ ได้สะดวกและง่าย (Peer to Peer Transfers) และมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า
 
สรุปแล้ว SME ควรปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ได้ประโยชน์ที่สุด

จากการเข้ามามีบทบาทของทั้ง Alipay และ WeChat Pay ในประเทศไทย ซึ่ง SME ทั้งหลายควรศึกษาและเรียนรู้การใช้งานแอปพลิเคชันพวกนี้ไว้ด้วย เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มยอดขายให้กับทางธุรกิจของตัวเองแล้ว ยังเป็นเหมือนการเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดให้กับตัวเองด้วย ดังนั้นอย่ากลัวที่จะปรับตัวเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ธุรกิจของเราอยู่รอดและไม่ถูกคลื่นลูกใหม่กลืนหายไปเหมือนหลาย ๆ ธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ผ่านมา

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี #SCBSME