โอกาสทองในมือ SME ไทย ไขเคล็ดลับทำการค้ากับคนจีน

7 มิถุนายน 2560

Highlight :
  • เวลามองประเทศจีน อย่ามองแค่ตลาดเดียว จีนไม่ได้มีแค่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางเจา เมืองชั้นสองของจีนกำลังจะเติบโต ทำให้มีช่องทางทำการค้าอยู่อีกเยอะ
  • ต้องเข้าใจทิศทางของรัฐบาล หากส่วนกระแสขายของที่รัฐเขาไม่ส่งเสริม ก็คงจะขายไม่ได้
  • จีนขยับขึ้นมาเป็นประเทศที่ลงทุนในไทยเป็นอันดับ 2 และมีโอกาสจะแซงหน้าอันดับหนึ่ง 
  • มหานครต่างๆ ของจีน รวมถึงเมืองชั้นสองหลายๆ เมืองเป็น Cashless Society หรือสังคมที่ไม่ใช่เงินสดแล้ว 100% โดยเป็นการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด
ใครๆ ก็คงอยากเจาะตลาดทำธุรกิจกับคนจีน โดยเฉพาะคนไทยที่ใช้ความกลมเกลียวสานสัมพันธ์ได้ไม่ยาก แต่ความยากอาจจะเป็นภาษา และความไม่เข้าใจวัฒนธรรมบางอย่าง อยากเริ่มต้นค้าขายด้วยแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี ถึงเวลาแล้วที่ SME ไทยจะได้ฉกฉวยความรู้เด็ดๆ แบบอินไซด์ ซึ่งกลั่นกรองมาจากประสบการณ์กว่า 10 ปีของ คุณมาณพ เสงี่ยมบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ China Business Development ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่จะมาวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน และเผยถึงช่องทางในการเริ่มต้นทำการค้ากับคนจีน ในงาน SME Fest Fashion Health & Beauty ที่ SCB SME จัดขึ้น

อยากทำธุรกิจกับคนจีนยุคใหม่ต้องเริ่มต้นยังไง
ทำธุรกิจกับคนจีนในปัจจุบัน อย่างแรก “ต้องลืมความเป็นจีนที่รู้จักก่อน” เพราะคนไทยเชื้อสายจีนที่เราคุ้นเคย ส่วนใหญ่เป็นจีนแต้จิ๋ว ฮกเกียน หรือไหหลำที่อยู่ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นส่วนเล็กๆ ของจีนเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เราคิดว่ารู้จักอาจจะไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน จึงต้องทำความเข้าใจตลาดจีนใหม่ เวลามองจีน อย่ามองแค่ตลาดเดียว จีนไม่ได้มีแค่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา และเซินเจิ้น เมืองชั้นสองของจีนกำลังเติบโต ยกตัวอย่างถ้าเราดูแผนที่ จะเห็นว่าแต่ละมณฑลของจีนมีพื้นที่ที่ใหญ่มาก มณฑลใหญ่ๆ เทียบเท่ากับรัฐหนึ่งในอเมริกา มณฑลเล็กๆ ก็เท่ากับประเทศไทย ดังนั้นตลาดจึงมีความแตกต่างกันมาก 
 
ศึกษาทิศทางนโยบายของจีนเอาไว้ก็สำคัญ
การรู้ว่าประเทศจีน “ตั้งทิศทางนโยบายเอาไว้อย่างไร” จะช่วยให้เราไม่เดินส่วนกระแสกับความต้องการของคนในประเทศ เช่น ไปขายสินค้าหรือทำธุรกิจที่รัฐบาลจีนไม่สนับสนุน สินค้าก็คงจะขายไม่ได้ ยกตัวอย่าง ถ้าเราไปทำธุรกิจอุตสาหกรรมเกี่ยวกับก่อสร้าง อุตสาหกรรมหนักๆ ขณะที่จีนปรับกลยุทธ์สู่ธุรกิจที่มุ่งเน้นการบริการ ผลิตสินค้าไฮเทคที่เน้นเทคโนโลยีแล้ว สินค้าอุตสาหกรรมของเรา ก็จะไม่ได้รับการตอบรับที่ดี
 
กระแสการลงทุนจากจีนมาที่ประเทศไทยมากขึ้น
นโยบายเดิมของจีนนั้นจะเน้น FDI (Foreign Direct Investment) ที่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นกลุ่มทุนจากจีนออกไปลงทุนนอกประเทศมากขึ้น อย่างเมืองไทย บริษัทจีนก็ยังมาตั้งโรงงานและใช้ไทยเป็นฐานการผลิตมากขึ้น จากข้อมูล BOI ปี 2015 จีนลงทุนในไทยไม่ถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ปี 2016 การลงทุนเพิ่มเป็น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กระแสตรงนี้ทำให้จีนขยับขึ้นมาเป็นประเทศที่ลงทุนในไทยเป็นอันดับ 2 และมีโอกาสจะแซงหน้าญี่ปุ่นที่เป็นอันดับหนึ่งมานานอีกด้วย 
 
โอกาสทางเศรษฐกิจกับนโยบาย "อี๋ไต้อี๋ลู่" หรือ "One Belt One Road"
ประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ ประกาศนโยบายเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมนี้ขึ้นมาแล้ว ถามว่าโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะมาพร้อมกับเส้นทางสายนี้คืออะไร ในแง่ของ SME ก็จะเกิดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้าไปในจีนมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่าน E-Commerce ที่เป็นแนวทางในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ในจีน ที่สำคัญเป็นเรื่องของการขนส่งที่จะนำตลาดเข้ามาหาเรา ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่มาลงทุน ซึ่งต้องส่งคน ส่งผู้บริหารมา ทำให้เกิดการใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ
 
ช่องทาง Import E-Commerce ยังรอการเติบโตอยู่อีกมาก
มหานครของจีน รวมถึงเมืองชั้นสองหลายเมืองเป็น Cashless Society หรือสังคมที่ไม่ใช่เงินสดแล้ว 100%  มีแค่มือถือไปได้ทุกที่ เพราะชำระเงินผ่านระบบออนไลน์หมด ทว่าการซื้อของผ่าน E-Commerce ในจีน จากข้อมูลปี 2015 ยังอยู่ที่ 13% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ส่วนตัวเลขที่เป็น Import E-Commerce หรือซื้อของออนไลน์ระหว่างประเทศมีอยู่แค่ 2% แสดงว่าโอกาสตรงนี้ยังมีอีกมาก และการขยับขึ้นแค่ 1% จากจำนวนประชากรจีน 1,400 ล้านคน ก็ต้องถือเป็นเงินที่เยอะมาก คุ้มค่ากับการไปลงทุนคลุกฝุ่นทำธุรกิจ หรือไปเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม