สร้างแบรนด์แฟชั่นให้ล้ำ ในยุคดิจิตัล 4.0

8 มิถุนายน 2560

Highlight :
  • ไม่ว่าดีไซน์จะดีแค่ไหน นวัตกรรมจะล้ำเพียงใด ถ้าแบรนด์ไม่แข็งแกร่ง สินค้าก็จะโดนก้อปปี้ได้ง่าย
  • การทำการตลาดออนไลน์ คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างไรให้ลูกค้าที่ต้องการจะซื้อสินค้าในแบบของเราเสิร์ชเจอสินค้าเราภายในเวลาอันรวดเร็ว และตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเล
  • ผู้หญิงใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แล้วค่อยหาเหตุผลมาประกอบเมื่อซื้อสินค้าไปใช้แล้ว ดังนั้น สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรทำเป็นอันดับแรกในการขายของออนไลน์คือ การโพสรูปสินค้าที่สวยงาม
  • การสร้างแบรนด์แฟชั่นในยุคดิจิตอล 4.0 ต้องคำนึงปัจจัยหลักๆ ดังนี้ 1.บุคลิกภาพของแบรนด์ 2.มู้ดแอนด์โทน 3.สร้างเรื่องราวให้แบรนด์มีเรื่องเล่า น่าจดจำ 4.อย่ากลัวการก้อปปี้ 5.ดูเทรนด์โลก และ 6.ควรมีลุคบุ๊กเพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น 
ในยุคที่โซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน การทำธุรกิจดูจะเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับคนในยุคนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าใครคิดจะสร้างแบรนด์หรือทำธุรกิจอะไรขึ้นมา สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ จะทำอย่างไรให้แบรนด์และสินค้าของเราอยู่รอด เพราะการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงและใครๆ ก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าได้ ซึ่งภายในงาน SME FEST Fashion Health & Beauty นี้เอง SCB SME จึงชวนเจ้าของธุรกิจผู้ที่สร้างแบรนด์ตัวเองให้แข็งแกร่งภายในเวลาอันรวดเร็ว มาเล่าเทคนิคและกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์สินค้าตัวเองให้เป็นที่ต้องการของตลาด เธอคือเจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอชื่อดัง "Zoe Scarf" เภสัชกรหญิงโสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ที่ควบตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท SCL innovation จำกัด อีกด้วย

ไม่ว่าดีไซน์จะดีแค่ไหน นวัตกรรมจะล้ำเพียงใด ถ้าแบรนด์ไม่แข็งแกร่ง สินค้าก็จะโดนก้อปปี้
การทำธุรกิจในยุคดิจิตัล 4.0 ยุคที่โซเชียลกำลังเป็นที่นิยมและเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับคนทั้งโลก การที่เจ้าของธุรกิจเล็กๆ อย่าง SME คิดจะสร้างแบรนด์ตัวเองให้ขายดี ขายได้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงไม่ใช่แค่ตัวสินค้าแต่ต้องมองไปไกลว่าจะสร้างแบรนด์สินค้าของเรายังไงให้อยู่รอด เพราะทั้งดีไซน์และนวัตกรรมที่สร้างกันมาไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าสินค้าจะไม่โดนลอกเลียนแบบ แต่สิ่งที่ใครไม่สามารถเลียนแบบสินค้าเราได้เลยนั่นก็คือ “แบรนด์” ถ้าแบรนด์เราชัดเจน จดจำได้ง่าย สร้างจุดเด่นให้สินค้า เห็นทันทีก็รู้ว่าเป็นแบรนด์อะไร ทีนี้ไม่ว่าใครจะเลียนแบบขนาดไหน เราก็ไม่ต้องพะวงเพราะของจะดีก็ดีด้วยตัวของมันเอง

การทำการตลาดออนไลน์ คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งสำคัญ
คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจต้องเดาใจลูกค้าว่า เขาจะเสิร์ชคำว่าอะไรเพื่อให้ตรงกับสินค้าเรามากที่สุด ซึ่งเครื่องมือที่หาง่ายสุดคือ google trend ควรหาคำหลายๆ คำแล้วเสิร์ชดู ทิ้งไว้ใน google trend มันก็จะขึ้นเป็นกราฟให้ แล้วเราก็เอาคำนั้นมาเป็นคีย์เวิร์ดในการวางคอนเทนต์ เพื่อจะได้เอามาโพสในสื่อออนไลน์ต่อไป เช่น เอามาต่อชื่อเพจเฟชบุ๊ก google ก็จะจำได้ว่าเราเป็นเจ้าของคำนี้ และดันแบรนด์ของเรามาไว้อันดับหนึ่งใน google ได้เลย และอีกวิธีคือ การย้ำคีย์เวิร์ดไว้ใน #แฮชแท็ก
 
ผู้หญิงใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แล้วค่อยหาเหตุผลมาประกอบเมื่อซื้อสินค้าไปใช้แล้ว
สินค้าที่ขายดีในกลุ่มออนไลน์ อันดับ 1 คือสินค้าพวกแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อันดับสองเป็นสินค้าไอที กลุ่มคอมพิวเตอร์ต่างๆ และอันดับสามคือ เครื่องสำอาง สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ขายสินค้าในกลุ่มอันดับแรก เราต้องรู้ว่าคนที่ซื้อของในโลกออนไลน์มักจะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจซื้อสูง ฉะนั้นแล้ว รูปที่โพสขายของจะต้องสวย คีย์เวิร์ดต้องชัดเจน สรรพคุณต้องแน่น และเมื่อมั่นใจว่าสินค้าเรามีสิ่งเหล่านี้แล้ว คนที่จะเข้ามาซื้อก็เหมือนโดนบิวด์ไปในตัว ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น จากนั้นเมื่อได้สินค้ามาแล้วคนเหล่านั้นก็จะหาเหตุผลมาซัพพอร์ตสินค้าในภายหลังเสมอ เช่น ซื้อสินค้าที่แพงกว่า ก็เพราะจะได้ใช้ในระยะยาว เป็นต้น
 
การสร้างแบรนด์แฟชั่นในยุคดิจิตอล 4.0 ต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัย
สิ่งแรก คือสร้างบุคลิกภาพ ถ้าเปรียบแบรนด์เป็นคน คนๆ นั้นควรมีบุคลิกภาพอย่างไร แล้วเซ็ตสินค้าขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์เราได้อย่างถูกต้อง เช่น ถ้าอยากให้เป็นแบรนด์ไทยส่งออก ก็ต้องใส่ความเป็นเอเชียไว้ในสินค้าด้วย อย่างที่สองคือ มู้ดแอนด์โทน หาได้จาก thaitone ซึ่งจะมีให้เลือกสีหลายๆ แบบ ซึ่งเจ้าของธุรกิจต้องจดจำค่า CMYK ของสินค้าตัวเองเอาไว้ให้ได้ ว่าสินค้าเราใช้ค่าสีแบบไหน นอกนั้นก็ต้องมีมู้ดบอร์ดที่บอกเล่าอินสไปร์เรชั่น บอกไลฟ์สไตล์ว่าจะให้สินค้าออกมาเป็นแบบไหน เพื่อให้ไม่หลุดธีมแบรนด์ของเรา และเวลาที่จะโพสรูปลงโซเชียลก็ควรคุมโทนรูปของเราให้เป็นไปในโทนเดียวกันทั้งหมด ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นให้เลือกมากมาย อย่างที่สามคือ การสร้างเรื่องราวให้แบรนด์มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ รู้สึกว้าว ทำให้เรื่องราวมีไฮไลต์ชวนติดตาม โดยมีตัวละครที่ต้องพบกับจุดพลิกผัน จากจุดที่สะเทือนใจสุดจนได้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเราเพราะเราขายอะไร แต่ซื้อเพราะที่มาที่ไปว่าทำไมมาทำสิ่งนี้ อันดับสี่คือ อย่ากลัวการก้อปปี้ คนที่ทำธุรกิจ เวลาได้สินค้ามาก็ต้องจดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรไว้ให้หมด และ QC สินค้าก็มีส่วนสำคัญ ต้องตรวจสภาพให้ดีก่อนส่งต่อลูกค้า อันดับห้าคือ เทรนด์กระแสโลก คนที่จะขายสินค้าแฟชั่นต้องรู้ทันเทรนด์แฟชั่นของโลกด้วย เช่น สีไหนกำลังมา หรือจะขายสินค้าให้อยู่ใน timeless ที่ไม่มีเวลามากำหนดตายตัว ชอบแบบไหนก็เลือกเอา และสิ่งสุดท้ายคือ การมีลุคบุ๊กสินค้า เพื่อจะได้ดูว่าคอลเล็กชั่นนี้ออกมาเป็นแบบไหนบ้าง รายละเอียดการถ่ายลุคบุ๊กค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสูง เจ้าของแบรนด์ควรคุมงบประมาณด้วยการ จำกัดเงินไว้ก้อนนึงแล้วหาทีมงานให้เขาไปบริหารเอง เช่น ค่าช่างภาพ ค่านางแบบ ค่าสไตลิสต์ ค่าเช่าสตูดิโอ ฯลฯ แล้วเราค่อยมาดูอีกทีว่า สิ่งที่ให้ทำเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่