เป็นเบอร์หนึ่งด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ดึง Big DATA มาใช้เพื่อเข้าใจลูกค้า

31 มีนาคม 2561

“คุณโจ้-จตุพล สุธีสถาพร” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือเรารู้จักกันดีในชื่อแบรนด์ Doonee ผู้ให้บริการด้านคอนเทนต์ออนไลน์ที่มีอยู่หลายแพลตฟอร์ม ถือเป็นเจ้าแรกของเมืองไทย ที่นำระบบการชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นเข้ามาในตลาดจนเป็นเบอร์หนึ่ง ลงมือทำก่อนแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาช่วงชิงพื้นที่ การเปลี่ยนตัวเองได้ทันกระแส เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และพร้อมจะปรับตัวรับการ Disrupt จากธุรกิจมีเดียอย่างทันท่วงที
 
Highlight :
  • อย่ากลัวจะเริ่มสิ่งใหม่ เปิดรับทุกเทคโนโลยีที่เข้ามา ธุรกิจมีเดียมีการปรับเปลี่ยนตลอดทุก 5 หรือ 10 ปี หลักสำคัญคือการนำคอนเทนต์มาจัดลงใน Platform ตามที่ผู้บริโภคต้องการ เราต้องพร้อมในเรื่องของความสามารถ เงินทุน พร้อมรับทุกเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่เพื่อจะก้าวเดินไปแบบไม่สะดุด
  • รีบปล่อยสู่ตลาดก่อนใคร แล้วค่อยพัฒนาต่อยอด ถ้าเราลงมือทำก่อน เราก็สามารถแนะนำตัวเองไปสู่ผู้บริโภคได้ก่อนเจ้าอื่น อย่ามัวรอจนพร้อมแล้วปล่อย สำคัญที่สุดคือคุณภาพคอนเทนต์ และบริการหลังการขาย
  • คอนเทนต์ไม่ต้องมหาศาล เน้นสิ่งที่คนดูทั่วไปสนใจ สิ่งที่ทำให้คนยึดติดอยู่กับระบบของเราและกลับเข้ามาดูตลอดเวลา กล้าที่จะแตกต่างจากคู่แข่ง ลองนำเสนออะไรใหม่ ๆ ให้ลูกค้า มั่นใจในคุณภาพและสิ่งที่นำเสนอว่าดีที่สุด แล้วผู้ชมจะรับรู้ได้
  • เก็บ Big DATA เพื่อให้เข้าใจลูกค้า E-Commerce ทุกๆ Transaction ที่เข้ามาเราเก็บสถิติไว้ได้ รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร อายุเท่าไหร่ และสนใจคอนเทนต์ประเภทไหน ถ้านำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์หรือวิจัยเราจะเข้าใจธุรกิจของเรามากยิ่งขึ้น นำ Big DATA เหล่านี้ไปปรับปรุงและต่อยอดได้อีกมาก

อย่ากลัวจะเริ่มสิ่งใหม่ เปิดรับทุกเทคโนโลยีที่เข้ามา
ธุรกิจมีเดียมีการปรับเปลี่ยนตลอดทุก 5 หรือ 10 ปี เราเองเป็นผู้ให้บริการในเรื่องของคอนเทนต์ จากที่เคยเป็นผู้ผลิต DVD จนกระทั่งรูปแบบของสื่อเปลี่ยนไป หลักการสำคัญคือการนำคอนเทนต์มาจัดลงใน Platform ตามที่ผู้บริโภคต้องการ ก็เลยเปลี่ยนมาให้บริการคอนเทนต์ออนไลน์แบบบุฟเฟ่ต์แทน ตอนนั้นในเมืองไทยยังเป็นเรื่องใหม่มาก ซึ่งปัจจุบันนี้ทุกอย่างถูกเก็บบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ลูกค้าเปิดดูได้ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้บน Smart Device ที่มีอยู่ ลักษณะการบริโภคของผู้ชมก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เราก็ไม่รู้ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า โลกจะเปลี่ยนไปแบบไหน เราต้องพร้อมในเรื่องของความสามารถ เงินทุน และใจ พร้อมรับทุกเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่เพื่อจะก้าวเดินไปแบบไม่สะดุด
 
รีบปล่อยสู่ตลาดก่อนใคร แล้วค่อยพัฒนาต่อยอด
พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราต้องเริ่มปรับธุรกิจให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น ถ้าเราลงมือทำก่อน มีความพร้อมมากกว่า เราก็สามารถแนะนำตัวเองไปสู่ผู้บริโภคได้ก่อนเจ้าอื่น ทำตัวเป็นผู้นำในตลาดได้เร็วกว่า เมื่อเราได้ Offer สิ่งที่คิดว่าแปลกใหม่ให้ผู้บริโภคชาวไทยแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องให้เขารู้สึกว่าเราแตกต่างจากผู้ให้บริการชาวต่างชาติที่มีอยู่ในไทย อย่ามัวรอจนพร้อมแล้วปล่อย ควรนำเสนอออกไปก่อนหลังจากนั้นค่อยพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้ และค่อย ๆ พัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เราอยู่ในธุรกิจได้ สำคัญที่สุดคือคุณภาพคอนเทนต์ และบริการหลังการขาย ควรมีคอลเซ็นเตอร์ที่ดูแลลูกค้าได้ตลอดเวลา ให้เขารู้สึกอุ่นใจว่ามีเราคอยแก้ปัญหาให้เขาได้
 
คอนเทนต์ไม่ต้องมหาศาล แต่ต้องตอบโจทย์และคุ้มค่า
พอเริ่มมีคู่แข่งทั้งจากในและต่างประเทศเข้ามา สิ่งที่ต้องรับมือและเตรียมการคือ “คอนเทนต์” ให้แตกต่างจากคู่แข่งให้ได้ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องมีคอนเทนต์ปริมาณมหาศาล แต่เน้นสิ่งที่คนดูทั่วไปสนใจ สิ่งที่ทำให้คนยึดติดอยู่กับระบบของเราและกลับเข้ามาดูตลอดเวลา เรื่องของราคาก็สำคัญ ลูกค้าจะดูคอนเทนต์ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ในราคาจับต้องได้จ่ายได้ทุกเดือน อีกเรื่องคือคุณภาพการให้บริการ ในเรื่องของหลังบ้าน คุณภาพของตัวฮาร์ดแวร์ ระบบไอทีต่าง ๆ ที่ลงทุนและร่วมมือกับต่างประเทศ ทำให้การบริการรวดเร็ว สตรีมมิ่งแค่ 3 วินาทีแล้วดูได้เลย จงกล้าคิด กล้าที่จะแตกต่างจากคู่แข่ง ลองนำเสนออะไรใหม่ ๆ ให้ลูกค้า มั่นใจในคุณภาพและสิ่งที่นำเสนอว่าดีที่สุด แล้วผู้ชมจะรับรู้ได้
 
เก็บ Big DATA เพื่อให้เข้าใจลูกค้า E-Commerce
ข้อดีของยุคดิจิทัลคือทุก ๆ Transaction ที่เข้ามาเราเก็บสถิติไว้ได้ รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร อายุเท่าไหร่ และสนใจคอนเทนต์ประเภทไหน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เรียกว่า Big DATA ข้อมูลตรงนี้นำมารีเสิร์ชต่อได้ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสุดท้ายว่ากลุ่มผู้บริโภคของเรามาจากไหน ชอบดูคอนเทนต์ประเภทไหนมากกว่า และลงลึกแม้กระทั่งว่าชอบดูพากย์ไทยหรือบรรยายไทย ทำให้เรารู้ว่าในเดือนถัดไป เราควรจะลงคอนเทนต์ประเภทไหนเพื่อให้ตรงใจกับผู้บริโภคมากที่สุด การเก็บประวัติของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ถ้านำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์วิจัยเราจะเข้าใจธุรกิจของเรามากยิ่งขึ้น ต่อไปในอนาคต การแข่งขันจะอยู่ที่ใครให้บริการได้ดีกว่ากัน ซึ่งการให้บริการได้ดีหรือไม่ดีก็ต้องดูว่าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหน การวิเคราะห์ข้อมูลที่เรามีจึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับทุกธุรกิจ