เขียนแผนธุรกิจ พิชิตความสำเร็จ!

5 กรกฎาคม 2561

ถ้าเปรียบธุรกิจเป็นรถยนต์ แผนธุรกิจก็ต้องเป็น GPS ที่นำทางไปสู่จุดหมายที่วางไว้ แต่ SME หลายรายอาจยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นลงมือเขียนแผนธุรกิจอย่างไร เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตามที่ใจหวัง เราจึงมีขั้นตอนง่ายๆ ช่วยให้คุณเขียนแผนธุรกิจผ่านฉลุยมาแนะนำ!
  1. เล่าความเป็นมาและโอกาสทางธุรกิจ
  • เริ่มแรกคุณต้องอธิบายให้ได้ว่า แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจคืออะไร โอกาสที่ธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จมีมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้ประเมินว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่
  • ส่วนใหญ่แล้ว จุดเริ่มต้นที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ มาจากการนำ Customer pain point  หรือปัญหาของลูกค้ามาต่อยอด ยิ่งธุรกิจของคุณช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ตรงจุดมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสำเร็จมากเท่านั้น!
  1. วิเคราะห์ตลาด รู้เขา รู้เรา
  • เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว อย่าลืมวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่มีโอกาสกระทบต่อธุรกิจด้วย เช่น สภาพตลาด คู่แข่งหลัก คู่แข่งรอง เทรนด์ความนิยมของผู้บริโภค ฯลฯ โดยข้อนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินว่าธุรกิจของคุณจะรุ่งหรือร่วงได้เลย
  • เช่น ธุรกิจชาเขียวพร้อมดื่ม หากคุณสตาร์ทธุรกิจเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ที่เทรนด์ชาเขียวมาแรง คงถือเป็นโอกาสในการกอบโกยกำไร แต่หากคุณกำลังจะเริ่มลงทุนในตอนนี้คงต้องคิดหนักสักหน่อย เพราะตลาดชาเขียวพร้อมดื่มกำลังหดตัว (จากการแข่งขันที่สูงลิบ เทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งนโยบายการจัดเก็บภาษีน้ำตาลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนสูง กำไรลดฮวบ)
  1. วางแผนการตลาด พิชิตเป้าหมาย
  • เริ่มแรกคุณต้องตั้งเป้าให้ชัดเจนว่าจะทำการตลาดเพื่ออะไร เพื่อยอดขาย เพื่อสร้างการรับรู้ หรือเพื่อขยายฐานลูกค้า ฯลฯ จะได้มีทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน
  • ทั้งนี้การตลาดออนไลน์คือช่องทางสำคัญที่ SME จะมองข้ามไม่ได้ เพราะถือเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด ดังนั้น SME ต้องเร่งเรียนรู้เทคนิคต่างๆ ให้เร็วที่สุดและรู้ให้รอบที่สุดด้วย
  • SCB Business Center มีงานสัมมนาดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอบรมเรื่อง SEM (Search Engine Marketing) สุดยอดเทคนิคการเพิ่มยอดขายด้วย Google โดยทีมงานจาก Ready Planet ผู้นำด้านเว็บไซต์ออนไลน์ หรือคอร์ส Creative Online Content สร้างเงินล้านผ่าน Online โดยคุณอนุชิต คำน้อย เจ้าของเพจคิ้วต่ำ เป็นต้น งานสัมมนาเหล่านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเรียนรู้ที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพราะ SME ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจากกูรู โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง
  1. กำหนดแผนการดำเนินงาน
  • แผนการดำเนินงานจะแสดงให้เราเห็นว่า ขั้นตอนการทำธุรกิจมีอะไรบ้าง โดยต้องระบุรายละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบกระบวนการ
  • เช่น ใช้วัตถุดิบจากที่ไหน สั่งซื้ออย่างไร ขั้นตอนการผลิตและการขายเป็นอย่างไร รวมถึงต้องวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น พร้อมอธิบายวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วย เพื่อให้เห็นภาพรวมการทำงานทั้งหมด
  1. ระบุโครงสร้างบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน
  • โครงสร้างของบริษัทเราเป็นอย่างไร มีผู้บริหารส่วนใดบ้าง จำนวนพนักงานในตำแหน่งต่างๆ รวมถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่ง
  • ข้อนี้จะช่วยให้เราสามารถกำหนดขอบเขตการทำงานของพนักงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และลดการทำงานซ้ำซ้อน ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
  1. วางแผนการเงิน หัวใจสำคัญของธุรกิจ
  • สำหรับ SME ที่ต้องการขอสินเชื่อ แผนการเงินถือเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะสถาบันทางการเงินจะพิจารณาการปล่อยสินเชื่อจากจุดนี้
  • แผนการเงินประกอบไปด้วย
    • ที่มาของเงินลงทุน เช่น มาจากเงินส่วนตัว ผู้ถือหุ้น หรือการขอสินเชื่อ เป็นต้น
    • แหล่งรายได้ เช่น มาจากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ โดยต้องระบุว่าเป็นรายได้ที่แน่นอนหรือไม่ด้วย
    • ต้นทุน ซึ่งมีทั้งต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน และต้นทุนแปรผัน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงพนักงานพาร์ทไทม์ ค่าโฆษณา เป็นต้น
    • เงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินนี้ใช้เพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจที่เรากำลังจะทำนั้น ต้องลงทุนเท่าไร มีรายได้หรือกำไรจากทางไหนบ้าง จุดคุ้มทุนอยู่ที่กี่ปี เป็นต้น
  • สำหรับ SME ใดอยากเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเงินในธุรกิจเพิ่มเติม ที่ SCB Business Center มีงานสัมมนาดีๆ ด้านการเงินมากมาย เช่น กลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องทางธุรกิจ SME ที่จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาด้านการเงินในธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการเขียนแผนการเงินให้เป๊ะ
Tips: เทคนิคในการจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ
1. เรียกเก็บเงินทันทีหรือมีการเจรจาข้อตกลงกันล่วงหน้าในการกำหนดชำระเงินอย่างสม่ำเสมอ แทนที่จะปล่อยให้มียอดหนี้สะสมไปเรื่อยๆ
2. สร้างแรงจูงใจในการชำระเงินของลูกหนี้ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เช่น เสนอลดให้ 1 – 2 % หากชำระภายใน 10 วัน
3. พยายามเลือกลูกค้า หลีกเลี่ยงลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้าหรือไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้น
4. ลดปริมาณสินค้าคงคลัง พยายามไม่สต๊อกสินค้าเอาไว้มากเกินความจำเป็นหรือหาวิธีบริหารจัดการสต๊อกที่ดี ที่สามารถหมุนเวียนสินค้าออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  1. แผนสำรอง ป้องกันความเสี่ยง
  • ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ รุ่ง หรือ ร่วง มีมากมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองสถานการณ์ตามความเป็นจริง และเตรียมแผนฉุกเฉินไว้ หากการดำเนินการไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์
  • ต้องระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมวิธีการแก้ไขให้ชัดเจน หากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นจริงๆ จะได้รับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้
ทั้ง 7 ขั้นตอนนี้เป็นเพียงหลักการเบื้องต้นของการเขียนแผนธุรกิจเท่านั้น หากผู้ประกอบการอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรืออยากเขียนแผนธุรกิจให้เป๊ะ เพื่อให้การทำงานราบรื่น สามารถรับคำปรึกษาจาก SCB Business Center ศูนย์ธุรกิจ SME รูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการทางธุรกิจได้ตลอดเวลา เรามีทั้งกูรูด้านการทำการตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์ การขนส่ง และการขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของคุณแข็งแกร่งที่สุด

ติดตาม ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ https://businesscenter.scb.co.th/th/