BNK48 พลิกโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

27 มีนาคม 2561

               หากพูดถึงธุรกิจแฟรนไชส์หลาย ๆ คนก็มักจะนึกถึง ร้านอาหาร ร้านขนม หรือร้านขายของที่มีมากมาย ทั่วประเทศไทย และหากเลือกให้ลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์เราก็จะมีตัวเลือกมากมายตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักล้านเลยทีเดียว แต่มาวันนี้มีระบบธุรกิจแฟรนไชส์หนึ่งที่เราไม่คุ้นหูมาก่อนนั้นคือ ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ขาย "ไอดอล" โมเดลธุรกิจที่สร้างเน็ตไอดอล การขยายลิขสิทธิ์ของธุรกิจไปหลายประเทศในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย ไทยและนั้นก็คือ วง BNK48 ที่กําลังโด่งดังเป็นพลุแตกอยู่ตอนนี้นั้นเอง ทาง SCB SME จึงเชิญคุณจิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรส อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จํากัด (RAM) ผู้ดูแลวง BNK48 มาร่วมพูดคุยกัน
 
               ในวงการเพลงช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างซบเซา การที่จะตัดสินใจเลือกซื้อลิขสิทธิ์ศิลปินจากต่างประเทศเข้ามานั้นถือเป็นการลงทุนที่สำคัญ ส่วนหนึ่งที่คุณจิรัฐเลือกซื้อลิขสิทธิ์นี้ เพราะมีตัวอย่างความสำเร็จมาจากศิลปินในญี่ปุ่น ชื่อวง AKB48 โดยคอนเซ็ปต์ของวง คือ "ไอดอลที่สามารถพบเจอได้" ซึ่งแตกต่างจากวงไอดอลทั่วไปที่จะต้องไปพบตามคอนเสิร์ต ตามงานอีเว้นท์ ตามสื่อโทรทัศน์เท่านั้น แต่ AKB48 แฟนคลับสามารถพบได้เกือบทุกวัน ทั้งที่โรงละครของวง ซึ่งสมาชิกของวง จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาแสดงที่นี่ ในทุก ๆ วัน โดยมีไอดอลขึ้นแสดงบนโรงละคร ทั้งที่ยังร้องและเต้นได้ไม่ดี แต่นั่นคือต้นกำเนิดของ AKB48 ด้วยความที่เป็น "ไอดอลที่เข้าถึงได้" ทำให้แฟน ๆ สามารถเอาใจช่วยให้กำลังใจให้เหล่าไอดอลพัฒนาตัวเองขึ้นมา แฟนคลับจะได้เฝ้าดูการเติบโต เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของวงนี้
 
               ในยุคดิจิทัลซึ่งมีความยากและความท้าทายในการทำการตลาด จุดที่ทำให้ BNK48 แตกต่างจากศิลปินวงอื่น ๆ คือ BNK48 ไม่ใช่แค่ศิลปินที่ขายเพลง แต่เป็นวงไอดอลที่ไม่เพียงแค่ร้องเพลง แต่ยังมีละคร ภาพยนตร์ เกมส์บนมือถือ คอนเสิร์ต สติ๊กเกอร์ไลน์ เพื่อให้แฟนคลับได้ติดตามและสะสม นอกจากนั้นยังมีอัลบั้มภาพที่เป็น Boxset มีภาพที่หาซื้อไม่ได้อยู่ในชุด ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจให้แฟน ๆ ได้ตามเก็บสะสมกัน เมื่อดูจากสถิติแล้วพบว่า แฟนคลับ 1 คน จะซื้อ Boxset เฉลี่ยคนละ 3 ชุด โดยในแต่ละชุดนั้น จะมีความพิเศษที่มีรูปของไอดอลและมีบัตรจับมือที่ตอนซื้อแฟนจะไม่ทราบว่าได้ภาพของใคร ทำให้แฟน ๆ สามารถซื้อกันได้คนละหลายชุด
 
               ในด้านของธุรกิจมีหลายคนถามว่า วง BNK48 นี้ จะเป็นเพียงกระแสที่อยู่เพียงชั่วคราวหรือไม่ ส่วนตัวคุณจิรัฐ มองว่าในเรื่องของธุรกิจย่อมมีขึ้นมีลง ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้วงไปต่อได้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่เป็นเพียงเส้นทางที่ต้องเดิน เพราะถ้าคิดว่าตอนนี้ประสบความสำเร็จแล้ว เราจะไม่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า แต่ติดกับดักอยู่กับที่ ซึ่งในยุคที่สื่อโซเซียลมีเดียเข้ามาปฏิวัติวิถีชีวิตของคนไปมาก หากมีโอกาสหรือสามารถสร้างโอกาสในยุคนี้ได้ให้รีบสร้างโดยเฉพาะ SMEs เพราะโอกาสแบบนี้อาจจะไม่ได้มีมาอีก