5 เคล็ดลับง่ายๆ ของ SME บริหารไม่ให้เป็นหนี้แน่นอน!!

29 กรกฎาคม 2559

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ทุกท่านที่ต้องบริหารจัดการเงินทุกบาท ทุกสตางค์ด้วยตัวเองทุกเดือนแล้ว สิ่งที่ยากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘เงินสด’ ที่ต้องมีติดตัวไว้อยู่ตลอดเวลา เพราะทุกกระบวนการที่ธุรกิจของเราดำเนินไป ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้น ซึ่งถ้าจะรอให้ได้รับเงินจากลูกค้าเสียก่อน แล้วค่อยมาดำเนินการต่อก็คงจะไม่ทันการ ธุรกิจพาลจะหยุดชะงัก แถมยังเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อีกต่างหาก

เงินสดจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงธุรกิจ SME เอาไว้ และเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ธุรกิจของเราต้องปิดตัวลงเพราะปัญหาด้านการเงินตรงนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีไหนที่จะสามารถช่วยให้เราจัดสรรเงินที่มีอยู่ให้พอใช้ไปได้ตลอดทั้งเดือนบ้าง
 
1. อย่าใช้จ่ายทุกอย่างในครั้งเดียว

การจัดการบริหารกระแสเงินสดสำหรับ SME ก็เหมือนกับการควบคุมสัญญาณการจราจรของเครื่องบิน เราไม่สามารถสั่งเครื่องบิน 100 ลำให้ร่อนลงพร้อมกันในรันเวย์เดียวได้ การจ่ายเงินก็เช่นกัน เรามักจะเห็นผู้ประกอบการส่วนมากบริหารเงินผิดพลาด โดยการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแต่ละเดือน มาเคลียร์พร้อมกันทีเดียวตอนสิ้นเดือน ลองคิดดูสิครับหากระหว่างนั้นธุรกิจเราเกิดมีปัญหาอะไรที่ส่งผลกระทบกับการเงินขึ้นมา ธุรกิจเราจะย่ำแย่แค่ไหน ลูกค้าอาจจะไม่ไว้ใจ เสียเครดิต โดนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หรืออะไรที่ส่งผลเสียหายต่อตัวธุรกิจตามมาอีกมากมาย ดังนั้นการใช้จ่ายแต่ละครั้งควรมีการจัดระบบ ลงวันที่ที่ต้องจ่าย และแบ่งกลุ่มให้ชัดเจนทั้งหมด 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

          1.) กลุ่มที่จำเป็นต้องจ่าย (ดอกเบี้ยสูง)
          2.) กลุ่มที่มีความสำคัญ (ค่าน้ำมัน ค่าประทางกันธุรกิจ)
          3.) กลุ่มที่สามารถผ่อนผันได้ (ลูกค้าที่สนิท)


ซึ่งการแบ่งกลุ่มตรงนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแต่ละเดือน ช่วยให้การทำธุรกิจเป็นไปง่ายขึ้น และมีเงินสดหมุนเวียนที่เพียงพอในแต่ละเดือนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
 
2. สำรองเงินไว้จ่ายค่าภาษีเสมอ

การทำธุรกิจไม่ว่าจะอะไรก็ตามเมื่อมีรายได้เข้า ย่อมหมายถึงเราต้องเสียภาษี ธุรกิจ SME ก็เหมือนกันครับ เมื่อธุรกิจเราไปได้ดี มีเงินเข้ามา ภาษีเราก็ยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งตัวภาษีนี้เราจะถูกเรียกเก็บทุก ๆ ปี บางคนใช้เงินจนเพลิน ลืมไปว่ามีค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ด้วย พอถึงกำหนดครบรอบที่ต้องจ่ายค่าภาษี ยังไม่ทันจะตั้งตัวได้ก็โดนเรียกเก็บกันไปเป็นหมื่น เป็นแสน ทำให้เดือนนั้นทั้งเดือนไม่มีเงินสดติดตัว ไม่สามารถหมุนธุรกิจต่อได้ สุดท้ายก็ต้องกู้ ต้องยืม เพิ่มภาระให้ธุรกิจโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรจะเปิดบัญชีแยกต่างหาก ไว้สำหรับเก็บเงินจ่ายค่าภาษีตรงนั้น เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องนำมาใช้ และพอถึงคราวต้องจ่ายจะได้ไม่กระทบเงินสดหลักอีกด้วย
 
3. เข้าใจในรอบการรับเงินของตัวเอง

ทุกธุรกิจย่อมมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน เมื่อโครงสร้างแตกต่างย่อมหมายถึงรอบการรับเงิน รอบการจ่ายเงินก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย เช่น ธุรกิจร้านอาหารจะมีเงินเข้าเป็นประจำทุกวัน แต่ธุรกิจค้าส่ง หรือผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่จะมีเงินเข้าทุก ๆ เดือน ซึ่งความแตกต่างตรงนี้เองที่เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนไม่เข้าใจ ตกม้าตายมานักต่อนักแล้ว อันดับแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่าธุรกิจของเราจะได้รับเงินเป็นรายอะไร รายวัน รายอาทิตย์ ทุกสองอาทิตย์ หรือทุกเดือน แต่แค่นั้นยังไม่พอ เราต้องรู้ให้ลึกกว่านั้น รู้ไปจนถึงว่าลูกค้าคนไหนจะจ่ายเงินเราในวันที่เท่าไหร่ และเราต้องจ่ายเงินให้ใครในวันไหนบ้าง เมื่อเรารู้ซึ้งถึงทุกขั้นตอนตรงนี้ได้ จะช่วยให้เราจัดสรรการเงินได้อย่างลงตัว และทำให้เรารู้ว่าเราจะต้องเอาเงินส่วนไหนมาโปะกับค่าใช้จ่ายครั้งต่อไป
 
4. ผูกมิตรกับสถาบันการเงินเข้าไว้

การทำธุรกิจเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้หรอกครับว่าเมื่อไหร่อุปสรรคมันจะโผล่ขึ้นมาขวางทางเรา หากวันหนึ่งลูกน้องคนสำคัญป่วย เชฟหลักที่ร้านอาหารลาอออก รถส่งของเกิดยางแตก เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ ซึ่งเราห้ามมันไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือ หาคนที่จะมาคอยพยุงเราเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นมาถึงนั่นเอง การผูกมิตรกับสถาบันการเงิน เพื่อขอสินเชื่อ นักลงทุน หรือคนที่มีอำนาจทางการเงินสูงไว้สักคนสองคน นับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยประกันธุรกิจเราได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาสได้รู้จักกับพวกเขาเหล่านั้น ให้เราพยายามรักษาเครดิตของตัวเองไว้ ยืมเท่าไหร่ ใช้คืนเท่านั้น ตรงต่อเวลา ไม่เบี้ยว ไม่โกง เพื่ออนาคตของธุรกิจเราเองครับ
 
5. ทุกการใช้จ่ายต้องนำรายได้กลับมา

ถ้าคุณเป็นนักบิน คุณจะกล้าเอาเครื่องลงจอดในรันเวย์ที่มีหมอกปกคลุมหนาทึบมั้ย? คำตอบคือ ‘ไม่’ ใช่มั้ยครับ การทำธุรกิจเอสเอ็มอีก็เช่นกัน เนื่องจากเราเป็น SME เงินทุนอาจจะไม่ได้มาก เงินสดก็ต้องเก็บไว้ใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จะมาเสียเงินไปโดยหวังผลลัพธ์ที่จะย้อนกลับมาแบบลม ๆ แล้ง ๆ ไม่ได้ เราต้องใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์อย่างรัดกุม และคิดให้รอบครอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง บวก ลบ คูณ หาร ให้ดีว่าค่าใช้จ่ายในครั้งนี้มันจะส่งผลลัพธ์ที่ดีกลับมาให้เรามากน้อยแค่ไหน แล้วจึงตัดสินใจลงทุนไปกับมัน
 
การบริหารเงินสดนับเป็นปัญหา และสร้างบาดแผลให้แก่ผู้ประกอบการ SME มาทุกยุคทุกสมัย เราไม่สามารถห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถบรรเทาให้แผลมันเล็กลง และลดโอกาสในการเกิดได้ ขอเพียงคุณยึดมั่นถึงเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อนี้ การทำธุรกิจย่อมเดินไปได้ง่าย และสบายกว่าใครหลาย ๆ คนแน่นอน

cashflow
#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี