Co-Working Space เทรนด์ใหม่ SME ที่ไม่ต้องมีสำนักงานเป็นของตัวเอง

27 มิถุนายน 2559

Co-Working Space พื้นที่ทำงานผ่านการจัดสรรด้วยความสร้างสรรค์เพื่อเป็นอาณาจักรให้กับเหล่า Startup ทั้งหลายได้มารวมตัวกันนอกจากจะเต็มไปด้วยแหล่งไอเดียใหม่ ๆ ที่มีอยู่มากมายแล้วเทรนด์นี้ได้สร้างพื้นที่การทำงานร่วมกันสำหรับเอสเอ็มอี ที่บางครั้งก็ไม่ได้ต้องการมีสำนักงานเป็นของตัวเองและเทรนด์เหล่านี้จะตอบสนองอะไรบ้าง SCB SME จะมาเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นลองไปทำความรู้จักกับ Co-Working Space ว่า มีที่มาที่ไปอย่างไรทำไมถึงมาฮิตเปรี้ยงปร้างได้ขนาดนี้ เพราะตามความจริงแล้วคนที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจคงประสบปัญหาในรูปแบบเดียวกันที่ว่าอยากจะมีสถานที่ของตัวเองในการทำงาน มีอินเทอร์เน็ตรองรับ แอร์เย็น ๆค่าบริการไม่แพง ไม่ต้องจ่ายรายเดือนเป็นพัน เป็นหมื่นและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

ปัญหาเหล่านี้ ร้านกาแฟอาจจะสามารถตอบโจทย์ได้อยู่แล้วนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเห็นนักธุรกิจส่วนมากชอบเข้าร้านกาแฟไปนั่งทำงานกันแต่ครั้นจะเข้าไปกัน 5 คนสั่งเครื่องดื่มแค่แก้วเดียวก็ดูไม่เข้าทีหรือสั่งเครื่องดื่มคนละแก้วแต่นั่งกันไป 5-6 ชั่วโมงก็เห็นว่าน่าจะเกินไปหน่อยไหนจะต้องค่าจอดรถที่ต้องเสียเพิ่มไปในแต่ละชั่วโมงทำให้รวมค่าใช้จ่ายในหนึ่งวันอาจจะหมดกับค่าสถานที่ไปมากกว่าที่จำเป็นและในเมื่อความต้องการของคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Startup มีเงื่อนไขความต้องการมากขนาดนี้ Co-Working Space จึงเป็นสถานที่ตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างตรงจุด

Co-Working Space เปรียบเสมือนที่ทำงานที่ใครจะมาใช้บริการก็ได้เพราะนอกจากการเป็นสถานที่ทำงานแล้วยังเป็นแหล่งรวมตัวของคนทำธุรกิจขนาดเล็ก หรือฟรีแลนซ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถขอความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความรู้ให้คำปรึกษากันได้ตลอดเวลาการทำงาน

ซึ่งนอกจากอุปกรณ์ที่พร้อมให้บริการทุกอย่างตามความต้องการของคนใช้งานแล้ว ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ Co-Working Space ก็คือการที่เราถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีแรงบันดาลใจจะช่วยส่งผลให้ตัวเราเองมีแรงผลักดันในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้นนั่นเป็นเพราะว่า บรรยากาศนับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการทำงานที่ดี
 
 Co-Working Space ในกทม.มีที่ไหนบ้าง?
  1. HUBBA Thailand (เอกมัยซอย 4)
  2. The Third Place Bangkok (ทองหล่อ10)
  3. Launchpad ถนนปั้น (สีลม-สาธร)
  4. The SYNC (รัชดา-ลาดพร้าว)
  5. Kliquedesk สุขุมวิท 23 (ประสานมิตร)
  6. 522coworking space (ประดิษฐ์มนูธรรม)
  7. The Space Bangkok (คลองสาน)
  8. Glowfish (อโศก)
  9. Muchroomcoworking space (ประดิพัทธ์ 23)
  10. The RevolCoWorking Space (ราชดำริ)
  11. JOINT Cafe & Workspace (ราชเทวี)
 
จากตัวอย่างสถานที่ที่หยิบขึ้นมาจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการในประเทศไทยมีความนิยมจะเข้าไปใช้งาน Co-Working Space มากขึ้นจากจำนวนของสถานที่ รวมถึงการกระจายในจุดต่าง ๆ และนับเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในปี 2559 เป็นอย่างมาก

ด้วยอุปกรณ์ที่พร้อมสรรพสำหรับการทำงาน พื้นที่โล่ง ๆ ผสานบรรยากาศดีๆ  อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ประดับประดาด้วยโต๊ะ เก้าอี้ โซฟาดีไซน์เก๋ ๆเครื่องพรินต์ เครื่องแฟ็กซ์ โต๊ะกินข้าว ไมโครเวฟ กาน้ำร้อน เครื่องชงกาแฟห้องประชุม รวมถึงห้องเวิร์กชอป เพียงเท่านี้ก็ทำให้นักธุรกิจจำนวนมากเลือกใช้ Co-Working Space เป็นสถานที่ทำงาน ตอบโจทย์ได้ดีกว่าร้านกาแฟหรือทำงานที่บ้านเป็นไหน ๆยังไม่รวมถึงการจัดสังสรรค์หลังเลิกงานที่วันดีคืนดีคนที่นี่อาจมีจัดหม้อสุกี้มากินเล่นกัน เหมือนคอนเซ็ปต์ที่ว่า “Work Hard, Play Hard” อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Co-Working Space ที่มีอยู่มากมายจะมีข้อดีที่แตกต่างกันไปของแต่ละสถานที่ รวมถึงดีไซน์ บรรยากาศ อุปกรณ์ และก่อนจะเข้าไปใช้บริการ อย่าลืมศึกษากันให้ดีก่อนว่า สถานที่นั้นมีอะไรให้บ้างเพื่อจะได้เตรียมตัวได้ถูก และตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุดเพราะบางสถานที่อาจเป็นแหล่งรวมตัวของคนสายอาชีพใดอาชีพหนึ่งถ้าเราไปใช้งานได้ถูกที่ นอกจากจะได้เพื่อนใหม่ คอนเนคชันใหม่ ดีไม่ดีอาจจะได้งานที่เรามีความสนใจด้วย

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี