8 กลยุทธ์ ทำเงินด้วยธุรกิจ Co-Working Space

29 กรกฎาคม 2559

Co-Working Space อาจไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปเนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ว่างในประเทศไทยได้ถูกนำมาเปิดให้บริการ ประกอบกับกระแสความนิยมของ Startup ในขณะนี้ จึงทำให้การเปิดให้บริการ Co-Working Space เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตามองใน พ.ศ.นี้

จุดประสงค์ของการเปิดให้บริการ Co-Working Space คือ เป็นส่วนที่แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อตอบสนองให้กับคนรุ่นใหม่ ฟรีแลนซ์ และรวมถึงกลุ่ม Startup ที่ทำงานเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นทาง ด้านเทคโนโลยี งานดีไซน์ งานประชุมต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าแต่ละ Co-Working Space ก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง แล้วถ้าอยากจะเปิด Co-Working Space สักแห่ง SCB SME จะมาบอกว่า ควรมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย
 
8 กลยุทธ์เปิด Co-Working Space     

1. สร้างแบรนด์ : สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการหรือผู้สนใจทำ Co-Working Space คือ การสร้างแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นชื่อโลโก้ หรือเว็บไซต์ เพื่อเป็นการแสดงออกทางด้านภาพลักษณ์ จุดยืนของสถานที่ และบอกเล่าถึงสภาพชุมชน หรือสมาชิกที่มาใช้บริการ รวมถึงการทำงานร่วมกัน โดยเว็บไซต์จะต้องดูน่าใช้งาน รวมถึง Social Media ต่าง ๆ ก็ต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ และวัตถุประสงค์ของแบรนด์

2. ทำเลที่เหมาะสม : ทำเลที่ตั้งของ Co-Working Space จะมีผลอย่างมากกับกลุ่มคนที่มาใช้บริการ เพราะธุรกิจนี้ผู้ใช้งานต้องเดินทางมาใช้บริการตลอด เสมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง ฉะนั้นผู้ประกอบการควรคำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ เนื่องจากบางกลุ่มอาจต้องการสถานที่ทำงานที่มีความเป็นส่วนตัว บางกลุ่มอาจต้องการทำงานร่วมกันกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน แต่ไม่ว่ากลุ่มผู้ใช้งานจะเป็นกลุ่มใด ทำเลที่ตั้งควรจะเป็นสถานที่ที่เดินทางสะดวก และมีรถสาธารณะผ่าน 

3. ดีไซน์ การตกแต่ง : การออกแบบพื้นที่ภายใน ช่วยบ่งบอกบุคลิกของสถานที่แห่งนั้น การทำ Co-Working Space ต้องใส่ใจในเรื่องการตกแต่ง ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ชุดโต๊ะ เก้าอี้ ให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก มีมุมสำหรับแบ่งปันไอเดีย มีห้องประชุม รวมถึงมีการจัดสรรพื้นที่ที่งดใช้เสียงไว้สำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องการสมาธิในการทำงาน 

4. สิ่งอำนวยความสะดวก : ภายใน Co-Working Space ควรมีเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว หรืออาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ เนื่องจากต้องทำงานเป็นเวลานาน ในขณะที่ระบบอินเทอร์เน็ต หรือ WIFI ควรรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างมีเสถียร และควรมีพื้นที่จอดรถให้กับลูกค้า แต่ถ้าหากผู้ประกอบการ Co-Working Space มีพื้นที่ไม่พอก็ควรเลือกทำเลที่มีจุดรองรับการจอดรถ และอยู่ในย่านที่ผู้ใช้บริการสามารถหาร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มในบริเวณใกล้เคียงได้สะดวก

5. ราคาเหมาะสม : มาถึงปัจจัยสำคัญด้านการทำธุรกิจ คือ เรื่องราคา ซึ่งไม่ควรตั้งราคาสูงเกินไป เนื่องจากราคาจะมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้บริการเป็นลำดับแรก ๆ จึงควรจัดทำแพ็กเกจให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้บริการ เช่น แพ็กเกจบริการ 3 วันต่อสัปดาห์ หรือแพ็กเกจตามช่วงเวลาใช้บริการก็ควรเป็นช่วงราคาที่แตกต่างกัน

6. กลุ่มเป้าหมาย : การเปิด Co-Working Space ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆที่ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมาย ที่มักมีความต้องการในการใช้พื้นที่ทำงานในการทำกิจกรรมต่างๆ และ การแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนตามลักษณะธุรกิจ อาชีพ หรือความสนใจต่างๆ จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง และความอึดอัด จากลักษณะส่วนตัวของผู้ใช้งานที่แตกต่างกันแต่ต้องการใช้บริการพื้นที่ร่วมกันได้

7. การจัดอีเวนท์หรือสัมมนา : จะเป็นเรื่องที่ดีมากหาก Co-Working Space แห่งใด มีการจัดอีเวนท์ หรือสัมมนาให้ความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจอาจเชิญผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายมาให้ความรู้ หรืออาจคัดเลือกกูรูจากกลุ่มเป้าหมายมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อไป

8. แหล่งชุมชนแบบใหม่ : สิ่งสำคัญประการสุดท้ายของการใช้บริการ Co-Working Space นั่นก็คือการสร้างชุมชน (Community) เพราะการทำธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีก็ต่อเมื่อสามารถสร้างกลุ่มชุมชนที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นมาได้ เพราะการใช้งาน Co-Working Space นั้นควรเป็นการมุ่งเน้นไปสู่การรวมตัวของกลุ่มคนที่มีความคล้ายคลึงกัน และถ้าหากเกิดความแน่นแฟ้นในชุมชนแล้วสามารถต่อยอดให้เกิดโครงการใหม่ ๆ โดยมีจุดเริ่มต้นภายในกลุ่มผู้ใช้งานได้

coworking
#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี