ติดอาวุธ SME ไทย ด้วย Digital Marketing

17 กันยายน 2555

ในช่วงหลายปีมานี้จะเห็นได้ว่า “ออนไลน์” มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนยุคใหม่อย่างมาก ยิ่งปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญคือทุกที่และทุกเวลา โดยผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ อย่างสมาร์ทโฟน แท็บเลต ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ภาคธุรกิจเองก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน เพื่อรองรับกับโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต SCB SME จะนำไปรู้จัก Digital Marketing เป็นแบบไหนบ้าง

Digital Marketing เป็นอย่างไร

Digital Marketing จึงกลายมาเป็นรูปแบบการทำตลาด ที่ภาคธุรกิจหันมาให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงผู้คนในวงกว้างได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญคือต้นทุนในการทำการตลาดประเภทนี้มักจะต่ำกว่าการตลาดแบบออฟไลน์ทั่วไป โดยที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการทำ Digital Marketing นั้น สามารถที่จะทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนในยุคนี้ คงหนี้ไม่พ้นเรื่องของโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิสเตอร์ หรืออินสตาแกรม ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางการตลาดสำหรับสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หรือแม้แต่กระแสการเติบโตอย่างรวดเร็ว ของสมาร์ทโฟน ก็ได้นำมาสู่เทรนด์การตลาดบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Marketing) ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจึงมีแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค รวมถึงการโฆษณาบนมือถือซึ่งก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย เป็นต้น

อย่างไรก็ดี การทำ Digital Marketing นั้น เรียกได้ว่าไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว นักการตลาดหรือผู้ประกอบการสามารถนำรูปแบบต่างๆ มาผสมผสานหรือประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักอย่างมากคือ Digital Marketing เปรียบเหมือนดาบสองคม เมื่อด้านหนึ่งสร้างโอกาสให้อย่างมหาศาล อีกด้านอาจเป็นภัยที่สามารถบั่นทอนธุรกิจของคุณได้ทุกเมื่อ เพราะอย่างที่ทราบกันดี โลกของออนไลน์นั้นสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ดังนั้นไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้าย ย่อมมีโอกาสที่จะถูกส่งต่อหรือแชร์ถึงกันในวงกว้างได้เพียงแค่คลิกเดียวเท่านั้น

Digital Marketing โอกาสที่เปิดกว้างสำหรับ SME

เมื่อ Digital Marketing คือเทรนด์ของการทำการตลาดยุคใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องไม่มองข้าม โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะด้วยข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้โอกาสในการลงทุนที่จะใช้สื่อเพื่อทำการตลาดอาจมีไม่เท่ากับองค์กรขนาดใหญ่ที่สายป่านยาวกว่า ดังนั้นช่องทางออนไลน์จึงกลายเป็นโอกาสทองให้กับบรรดา SME รายเล็กรายน้อย หรือแม้แต่มือใหม่ มือสมัครเล่นทั้งหลาย สามารถสร้างสรรค์พื้นที่และฐานลูกค้าของตนเองขึ้นมาได้ รวมถึงยังเป็นช่องทางที่จะเปิดกว้างออกไปสู่ตลาดใหม่ๆ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในประเทศเท่านั้นอีกด้วย

ดร.ประวิทย์ เขมะสุนันท์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า ปัจจุบัน Digital Marketing มีความจำเป็นอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการ SME เนื่องจากในอดีตนั้น วิธีการทำการตลาดโดยทั่วไป โดยเฉพาะในยุคอุตสาหกรรม (Industrialization) มักจะพูดถึงเรื่องของ Economies of Scale หรือ การผลิตจำนวนมากเพื่อให้ต้นทุนลดลง เมื่อผู้ประกอบการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำนั้น ทำให้ผู้ประกอบการ ต้องมีการวางแผนเรื่องของการกระจายสินค้า ต้องมีร้านค้าหรือสาขาเป็นจำนวนมาก หรือส่งสินค้าเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมถึงต้องมีระบบโลจิสติกส์ที่ดีรองรับอีกด้วย ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ถือว่าเป็นวิธีการในการขับเคลื่อนสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคก็จริง แต่บางครั้งการที่จะให้ผู้ประกอบการ SME เอาสินค้าเข้าไปตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาจำนวนมาก ผู้ประกอบการอาจจะยังไม่พร้อมที่จะขยายตัวเพื่อผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากๆ ในระยะเวลาอันสั้น เพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ย่อมมาพร้อมกับการลงทุนที่สูง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงว่าสินค้านั้นๆ จะเป็นที่นิยมของลูกค้าในขณะนั้นหรือไหม

แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของผู้คน สามารถที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือสื่อสารถึงกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้วิธีการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการรายเล็กๆ หรือ SME มีโอกาสที่จะสร้างตลาดเป็นของตัวเอง โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเวทีในการโชว์ตัวให้ลูกค้าได้เห็น และมีแนวโน้มอย่างชัดเจนว่า ช่องทางออนไลน์จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นเรื่องปกติของคนยุคใหม่ไปแล้ว เมื่อเทียบกับอดีตที่อาจจะเคยมีความกังวลอยู่บ้างในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยบนโลกดิจิตอล

“สำหรับผมนั้นมองว่า Digital Marketing กับ SME คือ Perfect Match ดังนั้นสิ่งที่ SME ควรที่ต้องคำนึงเป็นอย่างยิ่ง คือ การเข้ามาสู่ Digital Marketing เพราะหนึ่งต้นทุนต่ำ สองธุรกิจไม่จำเป็นต้องขยายตัวหรือผลิตครั้งละมากๆ เพื่อที่จะไปเข้าห้างสรรพสินค้าทุกสาขา ผมว่าเป็นช่องทางสำคัญที่ SME ต้องทำ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่ายและสะดวก เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคบ้านเราเวลานี้แตกต่างไปจากเมื่อก่อน เช่น อยากที่จะซื้อรองเท้าสักคู่ ก็ไปที่ห้างสรรพสินค้า ก็จะเจอร้านรองเท้าแบรนด์เดิมๆ คนก็รู้สึกว่าไม่ได้แตกต่าง เพราะว่าไม่มีตัวเลือกอื่นมากนัก มีแต่แบรนด์นี้ ก็ต้องซื้อ เพราะเมื่อก่อนความหลากหลายของสินค้ามีน้อย เหมือนถูกบังคับซื้อ เพราะไม่มีอะไรให้ซื้อ แต่ปัจจุบันบนโลกออนไลน์ ความหลากหลายของสินค้ามีอย่างมหาศาล ผู้บริโภคสามารถที่จะเลือกได้ และเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกๆ แบรนด์สามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีบนโลกออนไลน์”

อย่างไรก็ดี แม้ Digital Marketing จะเป็นช่องทางสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ แต่ก็เหมือนหลักการทำการตลาดโดยทั่วไป ไม่ใช่ว่าทุกคนที่กระโดดลงไปจะสามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งหมด เพราะการทำ Digital Marketing ต้องอาศัยองค์ประกอบการหลายด้านด้วยกัน นอกจากสินค้าจะต้องมีคุณภาพแล้ว การถ่ายภาพสินค้าให้ออกมาดูดีก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะอย่าลืมว่า การทำตลาดออนไลน์ลูกค้าจะไม่ได้เห็นหรือสัมผัสสินค้าจริงๆ ดังนั้นภาพที่จะนำเสนอให้กับลูกค้าจึงต้องน่าสนใจและดึงดูดมากพอ รวมถึงต้องมีบุคลากรที่พร้อมพอสมควร เพราะในการทำ Digital Marketing การสื่อสารกับลูกค้าที่รวดเร็วและฉับไว จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า กล่าวคือ เวลาที่มีลูกค้าโพสต์ข้อความสอบถาม นั่นหมายถึงเขากำลังสนใจสินค้านั้นๆ อยู่ หากเขาได้รับคำตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว โอกาสที่จะตัดสินใจซื้อทันทีก็มีสูง แต่ในทางกลับกันหากลูกค้าได้รับคำตอบที่ช้า บางครั้งลูกค้าอาจจะลืมไปแล้วว่าเคยสนใจสินค้านั้นอยู่ ดังนั้นเรื่องของบุคคลกรที่จะดูแลในส่วนนี้จึงต้องมีความพร้อมด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี Digital Marketing ไม่ได้ช่วยขยายตลาดแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูเปิดสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 นี้ ซึ่งดร.ประวิทย์ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาการค้าขายในกลุ่มอาเซียนนั้น การค้าชายแดนค่อนข้างมีบทบาทสำคัญในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดดังกล่าว แต่ด้วยการขยายตัวของโลกดิจิตอลจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SME สามารถนำพาสินค้าไทยเข้าไปเจาะในตลาดอาเซียนได้อีกทางหนึ่ง

“ปัจจุบันประเทศไทยยังถือว่ามีศักยภาพด้านการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากกกว่าหลายๆ ประเทศในอาเซียน ดังนั้นนับเป็นโอกาสของสินค้าไทย ยกตัวอย่าง เราจะทำเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าในลาว ภาษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก หากลูกค้าลาวเห็นเว็บไซต์ของเราที่เป็นภาษาลาว หรืออาจจะชำระเงินเป็นเงินลาวได้เลย แน่นอนว่าโอกาสที่เขาจะสนใจซื้อสินค้าของเราก็มีสูง หรือถ้าเราไปเวียดนาม ไปกัมพูชาก็ต้องเป็นภาษาเขา อย่าไปคิดว่าจะให้เขาอ่านแต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจด้วยเพื่อช่วยให้การทำตลาดนั้นง่ายขึ้น หรืออย่างเรื่องของวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้เช่นกัน อย่างบรูไน ถ้าคิดจะเอาเสื้อสีเหลืองไปขาย บอกเลยว่าที่นั้นไม่มีใครเขาซื้อ เพราะว่าสีเหลืองเป็นสีของราชา เป็นสีของสุลต่าน คนทั่วไปจึงไม่มีใครใส่สีเหลืองกัน หรืออย่างแม่บ้านชาวพม่าที่มาทำงานในไทย เคยเจอว่าเขารีดกางเกงไม่เป็น นั่นก็เป็นเพราะว่าที่พม่าคนนิยมนุ่งโสร่งมากกว่ากางเกงนั่นเอง ถามว่าถ้าจะเอากางเกงไปขายในพม่ามันจะเป็นโอกาสหรือเปล่า ตรงนี้เราต้องศึกษาดูว่าในแต่ละประเทศที่จะไปเปิดตลาดใหม่เขามีวัฒนธรรมหรือขนบทำเนียมประเพณีอย่างไร แล้วสินค้าคุณจะไปได้ไหม ธรรมชาติของผู้ประกอบการ คือต้องแสวงหาโอกาสให้เจอ และต้องกล้าเสี่ยง สำหรับผมการทำ Digital Marketing ความเสี่ยงมันน้อยมากเลย”

นอกจากนี้ ภาครัฐก็มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างความเข้มแข็งทั้งระบบได้ โดยการสนับสนุนในเรื่องของระบบไอซีที การเปิดอบรมให้ความรู้ เพื่อรองรับการเติบโตของ Digital Marketing รวมทั้งควรมีการสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี เพราะการแข่งขันที่สมบูรณ์ ย่อมทำให้ประสิทธิภาพทางการตลาดดีขึ้น เพราะผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้น

“ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่ภาคธุรกิจเป็นคนทำกันเอง ทำเป็นสื่อกลางในการที่จะเอาสินค้ามาขายออนไลน์ ซึ่งจริงๆแล้วภาครัฐก็ควรจะสนับสนุนให้เกิดการแข่งขัน ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการผูกขาด เหมือนกับมีห้างอยู่หนึ่งห้าง หรือสองห้างเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วตัวสินค้าที่ได้มาจากช่องทางออนไลน์มีเยอะมาก ซึ่งมันจะทำให้ผู้คนมีทางเลือกเยอะขึ้น เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าภาครัฐควรที่จะเข้าไปสร้างสภาพการแข่งขันให้เกิดขึ้น และอีกเรื่องที่ควรทำด้วยคือ เรื่องของความปลอดภัย เรื่องของเงิน เรื่องของนโยบายบางอย่างที่เข้าไปกำกับดูแล อย่างในเมืองนอก เวลาเราซื้อสินค้าอะไรมาสักอย่าง ด้วยความที่การซื้อสินค้าบนออนไลน์ เราดูจากภาพเท่านั้น พอซื้อมาแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เราสามารถแพ็คสินค้าลงกล่องคืนกลับไปได้ รวมถึงเรื่องของการคืนเงินด้วย เหล่านี้เป็นเรื่องที่ภาครัฐควรเข้ามาดำเนินการ เพื่อสนับสนุนให้การทำการตลาดออนไลน์นั้นเติบโตและเข้มแข็งยิ่งขึ้น”

#ลงทุนธุรกิจ #สินเชื่อธุรกิจ #ธุรกิจส่วนตัว #เปิดธุรกิจ #สัมมนาธุรกิจ #เอสเอ็มอี