Soft Loan เสริมสภาพคล่องธุรกิจ พันธมิตรช่วงดึงมือให้ฝ่าวิกฤตไปได้

26 พฤษภาคม 2563

Soft Loan เสริมสภาพคล่องธุรกิจ พันธมิตรช่วงดึงมือให้ฝ่าวิกฤตไปได้
น้ำช่วยหล่อเลี้ยงต้นไม้ฉันใด สภาพคล่องทางการเงินก็เหมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงธุรกิจ SME ฉันนั้น วิกฤตเป็นมากกว่าโอกาส แต่วิกฤตยังทำให้เห็นหัวใจว่าใครคือมิตรแท้ เพื่อนที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยแม้ไม่ได้ร้องขอ เพื่อนที่พร้อมจะดึงมือเราให้พ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก “ในยามที่เราทุกข์เราจะเห็นคนรัก ยามที่เราลำบากเราจะเห็นเพื่อนซึ่งจะอยู่กับเราซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ตอนที่เราสุขสบายคนที่เข้ามาเราก็เห็นแต่ไม่เห็นว่าข้างในเป็นอย่างไร วันนี้วันที่เราลำบากเราเห็นคนจากข้างใน คิดว่ามันคุ้มค่าเวลาเราเจอความลำบากและเราได้เพื่อนแท้เป็นสิ่งที่ดี” คุณตี๋พัฒนพงศ์ รานุรักษ์และคุณตง ธเนศ จิระเสวกดิลก สองหนุ่มหัวใจบวกผู้ก่อตั้ง divana spa ร่วมแชร์ความประทับใจที่มีต่อเพื่อนแท้ที่เป็นทั้งพันธมิตรทางธุรกิจและเป็นโค้ชที่ดี ที่ทำให้ทั้งสองสามารถเสริมสภาพคล่องทางการเงินและนำพาธุรกิจและทุกชีวิตในครอบครัว divana ฝ่ามหาวิกฤตโควิดครั้งนี้มาได้
 
แกร่งแค่ไหนก็ยังเจ็บ เมื่อเจอวิกฤตเหนือวิกฤต
แม้แต่ธุรกิจที่เติบโตมากว่า 20 ปี และขยายไลน์ธุรกิจอย่างหลากหลาย ทั้งสปาระดับหรู ผลิตภัณฑ์สปาประเภทต่างๆ คลินิกความงาม สกินแคร์ คาเฟ่ รวมทั้งโรงเรียนสอนด้านสปา แบรนด์ดังอย่าง divana ที่เน้นความยั่งยืนของการทำธุรกิจ โดยการสร้างฐานลูกค้าที่หลากหลายทั้งคนไทยและจากต่างประเทศทั่วโลก รวมทั้งลูกค้าในระดับองค์กร duty free สายการบิน และโรงแรมต่างๆ เรียกว่าวางระบบมาดีหลากหลายทั้งตัวสินค้า บริการและฐานลูกค้า แต่ divana ยังแทบยืนไม่อยู่เพราะพิษโควิด 19 ถึงแม้จะคิดว่าเตรียมตัวมาตลอดแต่วิกฤตครั้งนี้หนักหนากว่าทุกวิกฤตที่เคยผ่านมา จะเรียกว่าวิกฤตปราบเซียน วิกฤตวัดใจก็ว่าได้ “เราเริ่มรู้ว่าเมืองจีนมีผลกระทบ ยังคิดว่าคงควบคุมได้อยู่ในเมืองจีน เพราะฐานลูกค้าคนจีนอยู่ประมาณ 10% เท่านั้น ก็คิดว่าก็เตรียมตัวไว้เพราะไม่รู้ว่าโรคจะแพร่กระจายขนาดไหน ลูกค้าเริ่มน้อยลง ฮ่องกงติด ไต้หวันเริ่มติด ญี่ปุ่นติด เกาหลีติด คนก็น้อยลง แต่ก็ยังอยู่ได้ เพราะเราขยายฐานลูกค้ามาคนไทยมากขึ้น สักพักนึงเริ่มสั่งปิด ปิดตั้งแต่ร้านอาหารก่อน เราก็เปลี่ยนร้านอาหารมาเป็น delivery ต่อมาปิดคลินิกหมด 4 ที่ ก็ดีว่าเราทำเรื่องอาหารเสริม วิตามิน ก็เริ่มเอาวิตามินมาขาย ต่อมาปิดสปา ที่นี้ปิดหมดเลย แม้คนไทยยังออกมาใช้บริการไม่ได้ ก็ตกใจแปลว่าเรื่องมันใหญ่แล้ว” คุณตี๋ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของวิกฤตใหญ่ครั้งใหม่ที่กำลังเผชิญ ถึงแม้ divana เองก็เริ่มต้นจากวิกฤตที่ทั้งสองคนถูกเลย์ออฟจากสายการบิน และในตลอดระยะเวลายี่สิบปีในการทำธุรกิจก็ผ่านวิกฤตมามากมายทั้งโรคซาร์  ไข้หวัดนก น้ำท่วมใหญ่หรือเรื่องการเมือง แต่ทั้งสองก็ยังสามารถพาครอบครัว divana ฝ่าคลื่นลมแรงมาได้ทุกครั้ง แต่พิษโควิดครั้งนี้พิเศษเพราะมันลากยาวและมีผลกระทบในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน


ยิ่งยาก ยิ่งได้มาก วิกฤติคือบทเรียนที่ต้องผ่าน
“เราเตือนตัวเองว่าทุกครั้งที่เป็นวิกฤตว่าแน่นอนมันเกิดความยากลำบาก สิ่งที่สำคัญคือใจหรือทัศนคติของเรา เราก็เชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะเป็นบทเรียนอะไรบางอย่างที่เราจะต้องผ่าน ผมมีคำคำหนึ่งเป็นกำลังใจคือ” ยิ่งยาก ยิ่งได้มาก” คำสอนของสมเด็จพระวันรัต ซึ่งทำให้ทั้งสองมองในมุมบวกเสมอว่าท้ายที่สุดเมื่อกัดฟันผ่านความยากลำบากไปได้ จะได้รับสิ่งดีๆ เป็นรางวัลของความอดทน จากเมื่อก่อนเตรียมการอะไรเคยใช้เวลา 3 เดือน 6 เดือน แต่ตอนนี้สถานการ์นั้นคาดเดาไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าวันนี้จะดีหรือไม่ดี จึงต้องปรับตัวทุกวัน ทุกเวลาตามนโยบายของรัฐ ทำให้เหมือนถูกฝึกฝนหนักขึ้นมาอีก สิ่งที่ท้าทายเป็นสิ่งที่ยากแต่ลึกๆ ก็ยังมีความสนุกกับเรื่องการบริหารงาน ซึ่งเราก็คิดว่าเราก็โชคดีที่เราจะได้มาบริหารงานในช่วงที่คิดว่ายากที่สุดในชีวิตเราครั้งหนึ่งเลยซึ่งทั้งสองต้องผ่านให้ได้ไม่ใช่แค่กายแต่สำคัญคือหัวใจ และไม่ใช่แค่ผ่านแต่ต้องผ่านให้ดีด้วย “สำคัญคือเราพยายามเก็บคนให้ได้ยาวที่สุดทำยังให้ดูแลเขาให้ดีที่สุด มากที่สุดเท่าที่กำลังกาย กำลังใจเราจะมี เราก็เชื่อว่าถ้าเอาหลักคิดคำสอน ยิ่งยาก ยิ่งได้มาก สงสัยเราจะได้มากๆ แน่คราวนี้” คุณตี๋กล่าวอย่างติดตลกแต่ทำให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานซึ่งถือเป็นครอบครัวของ divana อย่างเต็มกำลัง

จะอยู่ให้รอดต้องปรับกลยุทธ์
คุณตงเล่าถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดว่า สิ่งแรกคือการลดต้นทุน ต้องไปคุยกับเจ้าของพื้นที่เพื่อขอลดค่าเช่า เมื่อรายได้ไม่เข้าทำยังไงก็ได้ให้ต้นทุนต่ำที่สุด และเรื่องเงินเดือนพนักงาน เพราะทั้งสองส่วนเป็น fix cost และวางระบบเรื่องพนักงานทำอย่างไรให้ดูแลพวกเขาให้ได้นานที่สุด แล้วอยู่ด้วยกันอย่างรอดปลอดภัยจนจบวิกฤต ส่วนที่สอง คือการหารายได้ซึ่งเหลือช่องทางหลักช่องทางเดียวคือออนไลน์  ซึ่งก็ต้องปรับโมเดลที่มีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคาเฟ่ เรื่องอาหาร การขายสินค้า ซึ่งสามารถทำออนไลน์ได้หรือแม้กระทั่งตัวคลินิก “ทำยังให้เรานำออฟไลน์เข้าไปสู่ออนไลน์ ซึ่งต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและการปรับตัว ไม่ใช่แค่ช่องทางหรือวิธีการที่เราจะไป มันเริ่มตั้งแต่ mindset ของพนักงานทุกคน” เพราะเดิมพนักงาน divana จะถนัดในงานบริการเป็นหลัก พอต้องเปลี่ยนมาโลกออนไลน์จึงต้องปรับ mindset กันใหม่ เพราะเป็นช่องทางเดียวที่เรือลำนี้จะรอดจากคลื่นยักษ์อย่างโควิดไปได้ ต้องศึกษาว่ามีวิธีการมีช่องทางไหน ที่จะนำตัวตนของ divana เข้าไปสู่โลกออนไลน์ เข้าถึงลูกค้าได้เต็มที่และสมบูรณ์แบบท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงเพราะเป็นช่องทางเดียวในโลกแห่งความเป็นจริง ณ ตอนนี้  “มันเป็นความท้าทายที่สำคัญและรุนแรงมากสำหรับเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดตลอดเวลาคือ ยิ่งยาก ยิ่งได้มาก ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส เรามองว่าถ้าเหตุการณ์โควิดผ่านไปเราจะเก่งในโลกของออนไลน์ขึ้นได้มากและเราจะสามารถเอาออนไลน์และออฟไลน์มาผสานกันจนเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบในด้านของเวลเนสและสุขภาพ” คุณตงเล่าถึงการปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ผ่านมาและเชื่อมั่นว่าการทุ่มเทพลังทุกอย่างที่มีจะทำให้ divana ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้


วิกฤตให้เห็นมิตรแท้
“หนี้เก็บไม่ได้ รายได้ไม่เข้า ทุกอย่างถูกบล็อกหมดแต่เงินยังต้องไหลออก แต่น้ำเข้าไม่มี มันจึงยาก แต่สิ่งที่เราโชคดีคือเรามีเพื่อนที่ดีเป็นธนาคารไทยพาณิชย์” คุณตี๋เล่าต่อถึงความปลื้มใจที่ได้รับจากมิตรแท้  “สิ่งที่เราได้รับมันมากมาย ทางทีม SCB RM เข้ามาดูแลทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้เอ่ยปากเลยว่าเรากำลังประสบปัญหา” โดยทาง RM ของ SCB ได้เสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาให้ โดยบอกคุณตี๋ว่าเอาไปก่อนเผื่อต้องใช้ คุยกันประมาณอาทิตย์หนึ่งก็โอนเงินเข้ามาให้เลย แล้วบอกต่อว่าพยายามทำเงินตัวหนึ่งให้อยู่ซึ่งออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยนาน 6 เดือน ซึ่งทาง SCB มองแล้วว่า divana น่าจะเข้าเกณฑ์ เพราะทำบัญชีได้ถูกต้องตามหลักของกรมสรรพากร ซึ่งก็เกิดจากการให้คำปรึกษาจาก SCB เช่นกัน “เรามีโค้ชที่ดี ตอนเราปรับเปลี่ยนระบบบัญชีเรารู้ว่าต้นทุนมันมาก ค่าจัดการทางบัญชีหรือภาษีก็เยอะ แต่พอมาวันนี้เรารู้แล้วว่าเวลาที่เราทำอะไรถูกต้อง เวลาที่จะมีคนมาช่วยเราก็จะเป็นเรื่องง่าย” คุณตี๋เล่าถึงความโชคดีที่ได้ทำตามคำแนะนำของ SCB ในการปรับระบบบัญชีมาก่อนหน้า “เราดีใจที่ธนาคารสอนให้เราเป็นคนดี พอเราเป็นคนดีเราก็มีคนช่วย มันเป็นความรู้สึกที่ดีเวลาที่เรามีวิกฤตหรือเวลาลำบาก แล้วเราได้กำลังใจ ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว” คุณตี๋เล่าต่อถึงกำลังใจที่ได้จาก SCB ที่เป็นทั้งพันธมิตรและเป็นโค้ชที่ดี  ถึงแม้คุณตี๋และคุณตงจะได้เตรียมเงินสำหรับวิกฤตครั้งนี้ไว้บ้างแล้ว แต่เมื่อสถานการณ์โควิดค่อนข้างยาวและไม่รู้จะจบเมื่อไหร่การที่ได้เงินก้อนนี้มาช่วยทำให้ทั้งสองทำงานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งลดความกังวลใจในเรื่องของการเงินไปได้เยอะมาก คุณตี๋ คุณตงมองว่าทีมงาน SCB เป็นเหมือนพี่ เหมือนน้อง ที่ส่งกำลังใจผ่านทรัพยากรต่างๆ เข้ามามากมายไม่เฉพาะในเรื่องของทรัพยากรด้านการเงิน แต่ยังช่วยโปรโมทสินผ้าผ่านช่องทางต่างๆ ให้อีกด้วย  ซึ่งทำให้มียอดเงินเติมเข้ามา ซึ่งแม้วันนี้จะไม่ได้คิดถึงเรื่องกำไร คิดเพียงว่าทำอย่างไรให้พนักงานที่ทำงานอยู่มีเงินใช้ไปจนถึงวันที่สถานการณ์ดีขึ้นและธุรกิจเริ่มกลับมามีรายได้เหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิมในอนาคต “เราก็จะยึดมั่นเรื่องการทำความดี ความซื่อสัตย์และการกำกับดูแลเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับ SME รุ่นใหม่ๆ ว่าเมื่อคุณทำดีก็จะมีคนเข้ามาช่วยคุณเยอะ” คุณตี๋กล่าวด้วยรอยยิ้มแม้กำลังเผชิญวิกฤตใหญ่อยู่ก็ตาม

Soft Loan ต่อลมหายใจให้ SME
“วิกฤตครั้งนี้ได้รับการช่วยเหลือจาก SCB อย่างรวดเร็วมาก Soft Loan เราได้มาอย่างรวดเร็วและทันเวลากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือเราได้รับการดูแลจาก SCB มาแต่ต้นก่อนเกิดเหตุ โชคดีมากที่เราได้มืออาชีพ เป็นทั้งที่ปรึกษา เข้ามาช่วยดูแลและวางแผนวางระบบหลังบ้านให้กับเราตั้งแต่ต้น ไมว่าจะเป็นเรื่องระบบการเงิน เรื่องของ pay roll และเรื่องอื่นๆ พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาทุกอย่างเหมือนถูกเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว” คุณตงเล่าถึงการได้รับคำแนะนำที่ดีและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จาก SCB ที่ทำให้การขอ Soft Loan เป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็ว  วิกฤตครั้งนี้ทำให้คุณตงมองเห็นชัดเจนขึ้นว่ากระแสเงินสดเป็นลมหายใจของ SME ที่ขาดไม่ได้เลย และถึงแม้ธุรกิจจะดีขนาดไหนแต่ถ้าช่วงหนึ่งที่ขาดในเรื่องของสภาพคล่อง ก็สามารถทำให้ธุรกิจล้มทั้งยืนได้ โชคดีที่ SCB ช่วยเตรียมความพร้อมให้ divana ตั้งแต่ต้น ทั้งในเรื่องของการทำเอกสารเรื่องของการเตรียมความพร้อม เพราะเมื่อมาตรการได้รับการอนุมัติแล้วก็สามารถที่จะได้ soft loan อย่างเร็วที่สุด “จริงๆเอกสารเยอะมาก ทั้งของ SCBและของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจและความเป็นหุ้นส่วนที่ดี RM คอยมาหาตลอด เอาเอกสารทั้งหมดมาให้เซ็นถึงบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นคือพอมาตรการออกมาต้นเดือนภายในเวลาไม่ถึงเดือนทุกอย่างเรียบร้อยมากมาทันเวลาในวันที่เราต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานพอดี” คุณตี๋เล่าถึงความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จาก SCB ในการช่วยให้ได้ Soft Loan จากแบงค์ชาติมาทันท่วงที ซึ่งเป็นเงินกู้ที่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยนาน 6 เดือน โดย 2 ปีต่อมาก็เสียดอกเบี้ยต่ำเพียงแค่ 2% ซึ่งแทบจะเป็นเงินให้เปล่าที่จะช่วยให้ทั้งคู่สามารถนำพาบริษัทให้ผ่านวิกฤตไปได้และยังสามารถดูแลพนักงานให้มีรายได้ต่อไป เราจะพาทุกคนกลับมาทำงาน เราจะยึดมั่นในเรื่องการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยต่อไป เพราะการมีงานคือคุณค่าของคนเราจะยึดมั่นสิ่งนี้ เราจะใช้ทรัพยากรที่เราได้มาอย่างมีประโยชน์ที่สุด สร้างความยั่งยืน พยายามทำให้สิ่งนี้มีประโยชน์และยั่งยืนให้ได้มากที่สุด” คุณตงกล่าวได้อย่างน่าประทับใจ

บทเรียนที่ได้จากโควิดคือการไม่ประมาทกับการใช้ชีวิต มีสติอยู่เสมอ มีทัศนคติที่ดี พร้อมปรับตัวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา และที่สำคัญคือการมีเพื่อนหรือมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะเป็นวันที่รุ่งเรืองหรือในยามที่ยากลำบาก ให้ SCB SME เป็นเพื่อนเดินเคียงข้าง สนับสนุนธุรกิจของคุณให้เติบโตและก้าวผ่านวิกฤตไปได้ เพราะเราเชื่อในศักยภาพของ SME ไทย SME ที่สนใจสมัคร Soft Loan สามารถติดต่อ Relationship Manager ที่ดูแลท่านหรือติดต่อ Call Center ที่หมายเลข 02-7222222