e-Logistics จัดการระบบขนส่งง่าย ๆ ด้วยปลายนิ้ว

8 พฤษภาคม 2561

HIGHLIGHT

- ระบบ Logistics หลัก ๆ เป็นเรื่องของการเช็คราคา การขนส่ง และการชำระเงิน การจัดการแบบเดิมที่มีอยู่จึงค่อนข้างใช้เวลาและมีมากขั้นตอน ดังนั้นการนำระบบดิจิทัลหรือ e-Logistics เข้ามาช่วยจึงเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในเรื่องการลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้แบบ Real Time

- e-Logistics จะช่วยให้จองขนส่งง่ายเหมือนจองโรงแรม นี่คือ "หลักคิด" เพื่อสร้างระบบออกมาให้ลูกค้าได้ทำการเปรียบเทียบราคา ข้อมูลรถ คิวว่าง ความชำนาญ หรือรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อตัดสินใจเลือกใช้บริการกับบริษัทขนส่งนั้น ๆ ตามความพึงพอใจและความคุ้มค่าต่อธุรกิจ

- ระบบ e-Logistics ที่ดีต้องเป็นระบบที่ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาของลูกค้าได้ เป็นระบบที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แม้แต่คนขับรถก็ใช้ได้ ทำให้คนรุ่นเก่าที่ยังใช้การจัดการแบบเดิม ๆ สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ เพื่อทำให้ธุรกิจเดินหน้าแข่งขันในโลกดิจิทัลได้
 
               เป็นอีกหนึ่งการตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐของ Startup หนุ่มวัย 27 ปี กับการสร้าง Platform e-Logistics เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของ Logistics แบบเดิมที่มีหลายขั้นตอนและมีช่องโหว่ที่จะเกิดการผิดพลาดได้ง่าย ให้มาสู่ขั้นตอนของระบบดิจิทัลที่มีความรวดเร็ว ถูกต้อง และตรวจสอบได้แบบ Real Time ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น Thailand 4.0 อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ผ่านการทำงานที่ไม่ซับซ้อนและใช้งานได้ในคนทุกกลุ่ม
 
               สิทธิศักดิ์ วงศ์สมนึก CEO และผู้ก่อตั้ง Giztix กล่าวว่า ปัญหาของวงการ Logistics ที่ทำให้เรายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ มาจากกระบวนการทำงานแบบเดิม ๆ ของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ยังคงเขียนโน๊ตรับออเดอร์ทางโทรศัพท์ เขียนบิล จ่ายเช็คผ่านแมสเซ็นเจอร์ และยังใช้กระดาษกันอยู่ ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือธุรกิจขนส่งของครอบครัวตนเองที่มองเห็นแล้วว่า ถ้าไม่พัฒนามาเป็นระบบดิจิทัล ความสามารถในการแข่งขันย่อมน้อยลงแน่นอน
 
               “e-Logistics ก็คือการเปลี่ยนแปลงการทำธุรกรรมการจอง การเช็คราคา การติดตามสถานะขนส่ง การชำระเงิน หรือบริการอื่น ๆ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้นเอง สำหรับ GIZTIX นั้น หน้าบ้านจะดูเป็นตลาดขนส่งออนไลน์ ซึ่งโมเดลธุรกิจของ Startup มี 2 อย่าง คือ Marketplace กับ Uber ส่วนใหญ่จะได้ยินคำว่า Uber เช่น จองรถแท็กซี่ คนขับเป็นใครก็ได้ จองขนส่ง คนขับเป็นใครก็ได้ แต่ถ้า Marketplace จะเป็นอีกโมเดลหนึ่งคือจะมี Uber หลายๆ เจ้าอยู่บนแพลตฟอร์มให้ลูกค้าได้เปรียบเทียบราคาขนส่งหรือราคาค่าบริการต่าง ๆ GIZTIX จะออกแนวคล้ายๆ Booking Agoda ไม่เหมือน Grab
 
                แต่หลังบ้านเราจะเป็นขนส่งที่มาซัพพอร์ตให้กับเรา มาลงราคาไว้เอง มาเอาซอฟต์แวร์ระบบจัดการขนส่งที่เราเคยทำให้ใช้ฟรี ฉะนั้นในส่วนของ GIZTIX เราจึงเริ่มจากการแก้ปัญหาให้ลูกค้า แก้คำเดียวเลยคือ ตัว Shipping มันยาก แต่คำว่ายากพอไหมกับการกำหนดทิศทางของธุรกิจเรา ผมก็เลยไปทำรีเสิร์ซมาจึงโฟกัสมาที่การเช็คราคาค่าขนส่งแล้วกัน เพราะปัจจัยที่แท้จริงคือเรื่องราคา”

                การกำหนดทิศทางธุรกิจของ GIZTIX จนมาโฟกัสที่ “การเช็คราคาค่าขนส่ง” ผ่านบทพิสูจน์มากว่า 2 ปี ทำให้รู้ว่า ถ้าการจองขนส่งง่ายเหมือนการจองโรงแรม การเติบโตของธุรกิจจึงแซงหน้าทิ้งโค้งการทำธุรกิจ Logistics แบบเดิมอยู่มากโข จนทำให้ GIZTIX มีนักลงทุนสนใจร่วมทุนมาอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่าเกือบแตะร้อยล้านแล้ว นั่นหมายความว่า การนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม

                หากดูกันแล้ว ประโยชน์ของการนำ e-Logistics เข้ามาใช้ เปรียบเทียบจาก GIZTIX นั้น ล้วนเกิดประโยชน์กับทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งขนส่งหรือ Transporter ที่สามารถเข้ามาฝากประวัติคนขับ ลักษณะรถขนส่ง คิวว่าง ความชำนาญเส้นทาง ราคา เพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าที่เป็นเจ้าของสินค้าหรือ Shipper ที่อยู่ฝั่งหาข้อมูลการขนส่งเพื่อเปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่าในการส่งสินค้าแต่ละครั้ง พร้อมยังสบายใจไปกับข้อกังวลที่ว่าเมื่อไหร่สินค้าจะถึงมือผู้รับ โดยสามารถตรวจสอบสถานะขนส่งได้ตลอดเวลา เพราะนี่คือสิ่งที่ระบบดิจิทัลคิดมาให้แล้วว่า “ลูกค้าแคร์อะไร” มากกว่า “ต้องการอะไร”

                “เราไม่ได้แก้ปัญหาของลูกค้าตั้งแต่ 1 – 10 แต่เราแก้แค่คำเดียว คือคำว่ามันยาก และสโคปที่การแก้ปัญหาเรื่องการเช็คราคาค่าขนส่ง เพราะในหลักของ Logistics นั้น cost ต้องลดลงเรื่อย ๆ ลูกค้าอาจเช็คราคาจาก google ได้ แต่ก็ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบ เพราะเป็นไปไม่ได้ว่าจะเช็คราคาเจ้าเดียวแล้วจองเลย ฉะนั้น mission ของเราคือเข้ามาแก้ปัญหาในจุดที่ลูกค้ากังวลว่า แพงไหม เขาจะฟันเราหรือเปล่า แล้วเมื่อไหร่จะได้ของ”
 
                ทั้งนี้ความรวดเร็วของระบบ e-Logistics ที่ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายจบงานได้เร็วขึ้น เนื่องจากระบบทำการประมวลผลได้ทันที ยกตัวอย่างฝั่ง Shipper ในกรณีที่ต้องส่งสินค้าจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ ก็สามารถตรวจสอบได้ทันทีจากการเปรียบเทียบราคาบนหน้าเว็บไซต์ของ GIZTIX ที่ลงข้อมูลที่จำเป็นให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือก อันดับแรกคือเรื่องราคา ลูกค้าอาจพอใจราคาค่าขนส่งจากบริการขนส่งหนึ่ง แต่ขนาดของรถอาจไม่ได้ เส้นทางไม่ได้ ลูกค้าก็สามารถดูโปรไฟล์จากบริการขนส่งเจ้าอื่นได้ทันทีจนตรงกับความต้องการที่สุด นี่คือกระบวนการที่ช่วยย่นระยะเวลาได้มากถ้าเทียบกับการทำ Logistics แบบเดิม ที่ต้องใช้เวลารอใบเสนอราคาเร็วหน่อยก็เป็นชั่วโมง ช้าหน่อยก็ต้องรอกันเป็นวัน ๆ
 
                “ปัจจุบันลูกค้าของ GIZTIX เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราเริ่มจากตลาดขนส่งออนไลน์ก่อน ส่วนนี้เราไปช่วยลูกค้าฝั่งจัดจ้างรถออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าได้นอกจากความสะดวกในการจองขนส่งออนไลน์ เขาได้ติดตามสถานะขนส่งได้ตลอด เราทำตรงนี้มา 2 ปี ผลตอบรับดีมาก เพราะการที่เขาติดตามสถานะขนส่งได้ก็เหมือนเขาสัมผัสได้ สะท้อนให้เห็นว่าระบบภายในเป็นดิจิทัลหมดแล้ว ไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะติดตามได้ แต่เป็นเพราะพนักงานก็ต้องใช้ระบบ คนขับรถก็ต้องใช้แอปพลิเคชั่นลูกค้าก็ต้องให้ความร่วมมือ มันถึงจะออกมาเป็นรูปแบบนี้ เราก็เลยไปที่สเต็ป 2 คือ เราไม่ได้มองลูกค้ามาจองขนส่งเราเป็นครั้ง ๆ เรามองไปถึงระบบการจัดการขนส่งทั้งระบบของธุรกิจลูกค้า ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ที่เราจะเอาไปเติมให้ลูกค้าจะได้เป็น 4.0 เต็มรูปแบบจริง ๆ ไม่ใช่ใช้เป็นครั้งคราว”
 
                ส่วนลูกค้าเราที่บอกว่าเป็น B2B ก็คือเป็นทั้ง wholesale และ retail หรือเป็นโรงงานเลยก็ได้ ซึ่งเขาจะมีปัญหาหนึ่งอย่างก็คือเรื่องการจัดการขนส่ง คือมีรถของตัวเองด้วย แล้วก็มีจ้างรถจากที่อื่น จะทำอย่างไรให้จัดการบนดิจิทัลแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องลงทุนเยอะอันนี้คือลักษณะลูกค้าของเรา หรือถ้าเป็นลูกค้า e-Commerce ก็คือลูกค้าที่ค้าขายออนไลน์แล้วมองหาระบบ e-Logistics มาเชื่อม เพื่อที่เขาขายของได้แล้วสามารถส่งของได้เลย”
 
                จากประโยชน์ที่กล่าวมานั้น นับว่าเป็นตัวช่วยสำหรับ SME ในการเข้ามาเพิ่มความสะดวกให้ธุรกิจค่อนข้างมาก นอกจากจะทำการคำนวณต้นทุนได้เร็วแล้ว ยังสามารถลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน เช่น การเช็คอีเมล์ เช็คไลน์ เช็คเฟซบุ๊กที่ต้องทำอยู่เป็นประจำ ให้เรื่องเหล่านี้ลดลงหรือไม่มีเลย เท่ากับ SME จะมีเวลาเพิ่มเพื่อไปพัฒนาการเติบโตของธุรกิจหรือลดต้นทุนค่าจ้างพนักงานส่วนที่ e-Logistics สามารถทำแทนได้
 
                และถ้ามองจากการวิเคราะห์กรณีของ GIZTIX แล้ว e-Logistics ถือว่าเป็นองค์ประกอบปลายน้ำในส่วนของการทำธุรกิจออนไลน์นอกเหนือจาก e-Commerce และ e-Payment ซึ่งเป็นองค์ประกอบต้นน้ำและกลางน้ำ ดังนั้น e-Logistics ที่ดี จะต้องตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของธุรกิจได้โดยไร้ช่องโหว่ และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้ ท้ายสุดก็ขึ้นอยู่กับ SME หรือคนทำธุรกิจด้านขนส่งจะมองให้ขาดว่าควรจะปรับเปลี่ยนมาใช้ e-Logistics หรือ Logistics แบบเดิม ๆ ที่คุ้นชินแต่ไม่สามารถเพิ่มผลประกอบการได้
 
                ในอนาคตสิทธิศักดิ์บอกว่า GIZTIX จะมีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วยการเข้าไปเติมเต็มสิ่งที่ยังสามารถมีช่องทางได้อีก อาทิ จะทำอย่างไรให้รถเปล่าที่วิ่งขากลับได้ลูกค้าเพิ่มเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว หรือทำอย่างไรให้ต้นทุนการจัดส่งต่ำที่สุด พร้อมกับมองตลาดส่งออกนำเข้าที่ต้องเอาโมเดลนี้ไปใช้ได้ด้วยซึ่งตอนนี้ก็เริ่มต้นไปบ้างแล้ว