ขนส่งไทย ในยุคอีคอมเมิร์ซ

15 พฤษภาคม 2561

       ในยุค 4.0 ที่อีคอมเมิร์ซไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยเฉพาะช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจนี้รุนแรงมากขึ้น การเจริญเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซจึงทำให้ความต้องการในด้านบริการจัดส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น เพราะระบบขนส่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในกระบวนการซื้อขายผ่าน e-Commerce เนื่องจากขั้นตอนการซื้อขายทั้งหมดผู้บริโภคสามารถดำเนินการได้ผ่านระบบออนไลน์ SCB SME ได้เชิญคุณชานนท์ กล้าหาญ กรรมการผู้จัดการลาล่ามูฟ ประเทศไทย มาร่วมแชร์ 5 ข้อแนะนำในการเลือกผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ในยุคอีคอมเมิร์ซ
 
  1. เลือกบริษัทที่มีมาตรฐาน เป็นมืออาชีพและมีความน่าเชื่อถือ

      ผู้ประกอบการบางรายที่เพิ่งเริ่มใช้บริการด้านโลจิสติกส์อาจยังไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน การเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจะช่วยสร้างความมั่นใจในการจัดส่งสินค้าด้วยระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เช่น แอปพลิเคชันที่สามารถติดตามสถานะการขนส่งได้แบบ Real time ว่าตอนนี้รถส่งสินค้าได้เดินทางอยู่บนถนนเส้นใด และจะถึงปลายทางเมื่อใด เป็นต้น
 
  1. จัดส่งรวดเร็วตรงต่อเวลา และสินค้าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

      การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและตรงต่อเวลาเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่ดีควรมีอยู่แล้ว อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรมองหาคือ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีความใส่ใจและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการการรับสินค้า การขนถ่ายสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าที่ถูกต้องให้ถึงมือลูกค้าในสภาพที่ “สมบูรณ์” ไม่ชำรุด ฉีกขาดหรือเสียหาย
 
  1. มีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลาย

      ผู้ประกอบการควรเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่หลากหลาย เช่น บริการรับสินค้าจากสถานประกอบการ จะทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลาไปกับการขนย้ายพัสดุและเข้าคิวเพื่อรอเช็คอินพัสดุ หรือมีรถให้เลือกใช้มากกว่า 2 แบบขึ้นไปเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมแก่การจัดส่ง
 
  1. มีระบบการติดตามและตรวจสอบสถานะการจัดส่งที่แม่นยำและทันสมัย

      การที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์มีระบบการติดตาม และตรวจสอบสถานะการจัดส่งที่ถูกต้องแม่นยำและทันสมัยจะทำให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะพัสดุของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันบนมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องรบกวนเวลาในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ แต่สิ่งสำคัญคือรูปแบบการใช้งานต้อง User Friendly
 
  1. มีฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Service) ที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว

      ผู้ประกอบการควรเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีฝ่ายบริการลูกค้าที่มีคุณภาพซึ่งสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำให้กับลูกค้า รวมถึงมีระบบการติดต่อสื่อสารที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในกรณีที่ลูกค้าประสบปัญหาระหว่างขั้นตอนการจัดส่งสินค้า พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ที่พร้อมตอบคำถามและให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
 
      คุณชานนท์ได้ทิ้งท้ายให้ฟังว่า การขนส่งไม่ว่าเจ้าไหน ๆ ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาได้ แต่ปัญหาที่มีควรได้รับการจัดการที่ดี และควรมีวิธีทำให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด นั่นแหละคือเจ้าที่ดีที่สุด ไม่มีเจ้าไหนที่ไม่มีปัญหาเลย เป็นเรื่องปกติของธุรกิจโลจิสติกส์