อยากนำเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องรู้ทันนิสัยชาวโซเชี่ยล

19 กันยายน 2560

Hightlight :
  • ความสนใจของคนหลากหลายขึ้น เมื่อคนปัจจุบันมีสื่อโซเชี่ยลในมือ ความสนใจของเขาจึงมีหลายด้าน สามารถหาข้อมูลตามความชอบตัวเองได้ เราเองในฐานะเจ้าของแบรนด์ เจ้าของสินค้า เราต้องปรับตัวตามและรู้จักลูกค้าให้ลึกขึ้น เพื่อจะพูดกับเขาได้ตรงใจ ทำให้เราโดดเด่นและแตกต่างในใจเขามากขึ้น
  • Baby Boomer / Generation X คนยุค Baby Boomer (ช่วงอายุ 50-68 ปี) ไม่ได้เก็บตัวอยู่บ้าน หรือใช้ชีวิตแบบคนแก่อีกต่อไป พวกเขาออกมาใช้ชีวิต Ageless Society ออกมารวมตัวทำในสิ่งที่อยากทำสมัยวัยรุ่น คนยุค Generation X (ช่วงอายุ 35-49 ปี) คนกลุ่มนี้จะเน้นการท่องเที่ยวธรรมชาติผสมงานศิลปะ มีการดูแลตัวเองจากภายใน ทั้งสุขภาพกายและใจ โดยนำไปโยงกับโลกโซเชี่ยล เพื่อแชร์กิจกรรมที่ทำให้คนภายนอกได้รับรู้
  • Generation Y / Generation Z คนยุค Generation Y (ช่วงอายุ 25-34 ปี) คนกลุ่มนี้ออกมาหาเส้นทางของตัวเอง กลับคืนสู่ถิ่นฐานและความเป็นธรรมชาติ จากนั้นสร้างธุรกิจและต่อยอดด้วยโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ คนยุค Generation Z (ช่วงอายุ 19-24 ปี) คนเจนนี้ใช้ชีวิตส่วนมากและทำการตลาดผ่าน Gamming และ VR เป็นโลกไร้เพศ ไม่นิยามความงามแบบเดิมอีกต่อไป เป็นเจนที่เปิดกว้างในการรับสิ่งต่างๆ อย่างไม่มีกรอบตายตัว
  • จับ Generation C ให้อยู่หมัด ถ้าอยากจับ Generation C มีอยู่ 5 Tips ง่ายๆ 1. ความสนใจเขาอยู่ที่ไหน เอาตัวเราไปอยู่ตรงนั้น 2. สร้างประสบการณ์ไปตามช่องทางต่างๆ ให้เหมาะ เพื่อจะได้สื่อสารได้ตรงใจ 3. เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้แชร์ ได้แสดงความเห็น 4. ร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจของเรา 5. มีความคิดสร้างสรรค์ให้มากกว่าเดิม ต้องคิดใหม่ทำใหม่ตลอดเวลา
  • เปิดใจให้กว้าง ลูกค้ามีหลายกลุ่ม ยุคนี้ลูกค้าไม่ได้มีแค่แบบเดียว อย่ามองแค่อายุ อย่ามองว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แผนการตลาดสมัยนี้จะทำแบบเดียวก็ไม่ได้ เพราะถ้าใช้ความสนใจจับกลุ่มลูกค้าจะแตกไปได้หลายแบบทันที ลืมรูปแบบเก่าๆ ในการสื่อสารและการตลาดไปได้แล้ว ยุคนี้ต้องเข้าใจผู้บริโภคให้ถึงแก่น จึงจะประสบความสำเร็จ
เมื่อไทยแลนด์เดินหน้าเต็มสูบสู่ยุคดิจิตอล 4.0 ผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ ก็ต้องรู้จักผู้บริโภคให้ดีขึ้น เพราะเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากเท่าใด ไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ก็เปลี่ยนตามไปเท่านั้น พฤติกรรมผู้บริโภคจึงกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางทุกอย่างในการวางแผนทำธุรกิจไปแล้ว SCB SME ไม่อยากให้คุณเดินตามหลังใคร จึงได้จัดงานสัมมนา Excellence Marketing ซึ่งเป็นงานสัมมนาที่จะเปลี่ยนแนวคิดการทำตลาดแบบเดิมๆ ให้เป็นการตลาดยุคใหม่ เพื่อผู้ประกอบการ SME ได้รู้ทันเทรนด์ก่อนใคร หนึ่งในหัวข้อน่าสนใจคือ “เจาะลึกพฤติกรรมมัดใจผู้บริโภค 4.0” โดยได้รับเกียรติจาก “คุณปรัตถจริยา ชลายนเดชะ” กรรมการผู้จัดการ J. Walter Thompson Bangkok ผู้คร่ำหวอดในวงการโฆษณาและเป็นผู้รู้ตัวจริงในการตามเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ มาแชร์ความรู้ มาแชร์ข้อมูลน่าสนใจให้ได้ฟังในงานนี้ด้วย
 
ความสนใจของคนหลากหลายขึ้น
ประชากรไทยมีราวๆ 65 ล้านคน แต่มีคนใช้มือถือถึง 83 ล้านเครื่อง อยู่บนโซเชี่ยลมีเดีย 40 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมคนไทยปัจจุบันไม่ได้ใช้ชีวิตแค่ face to face เท่านั้น แต่เรามีชีวิตอยู่ในโลกอีกใบคือโลกโซเชี่ยล พฤติกรรมและความสนใจจึงหลากหลายขึ้น เพราะช่องทางในการนำเสนอความสนใจด้านต่างๆ นั้นกว้างมาก คนเราไม่ได้มีความชอบแค่สิ่งเดียว แต่เรามีความสนใจหลายด้าน การเข้าถึงความรู้ข้อมูลต่างๆ ก็ง่ายขึ้น โซเชี่ยลต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ ลูกค้าตอนนี้เองก็มีช่องทางจะสื่อสาร เปิดโอกาสให้คนธรรมดามากขึ้น เกิดความครีเอทีฟมากขึ้น ดังนั้นการพูดคุยของแบรนด์กับลูกค้าก็ต้องเปลี่ยนไป วิธีการจะผูกใจเขาก็ต้องหลากหลายขึ้น ครีเอทีฟขึ้น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนแปลงมุมมองในการมองลูกค้าใหม่ จากเดิมมองแค่ช่วงอายุ เป็นใครมาจากไหน ทำอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เราสามารถมองไปได้ลึกถึงความคิด ความชอบ พฤติกรรมบางอย่าง ทำให้เรามองได้ลึกขึ้น และเราสามารถพูดกับเขาได้ลึกซึ้งขึ้น ทำให้เราโดดเด่นและแตกต่างในใจเขามากขึ้น

Baby Boomer / Generation X
เมื่อโลกโซเชี่ยลก้าวมามีบทบาท พฤติกรรมของคนแต่ละเจเนอเรชั่นก็เปลี่ยนไปด้วย สิ่งที่เราต้องตามรู้คือการเปลี่ยนแปลงของคนแต่ละเจน ว่าเขามีนิสัยและพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างไร คนยุค Baby Boomer (ช่วงอายุ 50-68 ปี) ภาพที่เราคุ้นเคยคือผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ประสบความสำเร็จในชีวิต รีไทร์แล้ว และมีอิสระในการใช้ชีวิต แต่ในโลกยุคใหม่ คนเจนนี้ไม่ได้เก็บตัวอยู่บ้าน หรือใช้ชีวิตแบบคนแก่อีกต่อไป พวกเขาออกมาใช้ชีวิต Ageless Society ออกมารวมตัวทำในสิ่งที่อยากทำสมัยวัยรุ่น เช่น ขี่บิ๊กไบค์, สร้างแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น ไม่ใช่ออกมาทำเพื่อหาความสำเร็จ แต่ออกมาทำเพราะใจรักจริงๆ เป็นอีกกลุ่มที่เราไม่ควรมองข้าม ต่อมาคนยุค Generation X (ช่วงอายุ 35-49 ปี) คนกลุ่มนี้เป็นตัวของตัวเอง มีวิถีคิดชัดเจน รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ทำงานหนักแต่ก็อยากสร้างบาลานซ์ให้ชีวิตครอบครัวด้วย ในโลกยุคใหม่คนกลุ่มนี้จะเน้นการท่องเที่ยวธรรมชาติผสมงานศิลปะ มีการดูแลตัวเองจากภายใน ทั้งสุขภาพกายและใจ โดยนำไปโยงกับโลกโซเชี่ยล เพื่อแชร์กิจกรรมที่ทำให้คนภายนอกได้รับรู้ถึงไลฟ์สไตล์ ถ้าหากเราเข้าใจและรู้ใจของคนเจนนี้ได้ เราก็จะจับจุดความสนใจได้ถูก สามารถพูดกับเขาได้โดนใจขึ้น
 
Generation Y / Generation Z
คนยุค Generation Y (ช่วงอายุ 25-34 ปี) เป็นเจนที่เริ่มทำงานมาสักระยะ มีการติดต่อกับสิ่งต่างๆ ทุกช่องทาง ติดต่อกับเพื่อน ติดต่อกับโลกออนไลน์ตลอดเวลา ทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน มีความมั่นใจสูง อยากทำอะไรที่แตกต่าง ในโลกยุคใหม่ คนกลุ่มนี้ไม่ได้แสวงหาความสำเร็จในองค์กรใหญ่ๆ อีกต่อไป แต่กลับออกมาหาเส้นทางของตัวเอง กลับคืนสู่ถิ่นฐานและความเป็นธรรมชาติ จากนั้นสร้างธุรกิจและต่อยอดด้วยโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ คนยุค Generation Z (ช่วงอายุ 19-24 ปี) เป็นเจนเนอเรชั่นที่เติบโตมากับโลกโซเชี่ยลมีเดีย ใช้เป็นทุกชาแนลไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ เรียนรู้ได้ไว ใช้ชีวิตบนออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ มองหาช่องทางใหม่ๆ ในอาชีพไม่ตามรอยคนรุ่นเก่าอีกต่อไป เน้นหารายได้มาก หาได้เร็ว ตั้งใจรีไทร์ตั้งแต่อายุยังน้อย ในโลกยุคใหม่ เจนนี้ใช้ชีวิตส่วนมากและทำการตลาดผ่าน Gamming และ VR เป็นโลกไร้เพศ ไม่นิยามความงามแบบเดิมอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องสวยสมบูรณ์แบบอย่างที่คนรุ่นก่อนกำหนดไว้ เป็นเจนที่เปิดกว้างในการรับสิ่งต่างๆ อย่างไม่มีกรอบตายตัว

จับ Generation C ให้อยู่หมัด
Generation C เป็นการแบ่งตามพฤติกรรมและลักษณะนิสัย ไม่ได้แบ่งตามช่วงอายุ เจนเนอเรชั่นนี้ต้องคอนเน็คกับโลกโซเชี่ยลตลอดเวลา ต้องได้สิ่งต่างๆ ทันใจในเรียลไทม์ หาอะไรต้องเจอ อยากซื้ออะไรต้องสั่งได้เลย ดึงข้อมูลต้องเห็นเลย ชอบความสะดวกสบาย และมีชุมชนในโลกโซเชี่ยลมากมาย ถ้าอยากจับ Generation C ให้อยู่หมัด มีอยู่ 5 Tips ง่ายๆ 1. ความสนใจเขาอยู่ที่ไหน เอาตัวเราไปอยู่ตรงนั้น 2. สร้างประสบการณ์ไปตามช่องทางต่างๆ ให้เหมาะ ต้องรู้ว่าแต่ละช่องทางลูกค้ามีพฤติกรรมแบบไหน เพื่อจะได้สื่อสารได้ตรงใจ 3. เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้แชร์ ได้แสดงความเห็น ได้คอมเมนต์กลับมาหาเรา เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาแบรนด์เราด้วย 4. ร่วมมือกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจของเรา ยุคนี้โตคนเดียวไม่ได้ 5. มีความคิดสร้างสรรค์ให้มากกว่าเดิม ยุคนี้ถ้าผลิตภัณฑ์อะไรออกมาข้ามคืนถือว่าใช้ไม่ได้แล้ว ต้องคิดใหม่ทำใหม่ตลอดเวลา

เปิดใจให้กว้าง ลูกค้ามีหลายกลุ่ม
ยุคนี้ลูกค้าไม่ได้มีแค่แบบเดียว อย่ามองแค่อายุ อย่ามองว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เราต้องพลิกมามองมุมใหม่ให้ได้ เปลี่ยนมามองว่าความสนใจเขาคืออะไร ความต้องการเขาคืออะไร แพสชั่นเขาคืออะไร พฤติกรรมและนิสัยเขาเป็นแบบไหน จะทำให้เราพูดกับเขาได้หลากหลายแบบมากขึ้น ให้ลองดูว่าเทรนด์อะไรที่เราดึงมาใช้เพื่อมาต่อยอดในธุรกิจเราได้บ้าง แผนการตลาดสมัยนี้จะทำแบบเดียวก็ไม่ได้ เพราะถ้าใช้ความสนใจจับกลุ่มลูกค้าจะแตกไปได้หลายแบบทันที สุดท้ายคือเวลาพูดกับลูกค้าต้องฟังเสียงเขา แล้วเราเอากลับมาพูดกับเขาอีกที เพื่อจะได้เข้าถึงเขาได้มากที่สุด ลืมรูปแบบเก่าๆ ในการสื่อสารและการตลาดไปได้แล้ว ยุคนี้ต้องเข้าใจผู้บริโภคให้ถึงแก่นจริงๆ ถึงจะประสบความสำเร็จ