คิดต่างแล้วสร้างจุดขาย ทำแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์จนไม่มีใครแทนได้

19 กันยายน 2560

Hightlight :
  • คิดให้ต่าง ตีโจทย์ให้แตก หาข้อมูลให้แน่น คุณตี่ตั้งเป้าจะทำโรงแรม เขาออกไปหาข้อมูลจนพบว่าตลาดคนไทยในภูเก็ตไม่ค่อยมีใครสนใจทำ Boutique Hotel ก็เชยไปแล้ว เทรนด์ตอนนี้คือ Lifestyle Hotel เมื่อจับจุดได้ก็ลงมือทำทันที โดยศึกษาเรื่อง Branding และ Service Design เพิ่มเติม
  • ทำความรู้จักวิชา Branding และ Service Design Branding โดยวิชา Branding มีคีเวิร์ดสำคัญคือ Charisma Brand คือแบรนด์ที่ไม่สามารถมีใครมาทดแทนคุณได้ในโลกนี้ ส่วนวิชา Service Design เป็นการเอาความต้องการของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการมาชนกัน และนำมาออกแบบให้แฮปปี้ทั้งคู่
  • สร้างจุดขาย อย่างที่ไม่มีใครทำได้ เบรกฟาสต์ของ Foto Hotel เริ่ม 8 โมงเช้าจนถึงบ่ายโมง ฉีกทุกกฎอาหารเช้าโรงแรม สิ่งนี้คือความแตกต่าง ที่เกิดจากการวิเคราะห์ลูกค้าอย่างละเอียด การทำอะไรแตกต่างเราไม่มีทางรู้ว่าจะเวิร์คไหม แต่ถ้าสิ่งนั้นเวิร์คลูกค้าจะเดินมาบอกเองว่าชอบและถูกใจ
  • ทำให้ลูกค้า “ว้าว” อย่างต่อเนื่อง ในกระบวนการเซอร์วิส ถ้าเราสามารถสร้าง “ว้าว” ให้ลูกค้าได้สามว้าว คุณจะได้สาวก ว้าวหนึ่งครั้งลูกค้าจะรู้สึกดี ว้าวที่สองลูกค้าจะชอบ ว้าวครั้งที่สามลูกค้าจะเป็นสาวกทันที ทดสอบเซอร์วิสก่อนใช้จริงและปรับปุรงให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าด้วย
สิ่งที่คุณคิดว่ายาก จริงๆ อาจจะไม่ยากถ้าศึกษาหาข้อมูลและเรียนรู้อย่างจริงจัง สำหรับคนมีประสบการณ์การทำโรงแรมเป็นศูนย์ ทุนไม่หนาเหมือนนักธุรกิจแวดวงนี้ บางคนอาจล้มเลิกตั้งแต่ก้าวแรก แต่ด้วยความตั้งใจ คิดต่างและหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ “คุณตี่ - วีระชัย ปรานวีระไพบูลย์” ผู้ก่อตั้ง Foto Hotel  และ Blu Monkey สร้างธุรกิจโรงแรมขึ้นมาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด ลองผิดลองถูกจนหาเส้นทางของตัวเองเจอ พาธุรกิจไปแตะหลัก 100 ล้านได้สำเร็จ เรื่องราวดีๆ สร้างแรงบันดาลใจขนาดนี้ SCB SME ไม่อยากให้ชาว SME พลาด เราจึงได้เชิญคุณตี่มาเล่าให้ฟังในงานสัมมนา “Excellence Marketing” หัวข้อ : คิดต่าง สร้างธุรกิจ 100 ล้าน ฟังแล้วได้กำลังใจฮึกเหิม พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์
 
คิดให้ต่าง ตีโจทย์ให้แตก หาข้อมูลให้แน่น
ตอนคุณตี่คิดจะทำโรงแรม เขามีแค่ที่ดินเปล่าบนภูเขาที่อยู่ห่างจากทะเลพอสมควร พอเอาไอเดียไปเสนอโรงแรมแบรนด์ใหญ่ๆ เพื่อจะซื้อระบบโรงแรมมาทำ เขาถูกโรงแรมเหล่านั้นปฏิเสธเพราะไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน คุณตี่จึงเบนเข็มจะมาทำ Boutique Hotel จึงไปรีเสิร์ชเพิ่ม จนจับจุดได้ว่าภูเก็ตมี Boutique Hotel เยอะแต่คล้ายกันไปหมด ไม่มีเอกลักษณ์ที่จดจำได้ ส่วนมากโรงแรมมีไว้เพื่อขายชาวต่างชาติ ไม่ค่อยเน้นขายนักท่องเที่ยวไทยไม่ เมื่อคุณตี่เริ่มศึกษาเรื่อง Boutique Hotel ซึ่งในระยะนั้นทำกันจนเกร่อ เขาก็หาข้อมูลจนไปเจอคำว่า Lifestyle Hotel ซึ่งเป็นเทรนด์สร้างโรงแรมที่รวมคนชอบอะไรเหมือนๆ กัน จึงอยากทดลองทำเนื่องจากในเมืองไทยยังไม่มีใครทำ แม้จะเสี่ยงแต่ก็ต้องลอง โดยสิ่งที่คุณตี่ทำเพิ่มเติมคือการไปลงเรียนคอร์สด้าน Branding และ Service Design
 
ทำความรู้จักวิชา Branding และ Service Design
ระหว่างการก่อสร้างโรงแรม คุณตี่ไปลงเรียนและหาหนังสือมาอ่านเอง พร้อมลองผิดลองถูกทำตามหนังสือ อันไหนที่เวิร์คก็ทำตาม จนพบว่ามี 2 วิชาหลักที่เป็นประโยชน์กับการทำธุรกิจนี้คือ Branding และ Service Design ในส่วนของ Branding คุณตี่เจอคำที่เขาถูกใจและใช้ได้ผลนั่นคือ Charisma Brand แบรนด์ที่ไม่สามารถมีใครมาทดแทนคุณได้ในโลกนี้ แต่ในองค์ประกอบสร้างแบรนด์ให้แตกต่างมีหลายสิ่ง ซึ่งวิชาที่มาช่วยเสริมให้เรารู้ว่าเราแปลกหรือแตกต่างกันแน่ แล้วลูกค้าจะเลือกเราไหม นั่นคือวิชา Service Design เป็นการเอาความต้องการของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการมาชนกัน แล้วนำมาออกแบบให้ทั้งสองฝ่ายแฮปปี้ทั้งคู่ ซึ่งทั้งหมดที่เรียนรู้ก็ต้องนำไปทดลองทำจริง อันไหนดีก็ทำต่อ ความสำเร็จสร้างได้แค่เรียนรู้ให้มากกว่าคนอื่น
 
สร้างจุดขาย อย่างที่ไม่มีใครทำได้
ความพิเศษของ Foto Hotel คือเบรกฟาสต์ที่เริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึงบ่ายโมง ฉีกทุกกฎอาหารเช้าโรงแรม ที่ปกติจะปิด 10.30 น. แต่คุณตี่สร้างความแตกต่าง เพราะเขาวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าแล้วว่า ลูกค้าของเขาตื่นสิบโมงเพราะปาร์ตี้หนัก การขยายเวลาอาหารเช้าออกไปน่าจะถูกใจคนกลุ่มนี้ ซึ่งก็จริงเพราะบางครั้งลูกค้าตัดสินใจไม่ไปอีกโรงแรม แต่กลับมาเลือกพักที่นี่แทน เป็นเพราะอาหารเช้าปิดบ่ายโมง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของ Service Design ซึ่งการที่เราทำตัวแปลก แตกต่างจากแบรนด์อื่น แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เราทำนั้นเวิร์ค คำตอบคือไม่มีใครรู้ แต่ถ้าสิ่งนั้นเวิร์ค ลูกค้าจะเดินมาบอกเองว่าเขาชอบ เขาถูกใจ ซึ่งเราต้องวิเคราะห์ลูกค้าของเราให้ดี ให้ละเอียด เพื่อจะได้ตอบโจทย์ให้ตรงจุด
 
ทำให้ลูกค้า “ว้าว” อย่างต่อเนื่อง
ในกระบวนการเซอร์วิส ถ้าเราต้องสร้าง “ว้าว” ให้ลูกค้าได้ “ว้าว” คือการทำสิ่งลูกค้าไม่คาดหวังให้เกิดขึ้นจริง ถ้าทำว้าวได้หนึ่งครั้ง ลูกค้าจะรู้สึกดี ถ้าทำได้สองครั้ง ลูกค้าจะชอบ แต่ถ้าครั้งที่สาม ลูกค้าจะหลงรักและเป็นสาวกทันที จงสร้างว้าวให้ได้สามครั้งในหนึ่งเซอร์วิส การจะสร้างเซอร์วิสให้ว้าวต้องมีการทดสอบกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก่อนใช้จริง สิ่งที่คุณตี่ทำก่อนเปิดบริการ เขาเชิญกลุ่มเป้าหมายมาดูห้องพัก และให้ความเห็นว่าสวยดี เมื่อทดสอบอีกครั้ง คราวนี้คุณตี๋ทำตุ๊กตาหมียักษ์ขึ้นมาให้เป็นภาพจำของแบรนด์ จากนั้นก็เชิญกลุ่มเป้าหมายเดิมมาพัก สิ่งที่พวกเขาทำคือการหยิบมือถือมาถ่ายภาพแล้วแชร์สู่โลกโซเชี่ยล นั่นแสดงว่าเซอร์วิสของเขาถูกใจและได้ผล การจะสร้างเซอร์วิสให้ว้าวและดี ต้องรู้กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน พร้อมปรับปุรงให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าด้วย