การตลาดยุคใหม่ ผู้บริโภคเป็นใหญ่ ต้องรู้ใจและรู้ทัน

19 กันยายน 2560

Highlight :
  • เทรนด์โลกเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้สินค้าเพื่อบ่งบอกไลฟ์สไตล์และตัวตนของตัวเอง สินค้าไม่ได้มีแค่ใช้งานแต่ผู้บริโภคอยากเสพประสบการณ์ด้วย อีกทั้งช่างเลือก ชอบความแตกต่าง ปรับแต่งได้ตามความต้องการ และเทรนด์รักสุขภาพมาแรงมากในยุคนี้
  • จับตาผู้บริโภค 2 กลุ่มนี้ให้ดี กลุ่มแรกคือกลุ่มผู้สูงวัย (อายุ 40 ปีขึ้นไป) มีพฤติกรรมใช้จ่ายไปกับ 1.การท่องเที่ยว 2. การตกแต่งบ้าน ส่วนกลุ่มสองคือกลุ่มวัยหนุ่มสาว (อายุ 40 ปีลงมา) มีพฤติกรรมใช้จ่ายไปกับ 1.สินค้าอุปโภคบริโภค 2. สินค้าแฟชั่น ทั้งสองกลุ่มใช้จ่ายต่างกัน ลองเลือกดูว่าสินค้าเราเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหน
  • ทำธุรกิจยุคนี้ต้องมีพันธมิตร เทรนด์การทำธุรกิจยุคใหม่ต้องไม่ทำคนเดียว ต้องร่วมมือกับแบรนด์อื่นมากขึ้น เพื่อจะได้หาความต้องการของลูกค้าได้เฉพาะเจาะจงลงไปอีก ยิ่งช่วยทำให้สร้างสินค้าออกมาได้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด
  • อยากให้ลูกค้า Loyalty ต้องรวดเร็วทันใจ อย่าให้ลูกค้ารอ ซื้อ 1 แถม 1 ลูกค้าต้องได้ของทันที ต้องสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมและสร้างความเป็นชุมชนขึ้นมา บริการหลังการขายก็สำคัญ ต้องรวดเร็ว พร้อมช่วยเหลือและเอาใจใส่
  • เตรียมตัวสู่ Omni-Channel  คุณต้องทำให้ลูกค้าซื้อของแบบ Omni-Channel ได้ ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้ทุกอย่างเชื่อมต่อถึงกันทุกช่องทาง ลดกำลังการใช้คนและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ดีขึ้น
อยากทำธุรกิจให้ปัง ให้โดนใจ ชาว SME ยุคใหม่ต้องปรับตัวให้ไวตามผู้บริโภค ถ้ามัวแต่ช้าเดี๋ยวจะไม่ทันคู่แข่ง SCB SME จึงได้เชิญชวน “คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ มาแชร์ข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการตลาดยุคใหม่ ในงานสัมมนา “Excellence Marketing” ภายใต้หัวข้อ “SME in Transformation ธุรกิจปรับตัวอย่างไรในยุค4.0” เพื่อแชร์ความรู้เจ๋งๆ ให้คุณทันเทรนด์การตลาดใหม่ๆ งานนี้จะเปลี่ยนแนวคิดการทำตลาดแบบเดิม ให้เป็นการตลาดยุคใหม่และนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์ธุรกิจได้จริง
 
เทรนด์โลกเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน
การตลาดยุคใหม่ คือการตามเทรนด์ผู้บริโภคให้ทัน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนตามเทรนด์โลก โดยเฉพาะคนไทยที่มีการบริโภคเพื่อไลฟ์สไตล์มากขึ้น ไม่ใช่แค่การใช้สินค้าตอบโจทย์ความต้องการ แต่ใช้สินค้าเพื่ออธิบายตัวตน ใช้เป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์มากกว่าแค่ใช้งานหรือดื่มกิน พฤติกรรมคนยุคใหม่คือการบริโภคเพื่อประสบการณ์ บางประสบการณ์โลกออนไลน์ก็ให้ไม่ได้ต้องไปเจอด้วยตัวเอง ประสบการณ์จึงสำคัญในแง่ให้คนตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ใช้สินค้าเรา ต่อมาคือผู้บริโภคช่างเลือกมากขึ้น และชอบความแตกต่าง ต้องการปรับแต่งสิ่งต่างๆ ให้เป็นอย่างใจตัวเอง เมื่อก่อนอาจจำกัดเฉพาะสินค้าไฮเอนด์ แต่ตอนนี้เริ่มเข้าสู่สินค้าทั่วไปแล้ว ส่วนเทรนด์ที่มาแรงตอนนี้คือเทรนด์เพื่อสุขภาพ สินค้าไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลกอย่างมาก ทั้งหมดนี้เป็นเทรนด์ของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่เราต้องจับทิศทางให้ได้
 
จับตาผู้บริโภค 2 กลุ่มนี้ให้ดี
ในยุคปัจจุบันนี้ ถ้าแบ่งผู้บริโภคให้เห็นชัด จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ Aging Society (อายุ 40 ปีขึ้นไป) ซึ่งมีเงิน มีเวลา ใช้เงินไปกับ 1.การท่องเที่ยว 2. ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ตกแต่งบ้าน โดยไลฟ์สไตล์ของคนสูงวัยนั้นแตกต่างจากคนวัยหนุ่มสาว (อายุต่ำกว่า 40 ปีลงมา) ซึ่งจะใช้เงินไปกับ 1.สินค้าอุปโภคบริโภค 2. สินค้าแฟชั่น ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีการจับจ่ายและพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากคุณคิดจะทำธุรกิจ ก็ควรเลือกว่าจะจับลูกค้ากลุ่มไหน ถ้าคิดจะจับกลุ่มผู้สูงวัย ก็อยู่กับเขาตั้งแต่อายุ 40 ปี ไปจนเขาอายุ 60 ปีและเติบโตไปกับเขา ตอบโจทย์เขาให้ได้ว่าเขาสนใจอะไร ต้องการอะไร จากนั้นพัฒนาสินค้าของเราให้โดนใจเขา
 
ทำธุรกิจยุคนี้ต้องมีพันธมิตร
เทรนด์การทำธุรกิจยุคใหม่ต้องไม่ทำคนเดียว ยุคนี้ต้องจับแบรนด์สองแบรนด์มาโคกัน มีการร่วมมือกับแบรนด์อื่นมากขึ้น อย่างเช่นจะขายคอนโด ต้องตกแต่งให้เสร็จพร้อมอยู่ โดยชวนแบรนด์ผลิตเฟอร์นิเจอร์เข้ามาช่วยกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างพันธมิตร การทำการตลาดร่วมกันต่างๆ ที่ต้องร่วมมือกันและทำคนเดียวไม่ได้ นั่นก็เพื่อจะได้หาความต้องการของลูกค้าได้เฉพาะเจาะจงลงไปอีก คุณจะได้ข้อมูลบางอย่างที่คุณไม่มีในมือ ส่วนเขาก็ได้ข้อมูลจากคุณ ซึ่งทั้งสองทางจะเอื้อประโยชน์กันให้สร้างสรรค์สินค้าออกมาได้ตรงใจผู้บริโภคที่สุด
 
อยากให้ลูกค้า Loyalty ต้องรวดเร็วทันใจ
การจะทำให้ลูกค้าผูกพัน (Loyalty) กับแบรนด์ ต้องตอบสนองความต้องการลูกค้าในทันที หมดยุค CIM หมดยุคการสะสมแต้มสะสมคูปอง ยุคนี้อย่าให้ลูกค้ารอ ซื้อกาแฟ 1 แก้ว แถม 1 แก้วทันที ต้องใช้ความเร็วในการสร้างความผูกพัน ต้องให้ลูกค้า Engage เราต้องสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างระหว่างเขาใช้บริการ สร้างความเป็นชุมชนให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วม และให้พวกเขาได้สร้างประสบการณ์ระหว่างกันขึ้นมาเอง เน้นบริการหลังการขาย ต้องรวดเร็ว พร้อมช่วยเหลือและเอาใจใส่ลูกค้า ที่สำคัญต้องทำการตลาดบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่องด้วย 
 
เตรียมตัวสู่ Omni-Channel 
บอกลา Multi-Channel กันได้แล้ว เพราะการทำหน้าเว็บแบบหนึ่ง หน้าร้านแบบหนึ่ง เหมือนไม่เคยตกลงกันมาก่อนจะต้องไม่มีอีกต่อไป คุณต้องหา Solution ในการแก้ไข เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาใช้งานในโลกของ Omni-Channel ได้ ลูกค้าต้องเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านได้ตลอดเวลา เราต้องนำเสนอสินค้า บริการหลังการขาย หาช่องทางต่างๆ เพื่อให้สินค้าเราเข้าถึงลูกค้าได้ และทุกช่องทางการขายสินค้าต้องมีโปรโมชั่นเดียวกัน เชื่อมต่อกันได้ ทุกอย่างเชื่อมถึงกัน ในอนาคตเราต้องตอบโจทย์โลกดิจิตอลให้มากขึ้น รวมถึงลดกำลังการใช้คนและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจ