จาก "ร้าน" สร้าง "ล้าน" ด้วย Facebook

22 พฤษภาคม 2561

Highlight:
  • ทำการตลาดบน Facebook ให้สำเร็จ ด้วยสูตร “สาม บวก หนึ่ง” คือ สร้างคอนเทนท์ที่ดี โดยนำเสนอในมุมมองที่ว่าถ้าลูกค้าเสพคอนเทนท์นี้แล้วลูกค้าจะได้อะไรกลับไป การเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ถูกต้อง เพื่อให้เราใช้งบประมาณการทำตลาดได้คุ้มค่า, กำหนดวัตถุประสงค์ในการทำการตลาด เพื่อให้คอนเทนท์นั้นสามารถตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในการนำเสนอได้จริงๆ และสุดท้ายคือ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะ Facebook จะไม่มีวันหยุดพัฒนาตัวเอง เราจึงหยุดที่จะเรียนรู้ไม่ได้เช่นกัน
  • ฟีเจอร์มาแรงของ Facebook ที่น่าใจสำหรับการทำตลาดออนไลน์ในปี 2018 ได้แก่ Facebook Live ให้เราสามารถถ่ายทอดสดเรื่องราวต่างๆ ผ่านทาง Facebook ได้เลย, Marketplace เป็นช่องทางให้เราโพสสินค้าไว้ เมื่อลูกค้าที่ต้องการสินค้าตัวนั้นแล้วมาค้นหาผ่านช่องทางนี้ ก็จะเห็นสินค้าของเราและติดต่อร้านเราได้เลย,  Instagram เป็นหนึ่งในกิจการของบริษัท Facebook ที่ได้พัฒนาให้สามารถแชร์ content จาก Instagram ไปยัง Facebook ได้ และ Facebook Group เพื่อรวมกลุ่มร้านค้าที่มีสินค้าหรือบริการในจำพวกเดียวกันสำหรับรองรับทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
ปัจจุบันการตลาดบนโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากและเกินความสามารถเจ้าของกิจการอีกต่อไปแล้ว เฟซบุ๊กนับว่าเป็นสื่อหลักที่ผู้ประกอบการหันมาใช้กันเป็นจำนวนมากเพื่อให้ตอบสนองต่อฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่การทำตลาดบนโลกออนไลน์ที่ได้ผลดี จะต้องเริ่มต้นจากการศึกษาการทำตลาดรูปแบบนี้ให้เข้าใจจริงๆ เสียก่อน
 
ทำการตลาดบน Facebook ให้สำเร็จ ด้วยสูตร “สาม บวก หนึ่ง

                องค์ประกอบที่ 1 คือ การทำให้ลูกค้าสนใจด้วยการ สร้างคอนเทนท์ที่ดี ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะพลาดในการพยายามนำเสนอให้เห็นแต่ข้อดีของสินค้าหรือบริการของเรา โดยลืมมองในมุมกลับกันว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เนื้อหาคอนเทนท์แบบไหนที่เราต้องการ

                องค์ประกอบที่ 2 คือ การเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ถูกต้อง เราต้องศึกษาก่อนว่ากลุ่มลูกค้าที่เราต้องการเป็นลูกค้ากลุ่มใด ต้องสื่อสารอย่างไรจึงจะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของเราจริงๆ เพื่อใช้งบการตลาดอย่างคุ้มค่า

                องค์ประกอบที่ 3 คือ การกำหนดวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดให้ตรงกับความต้องการ  อย่างเช่น ถ้าเราต้องการให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของเรา การทำการตลาดก็จะต้องมุ่งเน้นนำสร้างการตระหนักรู้ นำเสนอแบรนด์ออกมาให้ลูกค้ารับรู้ถึงตัวตนของแบรนด์ และจดจำแบรนด์ให้ได้ หรืออยากให้ลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้า ก็ต้องมุ่งเน้นนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพและรายละเอียดของสินค้าให้น่าสนใจ และใส่ช่องทางติดต่อครบถ้วน หากอยากสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ของเรา ก็ต้องเน้นนำเสนอรีวิวของลูกค้าที่เคยซื้อหรือใช้บริการของเรา

                สิ่งที่เจ้าของกิจการควรยึดไว้เป็นหลักสำคัญคือ การทำการตลาดบน Facebook ที่ถูกต้องไม่ใช่การเน้นที่ยอด Engagement หรือยอดกด Like กด Share อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัววัดผลยอดขายของเรา

                และส่วนสุดท้ายคือ การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ Facebook สร้างขึ้นมาอยู่เสมอ เนื่องจาก Facebook มีการพัฒนาตัวเองใหม่อยู่ทุก ๆ เดือน ดังนั้น นอกเหนือจากการทำคอนเทนท์ไปเรื่อย ๆ เราอาจใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาช่วยทำการตลาดร่วมด้วย เช่น ทำ Facebook Live ในโอกาสสำคัญๆ ใช้ Facebook Group เพื่อรวมกลุ่มสำหรับรองรับทุกความต้องการลูกค้า ใช้ Instagram ในการทำการตลาดแล้วแชร์มาลง Facebook หรือเข้าไปโพสต์ขายใน Marketplace ที่เป็นช่องทางการทำตลาดรูปแบบใหม่ของ Facebook
 
4 ฟีเจอร์มาแรงของ Facebook ที่น่าใจสำหรับการทำตลาดออนไลน์ในปี 2018

                1. Facebook Live เป็นฟีเจอร์ที่ Facebook สร้างขึ้นเพื่อใช้แข่งขันกับ YouTube ให้เราสามารถ “ถ่ายทอดสด” เรื่องราวต่างๆ ผ่านทาง Facebook ตอบสนองความต้องการเสพ Content แบบ Real-Time ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ผู้ที่เป็นเพื่อนของเรา หรือ ผู้ที่ติดตามเพจบน Facebook สามารถร่วมชมพร้อมกับสื่อสารในระหว่างการถ่ายทอดสดนี้ไปพร้อมๆ กันได้ โดยเราสามารถนำฟีเจอร์ดังกล่าวมาใช้เป็นช่องทางโปรโมทร้าน หรือรีวิวสินค้าได้ ทั้งนี้ เราต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนทำ Facebook Live ด้วย เพราะในการถ่ายทอดสด หากนำเสนอผิดพลาดไป อาจทำให้ลูกคารู้สึกว่าร้านเรายังไม่มีความพร้อมที่จะให้บริการ ส่งผลให้เสียความน่าเชื่อถือได้

                2. Marketplace เนื่องจาก Facebook เห็นว่าผู้บริโภคในปัจจุบันนิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น จึงได้ปล่อยฟีเจอร์นี้ขึ้นมา ซึ่งลักษณะของ Marketplace ที่ว่านี้ก็คือจะเป็นไอคอนวางอยู่ที่เมนูหลักให้ผู้ใช้งานสามารถคลิกดูได้ง่าย ๆ เมื่อคลิกเข้าไปก็จะแสดงรายการสินค้าตามความสนใจของผู้ใช้งาน โดยดูจากพฤติกรรมการใช้งานบน Facebook เป็นตัวกำหนด นอกจากนี้ Marketplace ยังมีฟังก์ชั่นให้เราสามารถเลือกดูสินค้าได้ตามหมวดหมู ช่วงราคา รวมทั้งมีฟังก์ชั่นค้นหาสินค้า และฟังก์ชั่นให้ผู้ใช้งานสามารถประกาศขายสินค้าเองได้

                3. Instagram ถ้าเราเน้นขายสินค้าที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้หญิงที่เป็นวัยรุ่น ชอบถ่ายภาพ หรือดูภาพสวย ๆ Instagram ถือเป็นช่องทางการทำตลาดที่ดีที่สุด เพราะเกือบ 60% ของผู้ใช้ Instagram เป็นผู้หญิง และเนื่องจาก Instagram เป็นหนึ่งในกิจการของบริษัท Facebook ดังนั้น จึงได้พัฒนาให้การแชร์คอนเท้นท์จาก Instagram ไปยัง Facebook สามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

                4. Facebook Group การสร้างกลุ่มบน Facebook เป็นหนึ่งในช่องทางการทำตลาดที่น่าสนใจในปัจจุบัน โดยอาจใช้เป็นที่รวมตัวของกลุ่มคนที่ให้บริการงานที่มีลักษณะเดียวกัน โดยแต่ละคนมีความถนัดในประเภทของงานไม่เหมือนกัน เพื่อให้สามารถรองรับทุกความต้องการของลูกค้า เช่น กลุ่มรับจ้างทำสิ่งพิมพ์ ประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นฝ่ายศิลป์ ช่างภาพ นักเขียน ตรวจพิสูจน์อักษร เป็นต้น หรือเป็นการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการที่ขายสินค้าที่แตกต่างกัน อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน คอยผลัดเปลี่ยนกันโฆษณาสินค้าของตัวเองให้แก่ลูกค้าในกลุ่มนั้น เพื่อให้เกิดความหลากหลายของสินค้า