เทคนิคง่าย ๆ สร้างธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ให้โดนใจลูกค้า

27 มีนาคม 2561

Highlight
  • การทำธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่สิ่งแรกควรเริ่มต้นจากความชอบของเจ้าของธุรกิจเองก่อน หลังจากนั้นก็ต้องหากลุ่มลูกค้าที่มีความชอบในแบบเดียวกัน หรือคล้าย ๆ กัน จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้เร็วขึ้น
  • ธุรกิจเดลิเวอรี่เป็นธุรกิจที่พัฒนามาจากธุรกิจแบบเดิม ๆ ถือเป็นงานบริการอีกงานหนึ่งที่เจ้าของกิจการจะต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพสินค้า การรักษาเวลา ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจึงจะทำให้ลูกค้าติดใจในสินค้าของคุณ

          ปัจจุบันการทำธุรกิจเดลิเวอรี่กำลังมาแรง โดยเฉพาะร้านอาหารเดลิเวอรี่ ที่มีบริการจัดส่งอาหารถึงที่อย่างรวดเร็วโดนใจลูกค้า ถือได้ว่าเป็นอีกวิธีที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารของคุณได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว แต่จะให้ปัง ให้โดนใจลูกค้าได้อย่างไรนั้น ซึ่งทาง SCB SME ได้เชิญ ดร.ปุญญภณ เทพประสิทธิ์ กรรมการผู้บริหาร บริษัท เอ็มวีพี คอนซัลท์แทนท์ จำกัด มาแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ให้กับผู้ประกอบการ SMEสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเองได้

          ในการทำร้านอาหารเดลิเวอรี่ จุดเริ่มต้นแรกคือต้องมองหาสิ่งที่ชอบ สำหรับกลุ่มคนที่ใช่ โดยการเริ่มต้นธุรกิจจากสิ่งที่เราชอบถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะเมื่อได้ทำในสิ่งที่ชอบ ทุกอย่างก็จะทำออกมาอย่างตั้งใจ แต่ต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่สนใจที่จะทำนั้นต้องมี “กลุ่มลูกค้า” คือ กลุ่มคนที่ชอบเหมือน ๆ กันกับเรา แต่อาจจะยังไม่มี “คนนำเสนอ” ให้กับพวกเขา ซึ่งคนนำเสนอสินค้าที่ใช่ก็จะเป็นตัวเรานั่นเอง จากนั้นมองหาขนาดของกลุ่มลูกค้า หรือ Market Size ส่วนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเราทำสินค้าที่เราชอบ แต่กลุ่มคนที่ใช่ หรือกลุ่มลูกค้าเรามีขนาดเล็กเกินไป สินค้าหรือบริการของเราก็อาจไม่ประสบความสำเร็จ โดยวิธีมองหาขนาดของกลุ่มลูกค้านั้นไม่ยาก เพียงแค่ลองสังเกตผู้คนรอบข้าง สอบถามความต้องการของผู้คน เราอาจทำเป็นแบบสอบถาม “ออนไลน์” เพื่อสำรวจตลาด และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อว่า กลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไร มีมากน้อยแค่ไหน บางครั้งกลุ่มลูกค้าของเราอาจไม่ใช่แค่คนในประเทศ

          เมื่อได้กลุ่มลูกค้าแล้ว จากนั้นก็ต้องมาวางโมเดลธุรกิจ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้กิจการรุ่งและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงถาวร แต่ลำพังแค่แนวคิดหรือไอเดียดี ๆ อาจจะไม่พอ ต้องต่อยอดนำแนวคิดและไอเดียเหล่านั้นมาวิเคราะห์และปรับมันให้เป็น “โมเดลธุรกิจ” ซึ่งโมเดลธุรกิจที่ดีควรตอบโจทย์ทั้งฝ่ายลูกค้าและฝ่ายผู้ผลิต นั่นก็คือตัวของเราเอง โมเดลที่ดีจะอยู่ได้นาน มีแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง และคู่แข่งเข้ามาแข่งขันได้ยาก นอกจากนี้แล้ว ธุรกิจเดลิเวอรี่เองก็มีจุดเด่นและจุดด้อยด้วยเช่นกัน ฉะนั้นผู้ประกอบเองก็จำเป็นต้องทราบถึงเรื่องนี้ด้วย
 
จุดเด่นของบริการเดลิเวอรี่
  • เพิ่มโอกาสทำยอดขายและมีลูกค้าประจำสูงขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องเดินทางมาซื้ออาหารด้วยตนเอง ทำให้มีลูกค้าส่วนใหญ่สนใจใช้บริการ ยิ่งหากบริการดีและอาหารมีความอร่อย คุ้มค่าด้วยแล้ว ก็จะทำให้เกิดลูกค้าประจำ และมีการบอกต่อ ๆ กันไป จนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เป็นผลดีต่อผู้ที่ทำหน้าที่จัดส่งอาหารถึงลูกค้า เพราะลูกค้าบางรายก็จะมีการให้ทิป ซึ่งเงินส่วนนี้จะได้กับคนจัดส่งนั่นเอง
  • สามารถขายอาหารได้หลายช่องทางมากขึ้น จากที่เคยมีแต่หน้าร้าน ก็สามารถใช้วิธีการแจกใบปลิว การลงประกาศขายบนอินเทอร์เน็ต เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ร้าน แค่เห็นเมนูอาหารของทางร้านผ่านทางใบปลิว เว็บไซต์ หรือ Social Media ก็สั่งซื้อได้ทันที
จุดอ่อนของบริการเดลิเวอรี่
  • ส่งอาหารได้ในพื้นที่จำกัดเท่านั้น เช่น ร้านอาหารอยู่ในเขตสมุทรปราการ ก็จะส่งเฉพาะในพื้นที่สมุทรปราการหรือพื้นที่ไม่กี่อำเภอ
  • อาจมีปัญหาจากการไม่รู้เส้นทาง ทำให้การจัดส่งล่าช้าลง โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถโทรติดต่อกับลูกค้าได้ในขณะกำลังจัดส่ง
  • ต้องมีความรับผิดชอบสูง โดยจะต้องจัดส่งอาหารถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดพร้อมแข่งกับเวลา ซึ่งหากเจอเส้นทางที่ลำบากก็จะเป็นอุปสรรคมากทีเดียว
          “เนื่องจากการเปิดร้านอาหารแบบเดลิเวอรี่ต้องมีต้นทุนสูงพอสมควรในการจ้างพนักงานจัดส่งเพิ่มเติมและค่าน้ำมันรถหรืออื่น ๆ ดังนั้นต้องมั่นใจก่อนว่าเมนูอาหารของคุณมีความน่าสนใจ และสามารถดึงดูดลูกค้าให้อุดหนุนได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากเปิดให้บริการไปแล้วแต่แทบไม่มีลูกค้ามาสั่งซื้อเลยเมื่อหักลบรายได้และต้นทุนทั้งหมดก็อาจกลายเป็นขาดทุนได้ นอกจากนี้ในเรื่องของการบริการจัดส่งอาหารไปถึงมือลูกค้า จะต้องมีความรวดเร็วทันใจเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า โดยในระหว่างการสั่งซื้อ หากพบว่าจุดที่ลูกค้าให้ไปส่งมีความห่างไกลจากร้านพอสมควรและต้องเจอกับปัญหารถติดหรือเส้นทางที่ลำบาก ก็ควรแจ้งแก่ลูกค้าก่อนว่าอาจมีความล่าช้าเล็กน้อยด้วยเหตุผลอะไร และจะไปถึงที่หมายประมาณกี่นาที เท่านี้ก็ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกแย่ แถมยังได้ความพึงพอใจจากลูกค้าอีกด้วย” ดร.ปุญญภณ กล่าวทิ้งท้าย