ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง SMEs กับโอกาสงานภาครัฐหลังโควิด-19

12 พฤษภาคม 2563

 

จากผลกระทบของโควิด-19 ที่มีกับเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้รับผลทางลบรุนแรงในระยะสั้น เนื่องจากมีสัญญางานก่อสร้างในมืออยู่ ธุรกิจและหน้างานยังดำเนินการได้ปกตินอกช่วงเวลาเคอร์ฟิว ลูกค้างานเอกชนบางอุตสาหกรรม เช่นกลุ่มโรงแรม ท่องเที่ยวและนันทนาการ อาจจะได้รับผลกระทบทางตรงจากวิกฤตครั้งนี้ ส่งผลให้งานก่อสร้างใหม่อาจถูกชะลอ เลื่อน หรือปรับรูปแบบเป็นงานปรับปรุงรีโนเวทแทน
 

งานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชน ก็คงชะลอตัวลงตามสภาพเศรษฐกิจและรอการดูดซับปริมาณที่พักอาศัยที่เหลืออยู่ในตลาด โดยเฉพาะตลาดคอนโดมีเนียม ที่มีแนวโน้มเปิดโครงการใหม่ลดลง แต่โครงการที่กำลังก่อสร้างก็เร่งก่อสร้าง เพื่อเร่งส่งมอบกันอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมี ปัญหาแรงงานหนีกลับต่างจังหวัด ต่างประเทศ หลังมาตรการล๊อคดาวน์ การสะดุดของซัพพลายเชนวัสดุก่อสร้างนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นเพียงระยะสั้น

 
ดังนั้นสถานการณ์โดยรวมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยังไม่ถึงกับย่ำแย่ เหมือนกับบางอุตสาหกรรม แต่นี่เป็น สัญญาณให้ผู้ประกอบการก่อสร้างจำเป็นต้องเร่งปรับตัว ควบคุมงบประมาณ สำรองเงินสด ดูแลวินัยการเงินอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อ หรือเกิดการระบาดรอบใหม่ในปีหน้า งานในมือทยอยหมดลง งานโครงการใหม่ไม่เข้า
 
ผลกระทบระยะกลาง-ยาวที่จะเกิดกับธุรกิจก่อสร้าง
ถึงแม้งานก่อสร้างภาคเอกชนจะชะลอตัวไปบ้าง แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ในระลอกถัดไป คือ การลงทุนก่อสร้างภาครัฐ การสร้างสาธารณูปโภคที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ ทั้งด้านสาธารณสุข คมนาคม ชลประทาน เนื่องจากการนำงบประมาณมาใช้ในการก่อสร้างก่อให้เกิดผลทวีคูณต่อระบบเศรษฐกิจหลายต่อ เกิดการจ้างแรงงานจำนวนมาก ตลอดทั้งซัพพลายเชนวัสดุก่อสร้างต่างๆ สินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นงานก่อสร้างภาครัฐ และโครงการเมกะโปรเจค โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2563-2564 นี้
 
ทั้งนี้น่าจะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงในการประมูลงานภาครัฐ การกระจุกตัวของงบประมาณในบางกระทรวง หรือ งานก่อสร้างบางประเภท รวมทั้งการเข้ามาแข่งขันจากผู้รับเหมาต่างชาติที่มาในรูปแบบของกิจการร่วมค้า ซึ่งคาดการณ์ว่า
  • ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดกลางขนาดย่อมจะเกิดการฟันราคา เพื่อแย่งงานหนักขึ้น
  • ราคาวัสดุก่อสร้างอาจจะยังไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดชะลอตัว
  • ผู้รับเหมาช่วง หรือผู้รับเหมารายย่อยน่าจะมีปัญหาสภาพคล่อง การจ้างเหมาช่วงอาจจะทำราคาได้ดีขึ้น


คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง
  • ดูเงื่อนไขสัญญาจากผู้ว่าจ้างอย่างละเอียดถี่ถ้วน เจ้าของโครงการอาจมีข้ออ้างในการบอกเลิก หรือเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา กรณีเป็นคู่สัญญาภาครัฐ จะมีความมั่นคงมากกว่า
  • เตรียมความพร้อมด้านการเงิน เสริมสภาพคล่อง สำหรับการประมูลงานและดำเนินโครงการ
  • ปรับระบบการบริหารนำเทคโนโลยีมาใช้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง การทำงานจากที่บ้าน การมีข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างเรียลไทม์ และการควบคุมต้นทุนอย่างละเอียด
  • เลือกลงทุนในการเพิ่มประสิทธิภาพงานก่อสร้าง นำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านลดระยะเวลาการก่อสร้าง ควบคุมต้นทุนค่าแรงและวัสดุ และควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้ได้ตามาตรฐาน ลดการแก้ไขเก็บงาน

โอกาสในการรับงานก่อสร้างภาครัฐยังมีอีกมาก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง SME ที่มีความพร้อมสามารถขยายขีดความสามารถในการรับงานเพิ่มขึ้นได้ โดยมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจ จะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสเติบโตได้ เมื่อมองในมุมของการบริหารภายใน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก ในการสั่งซื้อวัสดุ จ่ายค่าแรงคนงาน ผู้รับเหมาช่วง ค่าเช่าเครื่องจักร และค่าดำเนินการอื่นๆ การเพิ่มความสะดวกและลดต้นทุนในการทำธุรกรรมเหล่านี้ สามารถเพิ่มกำไรให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้
 
ไผท ผดุงถิ่น
CEO - Builk One Group