กฎหมายที่โรงแรมขนาดเล็กควรรู้

24 พฤษภาคม 2561

Highlight
 
  • โรงแรมขนาดเล็กที่ขออนุญาตจะต้องมีห้องพักเกิน 4 ห้องขึ้นไป และผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม คือ มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ในกรณีที่เจ้าของโรงแรมกระทำความผิดต้องเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและได้มีการจำคุก หากคำพิพากษาให้จำคุกแต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อนไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ ยังสามารถยื่นขอใบอนุญาตได้    

      ปัจจุบันการทำธุรกิจโรงแรมไม่ว่าจะมีขนาดเท่าใด จำเป็นต้องขอใบอนุญาตก่อนเปิดทำการก่อนเสมอ เจ้าของกิจการจึงต้องมีความรู้ในเรื่องของกฎหมาย เพื่อเป็นแนวทางในการขอใบอนุญาต SCB SME ได้เชิญ คุณชัยรินทร์ นุกูลกิจ ผู้อำนวยการ กลุ่มงานโรงแรม ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 3 สำนักการสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาให้ความรู้ด้านกฎหมายสำหรับธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้ประกอบนำไปปฏิบัติตามกันได้

      คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจทำธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กกันมากขึ้น ผลมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้มาเป็นกรุ๊ปขนาดใหญ่เหมือนแต่ก่อน ประกอบกับเทรนด์นักท่องเที่ยวที่หันมาสนใจเข้าพักในโรงแรมเล็ก ๆ ประเภท Boutique Hotel หรือ Hostel กันมากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กเติบโตไปอย่างรวดเร็ว แต่การเปิดโรงแรมมีข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายเช่นกัน เพราะฉะนั้นเจ้าของกิจการควรที่จะศึกษากฎหมายก่อนที่จะทำการเปิดโรงแรม ซึ่งกฎหมายที่ควรรู้สำหรับการเปิดโรงแรมขนาดเล็ก คือ
 
  1. ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม คือ มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือ คนเสมือนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของโรงแรมกระทำความผิดต้องเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและได้มีการจำคุก หากคำพิพากษาให้จำคุกแต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อนไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ ยังสามารถยื่นขอใบอนุญาตได้
  2. ห้องพักเกิน 4 ห้อง และให้เช่าไม่เป็นรายเดือน จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่เขตเพื่อขอเปลี่ยนประเภทการใช้งานอาคาร จากเพื่อการพักอาศัย เป็นการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม ตามกฎกระทรวง กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๑  (พรบ.โรงแรม 2547, ภาษีโรงแรม, ใบอนุญาต/จดทะเบียนโรงแรม) โดยเฉพาะอาคารเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมาก่อนแต่ไม่ได้ขอเป็นโรงแรม ตามกฎหมายใหม่ ได้มีการกำหนดเรื่องความปลอดภัยที่เข้มขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการเอง และของผู้เข้าพักในโรงแรม เช่น ทางหนีไฟภายในอาคารกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 0.80 ม. ผนังหรือประตูหนีไฟต้องทำจากวัสดุทนไฟได้เกิน 30 นาที มีถังดับเพลิงสำหรับพื้นที่ทุก 1,000 ตร.ม. ต้องทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ถ้าเป็นโรงแรมที่มีห้องพักในชั้นเดียวกันไม่เกิน 20 ห้องจะต้องมีทางเดินกว้างไม่น้อยกว่า 1.20 ม. บันไดต้องกว้างไม่ต่ำกว่า 0.90 ม. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร เป็นต้น

      เรื่องที่จอดรถยนต์ จากเดิมกฎหมายกำหนดให้โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 30 ห้องขึ้นไปต้องมีที่จอดรถ ซึ่งเป็นปัญหาของโรงแรมขนาดเล็ก เนื่องจากมีพื้นที่ประกอบการน้อยอยู่แล้ว ยังต้องจัดสรรมาทำที่จอดรถอีก ทำให้ผู้ประกอบการ SME บางรายทำผิดด้วยการไม่ทำที่จอดรถ ดังนั้นกฎหมายใหม่จึงได้มีการอนุโลมในเรื่องนี้ โดยหากมีพื้นที่ Lobby หรือพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ไม่เกิน 300 ตร.ม. หรือโรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่ตามสภาพธรรมชาติที่ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถ เช่น โรงแรมที่ต้องนั่งเรือเข้าไป ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถ

      เรื่องผังเมือง เดิมกฎหมายอนุญาตให้สร้างโรงแรมได้เฉพาะพื้นที่เขตพาณิชย์ เช่น สีลม สุขุมวิท หรือย่านใจกลางเมือง ซึ่งที่ดินมีราคาแพงมาก ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กจึงแทบจะหมดสิทธิ์ไปทำธุรกิจในย่านนั้น และไม่อนุญาตให้สร้างหรือออกใบอนุญาตโรงแรมในพื้นที่อื่น ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ อย่างถนนข้าวสารหรือบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จึงมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นมากขึ้น โดยผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบผังเมืองใหม่ที่มีการอนุญาตให้ทำธุรกิจโรงแรมได้ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือ www.dpt.go.th นอกจากนี้อยากให้ผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อตึกเก่ามาปรับปรุงใหม่ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่า ตึกที่สนใจจะซื้อนั้นเคยมีการฟ้องร้องเป็นคดีความหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอในท้องที่นั้น ๆ ด้วย

      ในกรณีการเปิดที่พักขนาดเล็กมีที่พักไม่เกิน 4 ห้อง รองรับผู้พักไม่เกิน 20 คน เป็นกิจการสนับสนุนรายได้เสริมไม่ถือว่าเป็นโรงแรม แต่ก็ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดในเบื้องต้น และในความเป็นจริงพบว่าเกินครึ่งของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวมักจะไม่จดทะเบียนโรงแรมตามข้อกำหนด  เพราะความยุ่งยากในกฎหมายโรงแรม กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการกฎหมายส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเอกสารราคาสูง จึงทำให้เจ้าของกิจการหลายแห่งยังไม่มีใบขออนุญาตอย่างถูกต้อง

      ทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กไม่ว่าจะเป็นรายใหม่หรือรายเก่าให้เร่งแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องภายในปี พ.ศ.2564 เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายผ่อนปรนก่อนกฎหมายจริงจะบังคับใช้ แต่สำหรับอาคารที่ต้องมีการดัดแปลงได้แก่ มีการเพิ่มหรือลดพื้นที่อาคารเกิน 10% หรือมีการเพิ่มน้ำหนักอาคารเกิน 10% จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2562 นี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรใส่ใจในเรื่องดังกล่าวให้มาก เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง