Content โดนใจ สร้างแบรนด์ดังได้เพียงข้ามคืน

6 กุมภาพันธ์ 2561

           ถึงวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าพลังของโลกโซเชียลน่าทึ่งแค่ไหน หลายคนใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างพื้นที่ของตัวเองบนโลกโซเชียล เพื่อเป็นฐานในการต่อยอดมาเป็นธุรกิจใหม่ ขณะที่แบรนด์ใหญ่ๆ ก็ให้ความสำคัญกับการทำตลาดบนโลกออนไลน์มากขึ้น จนถึงช่วงหนึ่งกลายเป็นสูตรสำเร็จว่าใครอยากดังชั่วข้ามคืนให้ทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ทว่าคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งอย่างเดียวยังไม่ใช่คำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งมีเกร่อเสียจนคนเริ่มเบื่อๆ การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งจึงต้องมีกลยุทธ์
           ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าในยุคปัจจุบัน คงไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีเท่ากับ อาริยะ คำภิโล เจ้าของแบรนด์ Johns’ Salad ร้านขายสลัดผักที่กำลังโด่งดังบนโลกออนไลน์ในตอนนี้ ซึ่ง SCB SME ได้เรียนเชิญมาเผยประสบการณ์ให้ เอสเอ็มอีได้นำไปปรับใช้กัน

HIGHLIGHT
  • สร้างคาแรคเตอร์ที่จดจำง่าย ให้เป็นตัวแทนของกลุ่มลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมาย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และสนใจการดูแลสุขภาพ มาเป็นตัวเดินเรื่อง ในการเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ โดยใช้ภาษาที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และเข้าถึงได้ไม่ยากนัก
  • เรื่องที่คนทั่วไปให้ความสนใจ มักเรียกความสนใจคนให้มากดไลค์กดแชร์ได้ไม่ยากนัก ยิ่งหากเรื่องนั้นอยู่ในกระแสสังคมด้วยก็ยิ่งทำให้ยอดไลค์ยอดแชร์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
  • สิ่งสำคัญในการทำคอนเทนต์ ผู้ทำจะต้องมีความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเชิงอุปมาอุปไมย เพื่อให้คนเข้าใจ และจดจำได้ง่าย ซึ่งรวมถึงคำที่ใช้ต้องเป็นคำง่ายๆ และนำมาใช้ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • หลังโพสต์เสร็จใหม่ๆ ให้พยายามตอบคอมเมนต์ใต้โพสต์ให้ไวที่สุด และมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อดันเพจให้อยู่ในความสนใจคนให้นานที่สุด และถ้ามีเวลามากขึ้นให้ตอบคำถามของลูกเพจที่อินบ็อกซ์เข้ามา เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับลูกเพจของเรา 
          อาริยะ เล่าว่าตัวเขาเองก็เหมือนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่หลังเปิดร้านมาใหม่ๆ ก็สร้างเพจขึ้นมาเป็นเครื่องมือสื่อสารแบรนด์ แต่ในยุคแรกที่ทำยังเป็นการทำตามแบบเดิมๆ ที่คนทั่วไปทำกันอยู่ ทำให้ผลตอบรับที่ได้ไม่คุ้มกับความเหนื่อยที่ทุ่มเทไป จนมาค้นพบว่าคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งที่ดีจะต้องมีคาแรคเตอร์ที่น่าจดจำ
         “ความที่ผมทำธุรกิจร้านอาหาร การประชาสัมพันธ์ผ่านเพจช่วงแรกๆ ก็จะเป็นการถ่ายรูปอาหารเมนูต่างๆ โชว์ เน้นสีสันให้ดูรูปสวย แล้วโพสต์ลงบนเพจเฟซบุ๊ค ซึ่งก็เหมือนกับที่ร้านอาหารหลายๆ ร้านเขาทำกัน ก็เลยไม่มีจุดแตกต่างที่น่าสนใจ ตอนเริ่มทำแรกๆ ยอดไลค์ของเรามีแค่ผมกับแฟน สองคนแค่นั้น แล้วค่อยๆ เพิ่มมาเป็นหลักร้อย แล้วก็นิ่งอยู่แค่นั้น มาดังเปรี้ยงปร้างอีกทีก็ตอนที่เราเริ่มทำคอนเทนต์เป็นซีรีส์การ์ตูน และสร้างคาแรคเตอร์ลุงโจนส์ขึ้นมา โดยให้ลุงโจนส์มาเล่าเรื่องสุขภาพแบบง่ายๆ เป็นเหมือนตัวแทนของคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ และแบ่งปันวิธีในการแก้ปัญหาแบบเข้าใจง่าย คนก็เลยชอบ กดติดตาม และกดแชร์ จนถึงวันนี้เพจลุงโจนส์มียอดผู้ติดตามเป็นล้านคน” 

        อาริยะบอกว่าแนวคิดในการสร้างคาแรคเตอร์ลุงโจนส์มาเล่าเรื่องสุขภาพผ่านหน้าเพจแบบเป็นซีรีส์ต่อเนื่องนั้น ได้มาจากความบังเอิญที่ร้านสลัด ร้านแรกของเขาถูกไล่ที่ ทำให้ช่วงระหว่างที่เขายังหาทำเลเปิดร้านที่ใหม่ไม่ได้ จึงใช้ช่วงเวลานั้นหัดวาดภาพการ์ตูน เล่าเรื่องราวชีวิตพ่อค้าของตัวเอง ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับดี มีคนมาให้กำลังใจจำนวนมาก ทำให้เขามีกำลังใจสู้ต่อ และลุกขึ้นมาหาทำเลใหม่จนได้เปิดร้านใหม่อีกครั้งที่ เอสพลานาด รัชดา พร้อมกับค้นพบว่าเขาชอบเล่าเรื่องผ่านการเขียนการ์ตูน

          “ยิ่งมีคนมากดไลค์ ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกดี และมีกำลังใจที่จะทำต่อ ที่สำคัญคือมีคนเข้ามาถามปัญหาสุขภาพกับเรา ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นความหวังของเขา ทีนี้ผมก็เริ่มต้นศึกษาเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง เริ่มอ่านตั้งแต่หนังสือร่างกายของเราของเด็กอนุบาล จนมาถึงงานวิจัยเชิงลึกเลย ยิ่งศึกษาลึกขึ้นเรื่อยๆ ก็จะพบว่าเรื่องสุขภาพบางประเด็นยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงระหว่างหมอด้วยกันเลย ทำให้เวลาอ่านบทความสุขภาพ แม้จะเป็นหมอเขียน เราก็ต้องหางานวิจัยมาอ้างอิงด้วย ผมใช้เวลาศึกษา 1 ปีเต็ม จนกลายเป็น 1 ปีที่เปลี่ยนชีวิตของผมไปเลย”
        “ข้อดีของการเริ่มต้นศึกษาจากคนไม่รู้อะไรเลย ทำให้รู้ว่าคนที่ไม่รู้ เขาอยากรู้เรื่องอะไร ทำให้คอนเทนต์ที่ผมทำขึ้นมาเหมือนไปตอบคำถามที่คาใจคนอ่าน ก็เลยมียอดแชร์สูง คอนเทนต์หนึ่งมียอดแชร์ประมาณ 70,000-90,000 ครั้ง จนวันหนึ่งทำเรื่องการนอนดึก อยู่ๆ มีพยาบาลของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ติดต่อมาเชิญให้ผมไปพูดเรื่องการนอนหลับให้เหล่าพยาบาลฟัง 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ได้รับเชิญจากหน่วยงานต่างๆให้ไปพูด แล้วก็มีหลายหน่วยงานมอบรางวัลให้จนกลายเป็น Influencer ด้านสุขภาพไปเลย”

         จากการทำมาร์เก็ตติ้งคอนเทนต์ทำให้ยอดขายสลัดของอาริยะเพิ่มขึ้น 30% และสามารถขยายสาขาจนมีถึง 5 สาขาด้วยกัน แถมยังทำให้เขามีรายได้จากการรับจ้างเป็น Influencer ด้านสุขภาพให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพ อย่าง สสส. อย. หรือแม้แต่เจ้าของสินค้าเพื่อสุขภาพด้วย โดยปัจจุบันเขายังได้เปิดบริษัทใหม่ชื่อ ลุงโจนส์มีเดีย เพื่อรับทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งโดยเฉพาะอีกด้วย
        อาริยะบอกว่าในการสร้างคอนเทนต์ให้คนแห่กันมาไลค์มาแชร์ หลักสำคัญมีอยู่นิดเดียว คือการเลือกเรื่องที่คนสนใจมาทำ หรือไม่เรื่องนั้นก็ต้องอยู่ในกระแส ยิ่งถ้าเอาเรื่องที่เป็นกระแส กับเรื่องที่คนสนใจมาใส่ในคอนเทนต์เดียวกันได้ ก็จะยิ่งทำให้คอนเทนต์ดังเปรี้ยงปร้างแบบข้ามคืนเลยทีเดียว
       “บางคอนเทนต์ทำออกมาดีมาก แต่เป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยสนใจ เขาก็ไม่ไลค์ไม่แชร์กัน อย่างคอนเทนต์ของผมที่ได้แชร์เยอะสุด 200,000 กว่าแชร์ คือ “นอนดึก.. ยังไงให้สุขภาพดี” และยังเป็นคอนเทนต์ที่เปลี่ยนชีวิตผมด้วย เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หน่วยงานด้านสุขภาพสนใจเชิญผมไปพูดในฐานะ Influencer นอกจากการเลือกเนื้อหาที่เอามาเล่าแล้วเวิร์ดดิ้งที่จะเอามาใช้ก็สำคัญ ต้องเป็นเวิร์ดดิ้งที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ง่าย ไม่ใช่คำสวยแต่ต้องตีลังกาคิด อย่างนี้ก็ไม่ไหว ที่สำคัญต้องเอามาใช้บ่อยๆ ให้คนเห็นจนติดตา
       “คอนเทนต์ก่อนหน้านี้ผมทำเองทั้งหมด แล้วไม่เคยรู้สึกตัน เพราะเราจะได้แนวทางมาจากลูกเพจตลอด จากคำถามที่มีมาเรื่อยๆ จนเราทำไม่ทันเสียด้วยซ้ำ เดี๋ยวต้นปีนี้ผมจะเริ่มมีทีมทำคอนเทนต์แล้ว สิ่งสำคัญในการทำคอนเทนต์เราต้องเข้าใจเนื้อหามันจริงๆ ก่อน แล้วทำภาพออกมาแบบเชิงอุปมาอุปไมย และมีจุดให้คนจดจำได้ง่าย นอกเหนือจากตัวคาแรคเตอร์หลักที่เราใช้ในการเล่าเรื่อง
       “อีกหนึ่งเคล็ดลับคือการตอบคำถามลูกเพจ ซึ่งจะมีมา 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นคอนเมนท์ใต้โพสต์ กับในอินบ็อกซ์ส่วนตัว ให้พยายามตอบคอมเมนต์ใต้โพสต์มากที่สุด เพราะจะมีผลในการช่วยดันเพจเราด้วย ซึ่งทุกคอมเมนท์ผมจะตอบกลับทันทีในช่วงที่ลงโพสต์ใหม่ๆ แต่ถ้าหลังจากนั้น พอมันเยอะมากๆ ผมก็จะปล่อยๆ ไปบ้าง แต่ช่วงลงโพสต์ใหม่ๆ นี้ต้องไม่ให้ขาดเลย ผมอยากแนะนำให้คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งใหม่ๆ ให้พยายามตอบคอมเมนท์ใต้โพสต์เยอะๆ ส่วนในอินบ็อกซ์ ถ้ามีเวลาก็ตอบบ้าง เพราะจะเป็นส่วนที่ช่วยให้ความสัมพันธ์กับลูกเพจมีมากขึ้น”
        อาริยะบอกว่าแนวโน้มการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งจะยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีคนทำออกมาเยอะจนช้ำแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพนิ่งซึ่งเริ่มได้ผลการส่งต่อที่ไม่คุ้มเหนื่อยแล้ว คอนเทนต์ที่ไปได้ดีนับจากนี้ไปจึงจะเป็นรูปแบบที่ต้องลงทุนมากขึ้น เช่น การทำภาพเคลื่อนไหว ซึ่งต้องใช้ทักษะการทำมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางที่ตัวเองมีความถนัด ซึ่งหากไม่ถนัดการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาทำอาจให้ผลคุ้มค่ากว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการสร้างแบรนด์ให้มีการเติบโตในระยะยาว

           ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมดี ๆจาก  SCB SME  ที่มีให้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง https://scbsme.scb.co.th/