ถอดรหัสเจ้าสัวเงินล้าน พลิกโฉมธุรกิจ ยาแผนโบราณ

30 พฤษภาคม 2561

Highlight:
  • ก่อนจะ Rebranding ธุรกิจ มีสิ่งสำคัญที่ควรรู้ 3 ข้อหลัก ๆ คือ
    1. ต้องรู้จักตัวเองให้ชัดว่าธุรกิจเราเป็นอย่างไร เพื่อจะได้รู้ว่าจุดแข็งของธุรกิจคืออะไร
    2. มองปัญหาในธุรกิจให้แตก อย่าหลอกตัวเองว่าไม่มีปัญหา และต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหานั้นก่อน
    3. ตั้งคำถามว่า เราจะ Rebrand เพื่ออะไร และจะ Rebrand อย่างไร เพื่อจะได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และหาวิธีไปสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น
  • หลายคนคิดว่าการ Rebrand คือการเปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนแพกเกจจิ้ง แต่จริงๆ มันต้องเปลี่ยนให้ลึกกว่านั้น ต้องวิจัยธุรกิจตัวเอง วิจัยผู้บริโภค ที่สำคัญเมื่อ Rebrand แล้ว อย่าลืมรักษาตัวตนเดิมของตัวเองไว้ด้วย
  • ประโยชน์ของการ Rebranding ธุรกิจเดิมที่เปิดมานานคือ เราจะขยายกลุ่มเป้าหมายสู่ฐานลูกค้าที่มีอายุน้อยลงได้ เพราะเมื่อแบรนด์ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ก็จะเข้ามาเอง
  • สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจยุคนี้คือ ต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้ผู้บริโภคเข้าถึงเราง่ายที่สุด สะดวกที่สุด เปลี่ยนสิ่งที่ดูยาก ให้เข้าใจง่าย พูดง่าย ๆ คือเราต้องเสิร์ฟความสบายให้ลูกค้า
เคล็ดลับความสำเร็จของเวชพงศ์โอสถ
หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ที่ช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนมี 3 ข้อ คือ
  1. ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
          เวชพงศ์โอสถ เริ่มธุรกิจด้วยการซื้อ-ขายสมุนไพรที่นำมาเป็นส่วนผสมของตำรับยา ธุรกิจได้ดำเนินและเติบโตเรื่อยมา กระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญคือ คุณเจนกิจ เวชพงศา ทายาทรุ่นที่ 2 ได้ศึกษาหาความรู้ด้านสมุนไพรทั้งไทยและจีน ทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบันอย่างถ่องแท้ นำมาพัฒนาเป็นสูตรตำหรับยาของตนเอง แล้วขึ้นทะเบียนไว้ ทำให้ได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตขึ้นมาอีกระดับ ทั้งยังได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยปัจจุบันเวชพงศ์โอสถมีตำรับยาเป็นของตัวเองกว่า 100 สูตร จำหน่ายสมุนไพรไทยและจีนมากกว่า 800 ชนิด

          ทั้งนี้ปัจจุบันเวชพงศ์โอสถวางตัวเองเป็น One stop service ในด้านยาทั้งแพทย์แผนไทย จีน รวมทั้งแผนปัจจุบัน โดยมีการใช้เทคโนโลยีและนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาธุรกิจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเครื่องต้มยาจีนเป็นรายแรกของประเทศ เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการต้มยาหม้อ การพัฒนาถุงสำหรับบรรจุยาจีนพร้อมดื่ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย เป็นต้น โดยเวชพงศ์โอสถถือเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้เพื่อประกอบธุรกิจ

          “ทำธุรกิจ อย่ามัวแต่มองคู่แข่ง เพราะคุณจะทำธุรกิจอย่างไม่มีความสุขเลย ใครทำอะไรอย่าไปสนใจ สนใจว่าคุณจะทำอะไรให้ธุรกิจดีขึ้นดีกว่า เราต้องแข่งกับตัวเอง มองย้อนกลับไปว่าปีที่แล้วเราทำอะไร ปีนี้เราทำดีกว่าปีก่อนหรือยัง ถ้าปีนี้ยังทำเหมือนปีก่อน เท่ากับว่าคุณแย่แล้ว เพราะคุณไม่ได้พัฒนาเลย”

          ปัจจุบันเวชพงศ์โอสถ ได้ชื่อว่าเป็นร้านยาแผนโบราณรายแรกที่ “ขึ้นห้าง” ขยายตลาดสู่ผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ โดยปัจจุบันมีสาขาที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ เซ็นทรัลลาดพร้าว และมีแผนจะขยายอีกหลายสาขา
  1. ความซื่อสัตย์
          สิ่งสำคัญที่สุด ที่ทำให้ธุรกิจยั่งยืนคือ เราต้องซื่อสัตย์ทั้งกับตัวเองและลูกค้า
          
          “ซื่อสัตย์กับตัวเองคือ ไม่ว่าเราจะทำอะไร อย่าลืมตัวตน อย่าลืมว่าจุดเด่น จุดแข็ง จุดยืนของธุรกิจเราคืออะไร อย่าไปหวั่นไหวกับสิ่งรอบข้าง ถ้าเราคิดมาแล้ว และมั่นใจมากพอว่าสิ่งที่เราคิด คือสิ่งที่เราศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว ก็ลงมือทำตามนั้น”

          นอกจากนี้สิ่งที่ปลูกฝังมาจากรุ่นสู่รุ่นคือ ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า

          “สิ่งที่เราถูกปลูกฝังมาตลอดคือ อากงบอกเสมอว่า คนที่เขาป่วย เท่ากับว่าร่างกายของเขาติดลบมาแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่ห้ามทำคือ การขายของที่ไม่ดีให้เขา เพราะถ้าเราทำอย่างนั้น เท่ากับเป็นการซ้ำเติมเขาเข้าไปอีก เราก็ยึดหลักการนี้ในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด เรามอบความจริงใจให้ลูกค้า ไม่มีการพูดเกินจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณยาใด ๆ เลย”
“ปัจจุบันเรารับจ้างผลิตยาให้บริษัทต่าง ๆ ซึ่งเหตุการณ์ที่เราเจอบ่อย ๆ คือ มีคนมาขอซื้อตำรับยานั้น ๆ ซึ่งบางคนก็บอกให้เราตีราคาเลยว่าเท่าไร 1 ล้าน 2 ล้าน เราก็บอกเขาไปตรง ๆ ว่าเราตีราคาไม่ได้หรอก เพราะไม่ว่าเงินจะมากแค่ไหน ก็ไม่เพียงพอที่จะแลกกับความเชื่อใจที่ลูกค้ามอบให้เรา”
 
  1. ลงมือทำในฐานะเจ้าของธุรกิจ แต่คิดจากมุมมองของลูกค้า
          เจ้าของธุรกิจควรจะทำงานได้ในทุก ๆ ตำแหน่ง และทำอย่างจริงจัง เต็มที่ เพราะนอกจากจะทำให้เราเข้าใจกระบวนการทำงานอย่างถ่องแท้แล้ว เวลางานมีปัญหาก็สามารถแก้ปัญหานั้นได้อย่างตรงจุด และตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่ลูกน้องรายงานนั้น ถูกต้องตามที่ควรจะเป็นหรือไม่

          ส่วนการคิดวางแผนเพื่อพัฒนาธุรกิจนั้น ควรคิดจากมุมมองลูกค้า เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการของเขาได้ดีที่สุด “อย่ามองว่าเราเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่จงมองว่าตัวเองเป็นลูกค้า ถ้าเราเป็นลูกค้า เราอยากได้อะไร การบริการแบบไหน และจงทำแบบนั้นให้ลูกค้า”
 
การพลิกโฉม ธุรกิจที่มีอายุกว่า 100 กว่า
  1. ปัญหาหลักในการทำธุรกิจครอบครัว
ข้อดีของการดำเนินธุรกิจต่อจากครอบครัว คือชื่อเสียงประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ก็มีปัญหาเช่นกัน

          1.1 ต้องศึกษาข้อมูลให้มากพอ เพราะหากพลาด อาจไม่มีโอกาสครั้งที่ 2 เพราะธุรกิจแบบกงสี การจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ครั้งหนึ่ง มันไม่ง่าย ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันเป็นเรื่องความเชื่อใจ ถ้าก้าวแรกคุณพลาด มันอาจจะไม่มีโอกาสครั้งที่ 2 ฉะนั้นก่อนเราจะทำอะไร ต้องหาข้อมูลให้แน่น ละเอียด และมั่นใจจริงๆ ว่าจะประสบความสำเร็จ

          1.2 ต้องรู้จักสื่อสารให้เป็น

           - อย่าพูดทุกสิ่งที่คิด การทำธุรกิจที่มีความแตกต่างกันทั้งเรื่องวัยวุฒิและคุณวุฒิ เรื่องการสื่อสารถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราจะพูดในทุกสิ่งที่คิดไม่ได้ แต่ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งที่พูดนั้นเหมาะสมหรือไม่ เราต้องเข้าใจว่าช่องว่างระหว่างวัยมันมีมาก ฉะนั้นจะไปบังคับให้เขาเข้าใจเราฝ่ายเดียวไม่ได้ เราต้องปรับที่ตัวเองด้วย คิดเสมอว่า เรากำลังคุยกับใคร เราก็ต้องใช้ภาษานั้น ซึ่งการปรับคำพูดนี้ ไม่ได้ จุดมุ่งหมายของการสื่อสารก็ยังเป็นแบบเดิม เช่น ต้องการให้ฝ่ายผลิต ผลิตยาเร็วขึ้น เพราะตอนนี้ส่งออร์เดอร์ให้ลูกค้าล่าช้า แทนที่จะพูดว่า ทำไมช้าแบบนี้ล่ะ ผลิตเร็วกว่านี้ได้ไหม ซึ่งมีปัญหาแน่นอน ก็ปรับเป็นคำว่า พอจะเป็นไปได้ไหมที่จะช่วยผลิตยาให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งใจความหลักไม่ได้ต่าง แต่คนฟังเข้ารู้สึกต่างกันแน่นอน

           - ทำงานก็ต้องรายงาน “อีกปัญหาสำคัญของการทำงานกับครอบครัวคือ เราไม่ค่อยบอกว่าเราทำงานอะไรบ้าง ซึ่งต่างจากการทำงานในบริษัท ที่จะต้องมี Report ผลงานเป็นประจำ โดยปัญหาของการไม่รายงานผลการทำงานคือ เขาจะไม่รู้ว่าเราทำอะไรบ้าง ผลงานเป็นอย่างไร ฉะนั้นเราต้องรายงานด้วย เพื่อเวลาที่เราอยากพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เขาจะได้เชื่อใจ
  1. แนวคิดการ Rebrand ธุรกิจ
          ก่อนจะ Rebrand ธุรกิจ มีสิ่งสำคัญที่ควรรู้ 3 ข้อหลัก ๆ คือ

          2.1 ต้องรู้จักตัวเอง ให้ชัดว่าธุรกิจเราเป็นอย่างไร เพื่อจะได้รู้ว่าจุดแข็งของธุรกิจคืออะไรตอนที่เราจะขึ้นห้าง เราไม่ได้ตอบรับโอกาสในทันที เราต้องศึกษา จ้างบริษัททำวิจัยจริง ๆ ว่าโอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จมีมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็ต้องมาคิด ออกแบบว่าควรจะวางตัวเองอย่างไร ตกแต่งร้านแบบไหน ก็มีหลายคนบอกว่า ไม่ต้องเอาตู้ยาไปหรอก มันไม่เข้ากับห้าง แต่เราก็คิดว่า ไม่ได้ต้องเอาไป เพราะมันคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเรา หลายคนคิดว่าการ Rebrand คือการเปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนแพกเกจจิ้ง แต่จริง ๆ มันต้องเปลี่ยนให้ลึกกว่านั้น ต้องวิจัยธุรกิจตัวเอง วิจัยผู้บริโภค ที่สำคัญเมื่อ Rebrand แล้ว อย่าลืมรักษาตัวตนเดิมของตัวเองไว้ด้วย

          2.2 มองปัญหาในธุรกิจให้แตก อย่าหลอกตัวเองว่าไม่มีปัญหา และต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหานั้นก่อนเมื่อเราจะ Rebrand เราก็มาศึกษาว่าปัญหาสำคัญของธุรกิจคืออะไร โจทย์สำคัญคือทุกคนคิดว่ายาจีน ดื่มยาก ต้องมาต้ม ต้องมาตวงน้ำ คอยเฝ้าว่าได้ที่หรือยัง จากน้ำ 5 แก้ว ต้องเหลือ 1 แก้ว ซึ่งไม่เข้ากับพฤติกรรมคนยุคปัจจุบัน ฉะนั้นเราต้องแก้จุดนี้ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงยาให้ง่ายที่สุด ดื่มได้สะดวกที่สุด เราจึงนำเข้าเครื่องต้มยาจีนเข้ามา ที่ใส่ตัวยา ตวงน้ำ กดต้ม เมื่อได้ระดับน้ำที่พอเหมาะ เครื่องจะตัดการทำงานทันที และต่อยอดให้สะดวกเข้าไปอีกคือ การมีถุงแพกเป็นยาจีนพร้อมดื่ม เมื่อลูกค้ามาตรวจกับหมอในร้าน เราจ่ายยากลับไป ถ้าเขาไม่สะดวกต้ม เรามีบริการต้มและแพกใส่ถุงให้เลย สมมติต้องดื่ม 10 วัน ก็เอาไป 10 ถุง ดื่มวันละถุง สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจยุคนี้คือ ต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้ผู้บริโภคเข้าถึงเราง่ายที่สุด สะดวกที่สุด เปลี่ยนสิ่งที่ดูยาก ให้เข้าใจง่าย พูดง่ายๆ คือเราต้องเสิร์ฟความสบายให้ลูกค้า
 
          2.3 ตั้งคำถาม เราจะ Rebrand เพื่ออะไร และจะ Rebrand อย่างไร เพื่อจะได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และหาวิธีไปสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้นเราต้องการ Rebrand ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เริ่มจากการปรับโลโก้ ปรับแพกเกจจิ้ง ปรับการทำการตลาด พัฒนาช่องทางการขายให้ทันสมัย และตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากธุรกิจยาเป็นธุรกิจที่มีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ เช่น ต้องจ่ายยาด้วยเภสัชกรเท่านั้น ฉะนั้นแม้ว่าเราจะมีเว็บไซต์ แต่เว็บไซต์เราจะไม่สามารถคลิกเพื่อซื้อยาได้ทันที (แม้เจ้าอื่นๆ จะทำกันเกลื่อน แต่เราไม่ทำ เพราะรู้ดีกว่ามันไม่ถูกกฎหมาย) ฉะนั้นคนที่จะซื้อยาจากเราต้องโทรศัพท์มาปรึกษาเภสัชกร จึงจะจ่ายยาได้ โดยเราก็เพิ่มบริการขนส่งถึงที่ มีส่งของทุกวันวันละ 2 รอบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ประโยชน์ของ Rebranding ธุรกิจเดิมที่เปิดมานานคือ เราสามารถขยายกลุ่มเป้าหมายสู่ฐานลูกค้าที่มีอายุน้อยลงได้ โดยไม่เสียฐานลูกค้าเดิมเพราะมีความเชื่อถือในแบรนด์เราอยู่แล้ว หากเราทำให้แบรนด์ดูทันสมัย เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ก็จะเข้ามาเอง