เรียนรู้ความสำเร็จ ธุรกิจจัดเลี้ยงสายบุญ

26 เมษายน 2561

Highlight
  • การทำธุรกิจจัดเลี้ยงสายบุญ สิ่งสำคัญที่คุณควรใส่ใจ คือ เรื่องของความถูกต้องในทุก ๆ กระบวนการ เพราะงานบุญแต่ละประเภทมีการเตรียมงานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น คุณควรมีการศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนที่จะรับงาน
  • หัวใจในการทำธุรกิจสายบุญ คือ เรื่องของเวลา เพราะงานบุญต้องอาศัยฤกษ์งามยามดี เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะต้องเสร็จและจบตามเวลาที่ลูกค้ากำหนดให้ได้

      การทำธุรกิจรับจัดเลี้ยงให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ปัจจัยพื้นฐานสำคัญมีหลายอย่างแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทราบ คือ ลูกค้าทุกคนที่จัดงานต่างมุ่งหวังให้งานเลี้ยงของตัวเองออกมาดูดีที่สุดและเป็นที่จดจำ ซึ่งธุรกิจจัดเลี้ยงเองก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ทาง SCB SME อยากให้ผู้ประกอบการ SME รู้จักกับธุรกิจจัดเลี้ยงสายบุญ อย่าง “บุญนำพา” จึงเชิญ คุณสรสิช เนตรนิล CEO บริษัท บุญนำพา (ประเทศไทย) จำกัด มาเล่าประสบการณ์การทำธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการ SME ไปปรับใช้

      คุณสรสิช เล่าถึงการก้าวมาจับธุรกิจจัดเลี้ยงสายบุญว่า ย้อนไปหลายปีการรับจัดงานบุญมีอยู่ แต่ไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและยังมีศักยภาพในการรับงานได้จำกัด ผู้ที่อยากใช้บริการยังไม่มั่นใจ จุดนี้จึงเป็นช่องว่างทางการตลาด การเกิดขึ้นของบุญนำพาไม่ใช่ผู้บุกเบิก ไม่ใช่เจ้าแรกหากแต่เป็นเจ้าใหม่ที่ลงมาในสายธุรกิจนี้ และใช้ความรู้ประสบการณ์ทำงานด้านการตลาด โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ทำให้บุญนำพาเป็นเจ้าใหญ่รายแรกที่รับจัดงานบุญในประเทศไทยอย่างเช่นในทุกวันนี้ ธุรกิจของคุณสรสิชเริ่มจากงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่ามีคนรับจัดงานแบบนี้ไหม แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้บริการจากบริษัทอื่น ๆ แล้วได้ตั้งศาลพระภูมิ ได้เจอพระอาจารย์ที่ผมนับถือ ท่านบอกว่า การทำงานนี้ได้เอาสิ่งดี ๆ ไปบอกคนอื่น จึงไม่เครียด มีความสุข หน้าตาอิ่มเอิบ เลยเกิดความคิดที่อยากช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากนี้และได้ทำบุญด้วย

      โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจจากทีมแค่ 2 คน ซึ่งจริง ๆ ผมตั้งใจจะทำงานแค่วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เนื่องจากเราเคยทำกลยุทธ์ทางการตลาดให้บริษัทต่าง ๆ เรารู้ว่าทำยังไงที่คนจะ search เจอเรา ประเมินสถิติว่าเข้ามาหาเรามากน้อยแค่ไหน เราทำการตลาดออนไลน์ ใช้ความรู้ทางการตลาดให้คนรับรู้ให้คนเข้าถึงมากขึ้น พอทำมีความต้องการเข้ามาเยอะ เดือนแรกเราคิดว่าจะมีงานสองงาน แต่มี 7 งาน ขยับเป็น 10 งาน เราเลยวิเคราะห์ว่าทำไมตลาดนี้โตเร็ว ในปีแรกธุรกิจผมโต 100 เปอร์เซ็นต์ รับจากวันละ 1 งาน กลายเป็น 5 งาน 10 งาน ปีที่ 2 รับ 20 งาน โตตามเรียลเอสเตท ที่เกิดขึ้นปีนึงแสนหลังทั้งแนวราบแนวสูง ผมคิดว่าถ้าเราได้ 1 เปอร์เซ็นต์นั้น ธุรกิจก็ดำเนินด้วยดีแล้ว แต่กลับดีเกินที่คาดไว้

      จุดเด่นของบุญนำพาคือ รักการบริการประหนึ่งญาติ  ตัวคุณสรสิชนั้นไม่ได้มองธุรกิจนี้จะต้องทำกำไรมหาศาลจากธุรกิจนี้ เป็นการทำธุรกิจทำไปพร้อมกับการเรียนรู้ เวลาทำงานก็เหมือนได้บุญไปด้วย

      คุณสรสิช บอกต่อว่า ถึงแม้ธุรกิจรับจัดงานบุญที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ผมขอพร้อมยืนยันว่าไม่นิยมทำธุรกิจแบบโลภ กอบโกย แม้จะมีผู้สนใจเข้ามาขอร่วมทุน หรืออยากซื้อแฟรนไชส์ เพราะมองว่านอกจากเรื่องแบรนดิ้งที่น่าเชื่อถือแล้วการบริการด้วยใจให้งานออกมาดีนั้นสำคัญกว่าจำนวนเงิน เพราะตั้งใจให้ธุรกิจบุญนำพาเป็น Service Mind และที่บุญนำพาได้รับการบอกต่อ เป็นเพราะความไว้ใจ ผมบอกพนักงานเสมอว่า ลูกค้าคือญาติ อย่าคิดว่าเป็นธุรกิจ ไปถึงบ้านงานมีอะไรให้ช่วยยก อย่าคิดว่าเขาจ้างเรา และเรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะงานบุญต้องตรงตามฤกษ์ยาม ผมไม่ใช่แค่ผู้บริหารผมต้องรู้ทุกอย่าง ผมจะค่อย ๆ สอนพนักงาน ต้องให้เขารู้สึกรักในองค์กร ให้รู้สึกว่าพวกเรากำลังทำดี เรากำลังทำบุญ อย่างการรับโทรศัพท์ไม่ใช่การพูดห้วน ๆ ไล่ลูกค้าไปดูในเว็บ มารยาทในการพูดคุยสำคัญเราเจอลูกค้าหลายรูปแบบ ความต้องการไม่เหมือนกัน แต่เราบอกในมาตรฐานที่เราทำได้ ที่ลูกค้าต้องการเพิ่มเราทำให้ได้แค่ไหน อะไรไม่ได้เราจะบอกกับลูกค้าตรง ๆ ทั้งหมดนี้ จึงทำให้ลูกค้าติดใจในการบริการของเรา

      “แต่ในขณะนี้จะเห็นได้ว่ามีธุรกิจแบบผมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งผมรู้สึกดีที่คนทำบุญกันเยอะขึ้น แต่ใครที่มาแบบมุ่งหวังกำไรมาก ๆ อาจจะอยู่ยากหน่อย เปรียบเทียบสมัยก่อนธุรกิจรับจัดงานแต่งก็มีน้อย อยู่ที่ว่าเขาเชื่อมั่นใคร อยากใช้บริการใครแบรนดิ้งสำคัญ การบริการสำคัญ การเกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับผมมากนักเพราะบุญนำพามีลูกค้าประจำที่กลับมาใช้บริการซ้ำ และได้รับการบอกต่อกันมาเรื่อย ๆ และสำหรับคนที่สนใจจะประกอบธุรกิจสายบุญแบบผมย่อมทำได้เช่นกัน แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าธุรกิจสายบุญก็เหมือนเราทำบุญ ถ้ามาหวังอยากได้กำไรมาก ๆ จนลืมความสำคัญบางอย่างไป ก็อาจจะไปได้ยากสำหรับธุรกิจนี้ครับ” คุณสรสิช กล่าวทิ้งท้าย