“แพกเกจจิ้ง” สร้างดีไซน์ เพิ่มจุดขาย ผู้รับประทับใจ

13 มกราคม 2561

          ในยุคที่การขายของออนไลน์ ได้รับความนิยมสูง นอกเหนือจากการส่งสินค้าให้ไว เพื่อเอาใจลูกค้าคนสำคัญแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงไม่แพ้กัน คือการสร้างประทับใจแรกเมื่อสินค้านั้นไปถึงมือผู้รับ ซึ่งแน่นอนว่ากล่องไปรษณีย์ทั่วไปคงไม่อาจสร้างความประทับใจเช่นนี้ได้ นี่เป็นวิธีคิดที่ คุณอูน-พรรณกร จันทรุกขา ใช้เป็นแนวทางในการพลิกฟื้นธุรกิจผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกของครอบครัว ก่อนจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น NPP BOX  ทาง SCB SME จึงได้เชิญคุณอูนมาแชร์เรื่องราวของการสร้างน่าสนใจของแพคเกจจิ้งให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นแนวทางในการปรับใช้กัน

Highlight
  • ข้อดีการดีไซน์ลงในแพ็กเกจจิ้งจะทำทำให้ลูกค้าที่ได้รับสินค้าเกิดความประทับใจแรก และอยากบอกต่อ กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี”
  • กล่องที่มีดีไซน์จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ทำให้สินค้าดูมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และยังสร้างโอกาสในการขายให้กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ยังไม่เคยรู้จักสินค้าเรามาก่อน
  • การออกแบบกล่องให้พอดีกับตัวสินค้า นอกจากจะช่วยในเรื่องของการปกป้องสินค้าให้ถึงมือผู้รับอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประหยัดเวลา และลดต้นทุนด้วย
          คุณอูนเล่าว่า ก่อนหน้านี้โรงงานผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกของครอบครัว เน้นขายให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งต้องให้เครดิตแก่ลูกค้า และเป็นหนึ่งสาเหตุให้ประสบปัญหาทางการเงินจนเกือบต้องปิดโรงงาน เมื่อเธอรับเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ จึงปรับโฟกัสใหม่มาที่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งจากการสังเกตของเธอพบว่าส่วนใหญ่จะไม่กล้าเข้าหาโรงงาน เพราะกลัวในเรื่องของยอดขั้นต่ำที่ต้องสั่งจำนวนมาก เนื่องจากลูกค้าเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มักสายป่านไม่ยาว มีเงินทุนไม่มากพอสำหรับการสั่งผลิตจำนวนมาก จากจุดนี้ทำให้เธอเกิดไอเดียใหม่ๆ ในการให้บริการผลิตกล่องไปรษณีย์ที่เหมาะสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ

          “ข้อดีของการผลิตให้กับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี คือเราเรียกเก็บเงินก่อนผลิตทำให้มีเงินสดมาหมุนเวียนในธุรกิจ เลยสามารถพลิกฟื้นธุรกิจขึ้นมาได้ ซึ่งช่วงแรกผลิตกล่องสำเร็จรูปขาย แต่พอทำมาได้ระยะหนึ่ง เราสังเกตเห็นว่าพ่อค้าแม่ค้าเอสเอ็มอีส่วนใหญ่อยากที่จะมีโลโก้แบรนด์ของตัวเองบนกล่องไปรษณีย์ที่ใช้ส่งให้กับลูกค้า ก็เลยเกิดไอเดียใหม่ในการต่อยอดธุรกิจขึ้นมา แนวคิดของคุณอูน คือ กล่องที่ผลิตให้ธุรกิจเอสเอ็มอี จะไม่ใช่แค่กล่อง แต่เป็นสื่อการขายที่จะนำพาความน่าสนใจของสินค้าเขาไปสู่กลุ่มเป้าหมายรายอื่นๆ ด้วย จากกล่องธรรมดาที่ใช้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์ ก็จะเปลี่ยนเป็นแพคเกจจิ้ง ซึ่งจะทำให้สินค้าของลูกค้าดูมีคุณค่ามากขึ้น ทำให้ลูกค้าที่ได้รับสินค้าเกิดความประทับใจแรก และอยากบอกต่อ กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี”

          โดยบริการของ NPP BOX ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันมี 2 ส่วนด้วยกันคือ My Box บริการพิมพ์โลโก้ลงกล่องไปรษณีย์ และ My Design บริการออกแบบกล่องตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งจากประสบการณ์ในการให้บริการผลิตกล่องไปรษณีย์มีดีไซน์เฉพาะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีมานานกว่า 1 ปีเศษ คุณอูนได้ข้อสรุปที่อาจนำไปเป็นเคล็ดลับในการใช้กล่องไปรษณีย์เป็นแพคเกจจิ้งมีดีไซน์ที่จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายมียอดขายพุ่งกระฉูดได้ โดยเคล็ดลับที่ว่านี้คือ

          1. สร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าด้วยดีไซน์  กล่าวคือ กล่องที่มีดีไซน์จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ทำให้สินค้าดูมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และยังสร้างโอกาสในการขายให้กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ยังไม่เคยรู้จักสินค้าเรามาก่อน ให้ได้รับความประทับใจจนเกิดความสนใจที่จะติดตามหารายละเอียดข้อมูลเพิ่ม ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสการขายในครั้งใหม่ๆ ดังนั้น เป้าหมายในการดีไซน์คือ ดีไซน์ยังไงก็ได้ให้ขายได้
 
          “เทคนิคคือ เราสามารถใส่ข้อมูลการขายลงไปบนกล่องได้ แต่ข้อความนั้นต้องไม่เยอะจนน่าสับสน การออกแบบต้องให้ตัวกล่องสามารถสื่อถึงความเป็นตัวตนของเรานับตั้งแต่แรกเห็น ขณะเดียวกันก็ต้องเกิดความประทับใจแรกรับด้วย ดีไซน์กล่องที่ประสบความสำเร็จในแง่นี้ส่วนใหญ่จะออกแบบกล่องออกมาให้เหมือนเป็นของฝาก หรือของขวัญในช่วงเทศกาลต่างๆ หรือออกแบบให้เข้ากับคอนเซปต์ของคอลเลคชั่นใหม่ๆ ของสินค้าที่ออกมา นอกจากนี้ปัจจุบันคนให้ความสนใจในเรื่องของวัสดุการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้กระดาษที่มีโลโก้การันตีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงมีความได้เปรียบกว่าในแง่ของการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์”
         
          2. ความสมบูรณ์ของสินค้า กับการสร้างความประทับใจแรกรับ
  นอกจากเรื่องของงานดีไซน์ที่เราต้องคำนึงถึงแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ การออกแบบกล่องแพ็คเก็จจิ้งให้สามารถปกป้องตัวสินค้าให้ยังคงสภาพความสวยงามตามอย่างที่ลูกค้าได้เห็นจากภาพที่เรานำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ เพราะสินค้าที่เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง เมื่อไปถึงมือผู้รับย่อมทำลายความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อสินค้า และบริการของเราได้

          “ในเรื่องนี้การออกแบบกล่องให้พอดีกับขนาดสินค้าจะช่วยได้มากที่สุด หรือจะใช้วิธีออกแบบไส้ในให้เป็นตัวล็อคสินค้าไม่ให้เคลื่อนที่ได้ระหว่างการจัดส่งก็ได้ แม้จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาแต่เราก็มีพื้นที่ที่จะสามารถใส่ลูกเล่นในการออกแบบเข้าไปได้ อีกวิธีคือการหุ้ม Bubbles กันกระแทก และยัด Bubbles อัดเข้าไปในช่องว่างให้เต็มกล่องเพื่อป้องกันสินค้าเคลื่อนที่ก็ช่วยได้เหมือนกัน ซึ่งให้ผลดีกว่ายัดกระดาษหนังสือพิมพ์อีก เพราะมีน้ำหนักเบากว่า ทำให้ค่าจัดส่งที่จะคิดตามน้ำหนักถูกกว่า แถมยังดูดีมีมูลค่ากว่า”

          ทั้งนี้ คุณอูนกล่าวเสริมว่าการออกแบบกล่องให้พอดี หรือออกแบบไส้ล็อคตัวสินค้า เป็นโจทย์ที่จะต้องคุยกับลูกค้าเฉพาะรายไป เพราะสินค้าแต่ละประเภทจะมีรูปทรง และลักษณะจำเพาะที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายด้วย “บางกรณีสินค้าเป็นโถแก้วที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ เพราะแตกหักง่าย จึงต้องห่อ Bubbles กันกระแทก และใส่ไส้ในเพื่อล็อคตัวสินค้า แต่ความที่ลูกค้าต้องการให้ผู้รับเปิดกล่องออกมาแล้วเห็นภาพลักษณ์ของสินค้าได้เลย เราก็ต้องเอาโจทย์ลูกค้ากลับมาคิดว่าจะทำยังไง”

          3. 
ลดต้นทุน และประหยัดเวลา  การออกแบบกล่องให้พอดีกับตัวสินค้า นอกจากจะช่วยในเรื่องของการปกป้องสินค้าให้ถึงมือผู้รับอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการแพ็คสินค้าจัดส่งให้กับลูกค้าด้วย เพราะลูกค้าไม่ต้องหา Bubbles หรือทำไส้ในในการล็อคตัวสินค้าให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องช่องทางการขายก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้อีกด้วย ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ข้อจำกัด หรือเงื่อนไขต่างๆ ของไปรษณีย์ หรือบริษัทขนส่งที่ใช้บริการอยู่ด้วย
“อย่างการขายออนไลน์ กล่องไปรษณีย์จะมีข้อจำกัดตรงที่ต้องไม่เปิดช่องให้เห็นสินค้าด้านใน ขณะที่การขายผ่านทางหน้าร้าน หรือออฟไลน์ เราสามารถออกแบบให้เห็นจุดเด่นของสินค้าได้เต็มที่ แต่ถ้าขายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ก็ต้องออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ให้ทำหน้าที่ได้ทั้งสองแบบ”

          ทั้งนี้ในการให้บริการแก่ลูกค้าเอสเอ็มอี คุณอูนบอกว่าเธอมีบริการให้คำแนะนำฟรีแก่ลูกค้าที่สนใจ เพื่อให้ได้กล่องแพคเกจจิ้งที่ตอบโจทย์ลูกได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีบริการจัดทำตัวต้นแบบเพื่อนำไปทดลองใช้ดูก่อนหากเกิดปัญหาก็สามารถพัฒนาร่วมกันในการออกแบบกล่องชุดใหม่ร่วมกันได้ โดยแนวทางการทำธุรกิจคือการเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าหลักของเธอนั่นเอง